ถ้าร่างกายคุณส่งสัญญาณ 3 แบบนี้ แปลว่าภายในร่างกายมีเซลล์ร้าย รีบไปพบแพทย์โดยด่วน!

LIEKR:

มีประโยชน์มากๆ

        การออกกำลังกาย ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง อารมณ์ดี มองโลกในแง่ดี สุขภาพและการมองโลกในแง่ดีเป็นการรับประกันว่าชีวิตจะมีความสุขและอายุยืน คนเราควรมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและพิจารณาอย่างรอบคอบถึงสิ่งต่างๆที่ตนทำ อายุยืนไปก็ไม่มีความหมาย ถ้าสุขภาพไม่แข็งแรง โรคหลอดเลือดไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และสามารถป้องกันได้ โดยเริ่มต้นจาก การเดินเร็วหรือวิ่งจ๊อกกิ้ง และควบคุมอาหารอายุยืนยาวจะแปลผกผันกับอารมณ์เศร้าหมอง

Sponsored Ad

        เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้รายงานว่า ในทางการแพทย์ มะเร็งเกิดจากเนื้อเยื่อบุผิวกลายเป็นเนื้อร้าย โดยเนื้องอกมะเร็งเป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด ในร่างกายคนทั่วไปถ้ามีสัญญาณ 3 อย่างนี้เกิดขึ้น แปลว่ามะเร็งได้มาเคาะประตูร่างกายคุณแล้ว ต้องรีบไปพบแพทย์ อย่าล้อเล่นกับชีวิต

Sponsored Ad

        1. เลือดออกไม่หยุดหรือฟกช้ำระวังโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนใหญ่เป็นเพราะเซลล์เม็ดเลือดแดงของผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวไม่สามารถทำงานได้ตามปกติจึงมีผลต่อการแข็งตัวของเลือด

Sponsored Ad

        2. มีอาการบวมน้ำบริเวณลำคอหรือใบหน้า ระวังมะเร็งปอด ใบหน้าบวมน้ำเป็นหนึ่งในอาการระยะเริ่มต้นของมะเร็ง ซึ่งมักจะโดนละเลยบ่อยๆ เพราะคนเรามักคิดว่าอาการนี้เกิดจากการแพ้อาหาร หรือนอนไม่พอ ไม่ค่อยมีใครคิดว่าการที่คอหรือหน้าบวมน้ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็ง แต่จริงๆแล้วมันมีความเกี่ยวข้องกันอย่างมาก

Sponsored Ad

        3. มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเล็บ ระวังมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งผิวหนัง  ความผิดปกติบนเล็บเป็นสิ่งที่เราละเลยได้ง่าย แต่บริเวณเล็กๆแห่งนี้สามารถส่งสัญญาณความเจ็บป่วยของร่างกายได้ เช่น : บนเล็บมีจุดหรือเส้นสีดำ เป็นรอยแตก  นั่นอาจจะเป็นสัญญาณของมะเร็งผิวหนัง ปลายเล็บหักพับอาจจะเป็นสัญญาณของมะเร็งปอด ถ้าเป็นมะเร็งตับเล็บก็จะซีดขาว

Sponsored Ad

6 เคล็ดลับหลีกหนีจากมะเร็ง

1) เดินวันละ 1 ชั่วโมง

        ทุกวันหลังรับประทานอาหารให้เดิน 30 นาที หรือทุกสัปดาห์ควรเดิน 4 ชั่วโมง สามารถลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งตับอ่อนลงได้ครึ่งหนึ่ง หลังจากมหาวิทยาลับฮาวาร์ดทำการวิจัยผู้คน 7 หมื่นคนก็พบว่า เพียงแค่เดินวันละ 1 ชั่วโมงทุกวัน ก็จะสามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ลงได้ครึ่งหนึ่ง

Sponsored Ad


2) เปิดหน้าต่างอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง

        น้อยคนนักที่จะรู้ว่า มลพิษจากการตกแต่งบ้านนอกจาก ฟอร์มาลดีไฮด์แล้ว ยังมีสารก่อมะเร็ง พวกมันมักจะซ่อนนอยู่ในหินแกรนิต ปูนซีเมนต์ และกระเบื้อง กระจายไปตามรอยร้าวจนถึงห้องนอน เมื่อสูดหายใจเข้าไปในร่างกาย ก็จะทำให้เกิดมะเร็งปอด

