เปิดสุดยอด "แมวสายพันธุ์แพง" จากทั่วโลก งดงาม เลอค่า สมกับราคาจริงๆ

  • 2020-07-10 18:20

LIEKR:

ราคานี่จ่ายแล้วสบายตัวเลย 555555

    กระแสฮิตเจ้าเหมียว เริ่มมาแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก ที่เปิดขึ้นมาเมื่อไรเป็นต้องเจอรูปถ่ายหน้ากลมๆ ของเจ้าเหมียว พร้อมทั้งอิริยาบถต่างๆ อยู่ร่ำไป ทั้งนี้บนโลกใบนี้ มีแมวมากกว่า 250 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ก็มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นขนสั้น ขนยาว ขนเกรียน ตัวใหญ่ ตัวเล็ก รูปร่างหน้าตาก็แตกต่างกันออกไป แต่ถึงแม้จะมีความแตกต่างกันมากแค่ไหน แต่ทุกสายพันธุ์ก็น่ารักไม่ต่างกัน

    วันนี้ โลกของโฮ่ง จึงขอพามาชมราคาแมว ที่มีราคาสบายกระเป๋าจากทั่วโลก เพราะเมื่อคุณจ่ายเงินซื้อแมวเหล่านี้แล้ว รับรองว่า กระเป๋าสตางค์คุณจะเบาลง จนเดินตัวปลิวแน่นอน

** หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน $1 = 31.2 บาท และราคาเป็นราคาต่างประเทศ **

1. แมวป่านอร์เวย์ (18,720 – 93,600 บาท)

    บรรพบุรุษของแมวสายพันธุ์นี้ ถูกผสมโดยชาวไวกิ้งมาตั้งแต่ 2,000 ปีที่แล้ว จุดเด่นของมันคือความงามของขนที่ยาวสลวย ที่มีไว้ป้องกันความหนาวเย็น นอกจากนั้นมันยังเป็นนักล่าที่ดีอีกด้วย

2. แมวหิมาลายัน ( 15,600 – 40,560 บาท)

แมวหิมาลายันค่อนข้างคล้ายคลึงกับแมวเปอร์เซีย แต่ลักษณะเด่นของมันคือมีตาสีฟ้า และมีสีลำตัวที่อ่อน แต่มีสีทึบที่บริเวณใบหน้า เท้า หู และหาง แมวสายพันธุ์นี้ถูกผสมขึ้นในช่วงปี 1950 ในอเมริกา มันมีนิสัยว่าง่าย อ่อนโยน เป็นมิตร และรักสงบ

    3. สกอตทิช โฟลด์ ( 6,240 – 46,800 บาท)

    จุดเด่นที่สุดของสกอตทิชโฟลด์ คือใบหูที่พับลงมาน่ารักไม่เหมือนใคร ความแปลกนี้เป็นผลพวงมาจากการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม พวกมันเป็นแมวที่ฉลาด เข้ากับคนง่ายและพร้อมที่จะเล่นเสมอ นอกจากนั้น จุดเด่นของมันอีก 2 อย่างก็คือ มันชอบยืน 2 ขา และท่านั่งที่แปลกไม่เหมือนแมวสายพันธุ์ไหน

4. ปีเตอร์บัลด์ (12,480 – 37,440 บาท)

    ปีเตอร์บัลด์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปีเตอร์สเบิร์ก สฟิงซ์ ถูกผสมในรัสเซียเมื่อปี 1994 จุดเด่นของพวกมันคือมีร่างกายที่ผอม หัวยาว และมีหูขนาดใหญ่ นอกจากนั้นพวกมันยังเป็นแมวที่เข้าสังคมได้ง่าย อ่อนโยน และฝึกง่าย

5. อียิปเตียน โม (15,600 – 46,800 บาท)

    ลักษณะของแมวสายพันธุ์อียิปต์ชนิดนี้ เปลี่ยนไปเล็กน้อยในช่วง 3,000 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ จุดเด่นของพวกมันคือมีจุดและลวดลายสีดำที่คล้ายกับเสือนั่นเอง

6. เมนคูน ( 18,720 – 46,800 บาท)

    นี่คือหนึ่งในสายพันธุ์แมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนักของพวกมันอยู่ระหว่าง 5-15 กิโลกรัม และแมวเมนคูนที่โตเต็มที่ จะมีความยาวได้ถึง 1.23 เมตร แต่ถึงแม้รูปร่างมันจะดูใหญ่โตน่ากลัว แต่นิสัยของมันค่อนข้างอ่อนโยนและขี้เล่น

7. ลาเปิร์ม (6,240 – 62,400 บาท)

    หนึ่งในสายพันธุ์แมวที่แปลกที่สุด ที่ปรากฏขึ้นในช่วงปี 1980 ในสหรัฐอเมริกา จุดเด่นที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือขนของมันที่มีลักษณะหยิกหยอย และขนของมันไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ ลาเปิร์มจึงเป็นแมวที่เหมาะที่สุดสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้

8. รัสเซียน บลู (12,480 – 62,400 บาท)

    หนึ่งในแมวพันธุ์ขนสั้นที่เป็นที่นิยมมากที่สุด และเริ่มเป็นที่รู้จักนอกประเทศรัสเซียเมื่อปี 1893 จุดเด่นของมันคือสีขนเทาน้ำเงินที่เรียบเนียนสวย นอกจากนั้น ยังมีความเชื่อที่ว่า แมวสายพันธุ์นี้จะนำโชคดีมาสู่บ้านที่เลี้ยง

9. เซเรนเกติ (18,720 – 62,400 บาท)