Sponsored Ad

3) ถูหลังด้วยผ้าขนหนูแห้งๆ

        คนญี่ปุ่นนิยมการเอาผ้าขนหนูมาถูหลังเพื่อให้อบอุ่น ศาสตราจารย์ Suzuo รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยโตเกียวกล่าวว่า มันสามารถช่วยป้องกันมะเร็ง เนื่องจากความเสียดทานจะทำให้เกิดความร้อนเข้าไปกระตุ้นเซลล์ในเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อใต้ผิวหนังด้านหลัง สามารถช่วยฆ่าเชื้อและทำลายเซลล์มะเร็ง

4) กินหัวหอมและกระเทียม

        มีงานวิจัยเผยว่า การกินกระเทียมมากๆจะทำให้มีโอกาสในการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารลดลง 60% กระเทียมที่ถูกบดผสมกับออกซิเจนเท่านั้นถึงจะเกิดเป็น Allicin แถมยังไม่แน่นอน เพียงเจอความร้อนก็จะหมดประโยชน์ ดังนั้นวิธีการที่ดีที่สุดคือบดกระเทียมกินสดๆ หรือกินกับสลัด

5) ตากแดด 15 นาที

        วิธีการป้องกันมะเร็งที่ราคาถูกที่สุด การตากแดดอย่างเหมาะสม ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เป็นการป้องกันโรคมะเร็ง โดยการเพิ่มปริมาณของวิตามิน D ในร่างกายมนุษย์ วิตามิน D ที่ไม่เพียงพอเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งรังไข่และมะเร็งกระเพาะอาหาร เพื่อหลีกเลี่ยงการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ให้ตากแดดเพียงวันละ 15 นาทีก็เพียงพอแล้ว

6) ดื่มชาเขียววันละ 4 แก้ว

        ชาวญี่ปุ่นผู้หลงรักการดื่มชาใช้เวลา 9 ปีในการสำรวจ ก่อนจะพบว่า การดื่มชาวันละ 4 แก้ว สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลงได้ 40% แต่ไม่ควรดื่มชาที่เข้มและร้อนจนเกินไป เพราะจะส่งผลต่อการป้องกันมะเร็ง อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคือประมาณ 60 องศาเซลเซียส ใบชาต้องแช่ 5 นาทีขึ้นไป ถึงจะมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ละลายน้ำออกมา

ผลไม้ต้านมะเร็ง

สตรอเบอร์รี่

        สตรอเบอร์รี่เป็นผลไม้ต้านมะเร็งอันดับแรก สตรอเบอร์รี่สดมีสารแทนนินที่มีผลในการต่อต้านพิษ และป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง นอกจากนั้น ในสตรอเบอร์รี่ ยังมีเอมีนซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคเลือด เช่นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และ โรคโลหิตจางจากไขกระดูกฝ่อ (aplastic anemia)

สาลี่

        สาลี่เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ที่ไม่เพียงหวานฉ่ำ แต่ยังมีสามารถต่อต้านมะเร็งได้อย่างดี ไม่นานมานี้ นักวิจัยชาวเกาหลีรายงานว่า การกินสาลี่หลังกินข้าว ช่วยทำให้สารก่อมะเร็งที่สะสมอยู่ในร่างกายถูกปล่อยออกมาในปริมาณมาก โดยนักวิจัยทำการทดลองกับผู้สูบบุหรี่ โดยให้พวกเขากินสาลี่วันละ 750 กรัมติดต่อกันเป็นเวลา 4 วัน แล้วทำการศึกษา metabolite 1-hydroxyindole of polycyclic aromatic hydrocarbons (สารก่อมะเร็งประเภทหนึ่ง) ในปัสสาวะก่อนและหลังรับประทานสาลี่ 

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

บทความที่คุณอาจสนใจ