    ประวัติศาสตร์ของแมวเซเรนเกติ เริ่มต้นมาได้ไม่นาน โดยมันเกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1994 สายพันธุ์ของพวกมันถูกพัฒนาให้ใหญ่ขึ้น จนมีน้ำหนักมากถึง 8-12 กิโลกรัม มีใบหูที่ใหญ่ มีจุดดำตามลำตัว และมีขาที่ยาวมาก

10. เอลฟ์ (ประมาณ 62,400 บาท)

    สายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามาได้ไม่นานในอเมริกาเมื่อปี 2006 โดยเป็นการผสมกันระหว่าง แมวสฟิงซ์ และ อเมริกัน เคิร์ล ซึ่งมันดูเป็นกันเองอย่างไม่น่าเชื่อ แถมยังฉลาด ซุกซน ขี้สงสัย กระตือรือร้น และซื่อสัตย์

11. ทอยเกอร์ (15,600 – 93,600บาท)

    เป็นแมวสายพันธุ์ขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายเสือ เพราะทอยเกอร์ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากผู้ที่มีแรงบันดาลใจ ในการอนุรักษ์เสือในป่า ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่ชื่อของมัน ทอยเกอร์ จะมาจากคำว่า ไทเกอร์ ที่แปลว่า เสือ นั่นเอง

12. อเมริกัน เคิร์ล (31,200 – 93,600  บาท)

    เป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นในแคลิฟอร์เนียในปี 1981 ลูกแมวอเมริกัน เคิร์ล จะดูไม่ออกว่ามันเป็นพันธุ์นี้ จนกระทั่งมันโตเต็มที่ แต่ในช่วงวันที่ 10 เป็นต้นไป คุณจะเริ่มเห็นหูของมันโผล่ขึ้นมาเหมือนกับเขาเล็กๆ ด้วยลักษณะเช่นนี้ ทำให้มันเป็นแมวที่โดนใจใครหลายๆ คน

13. เบงกอล (31,200 – 124,800บาท)

    เป็นการพัฒนาข้ามสายพันธุ์มาจากแมวดาวเอเชียกับแมวบ้าน แมวเบงกอลชื่นชอบในการว่ายน้ำอย่างมาก และถึงแม้ขนาดตัวของมันจะหนัก 4-8 กิโลกรัม แต่มันก็ชอบปีนขึ้นมาบนไหล่เจ้าของๆ มันอยู่บ่อยๆ

14. ซาฟารี ( 124,800 – 249,600 บาท)

    แมวสายพันธุ์หายากที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวบ้านและแมวชอฟรัว ซึ่งเป็นแมวป่าในอเมริกาใต้ โดยการผสมเกิดขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1970 เพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว และน้ำหนักของแมวชนิดนี้หนักถึง 11 กิโลกรัม

15. ขาวมณี (218,400 – 343,200บาท)

    แมวไทยโบราณส่งเข้าประกวด โดยมันถูกพบในบันทึก “ตำราแมว” ที่อยู่ในช่วงปี 1350-1767 ในสยามบ้านเรา โดยเป็นแมวที่ถูกเลี้ยงโดยชนชั้นสูง จุดเด่นของมันคือมีสีขาวปลอด และมีตาสองสี โดยในต่างประเทศค่อนข้างหายากมาก และมีราคาสูงลิบลิ่ว

16. ชอซี (250,000 – 345,000 บาท)

    หนึ่งแมวสายพันธุ์หายากที่สุด โดยมันถูกพัฒนาข้ามสายพันธุ์โดยการผสมกันระหว่างแมวบ้านและแมวป่า แต่มันเป็นแมวที่เข้ากับคนได้ง่ายมาก และไม่ชอบที่จะอยู่อย่างสันโดษ ชอซี มีความสุขกับการได้อยู่กับมนุษย์ แมวตัวอื่นๆ หรือแม้กระทั่งสุนัข

17. คาราคัล (241,500 – 312,000 บาท)

    คาราคัล ถือเป็นแมวที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ จุดเด่นของมันคือใบหูที่มีลักษณะไม่เหมือนแมวพันธุ์ไหน เมื่อหลายปีก่อน แมวสายพันธุ์นี้ถูกเปลี่ยนจากสถานะสัตว์ป่าเป็นสัตว์เลี้ยงพิเศษ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มันมีราคาสูงมาก

18. ซาวันนนาห์ (124,800 – 686,400 บาท)

    เป็นสายพันธุ์ที่ถูกพัฒนามาจากการผสมข้ามสายพันธุ์ของแมวเซอวัลแอฟริกัน และแมวบ้าน พวกมันถือว่าเป็นแมวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีน้ำหนักเฉลี่ยถึง 15 กิโลกรัม และมีความสูงถึง 60 เซนติเมตร แมวซาวันนาห์เป็นที่รู้จักในเรื่องของความฉลาด ใจเย็น อยากรู้อยากเห็น และกระตือรือร้น นอกจากนั้นพวกมันยังชอบอาบน้ำและเดินเล่นอีกด้วย

19. อาชีร่า (686,400 – 3,120,000 บาท)

    แมวที่โคตรแพงที่สุด นิยมเลี้ยงโดยไฮโซในต่างประเทศ อาชีรา เป็นแมวที่เกิดจากการผสมระหว่างแมวเซอวัลแอฟริกัน แมวดาวเอเชีย และแมวบ้าน โดยผู้ที่ผสมสายพันธุ์ของอาชีร่ากล่าวว่า มันเป็นแมวที่ไม่ส่งผลต่อคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ แต่ยังมีข้อถกเถียงในเรื่องนี้อยู่

    แหม่ พออ่านบทความแล้วย้อนมองกลับมามองที่กระเป๋าเงินตัวเองแล้วมันช่างน่าหนักใจซะจริงๆ เล้ยยย

ที่มา : brightside