ฟันใคร? คนงานก่อสร้างเจอ "ฟันมนุษย์ 1,000 ซี่" หลังทุบผนังตึกเก่าแก่แล้วร่วงพรูลงมาต่อหน้าต่อตา?

LIEKR:

ฟันใคร? คนงานก่อสร้างเจอ "ฟันมนุษย์ 1,000 ซี่" หลังทุบผนังตึกเก่าแก่แล้วร่วงพรูลงมาต่อหน้าต่อตา?

    สื่อต่างประเทศรายงานว่า  มีคนงานก่อสร้างเจอฟันมนุษย์กว่า 1,000 ซี่ ร่วงพรูออกมาจากซอก ทำเอาขวัญผวา ขณะทำการทุบตึก

Sponsored Ad

     เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คนงานก่อสร้างกลุ่มหนึ่งได้เข้าไปทำงานปรับปรุงอาคารทีบี คอนเวิร์ส (T.B. Converse Building)ตั้งอยู่ในเมืองวัลดอสตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา การทำงานทุกอย่างคืบหน้าไปด้วยดีและไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งมาถึงตอนที่คนงานเริ่มทุบผนังห้องบนชั้นสอง ความสนุกก็บังเกิดขึ้น... เมื่อผนังถูกกระเทาะจนเป็นรู บางสิ่งบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ข้างในร่วงพรูออกมากองใหญ่
         

Sponsored Ad

      ตอนแรกคนงานคิดว่ามันคงเป็นเศษอิฐเศษหิน หรืออะไรทำนองนั้น แต่เมื่อพวกเขาจ้องมองดูให้ชัด ๆ ทุกคนก็เป็นอันขนหัวลุกซู่ เพราะสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่เศษปูน แต่มันคือ ฟันของมนุษย์จำนวนมาก !
       จากการรายงานของเว็บไซต์ต่างประเทศ ฟันมนุษย์กองนี้ มีจำนวนมากกว่า 1,000 ซี่ มันถูกซุกซ่อนอยู่ในซอกกำแพงและมีปูนปลาสเตอร์ฉาบทับเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่ามันคือฟันของใครบ้าง แต่ที่มาที่ไปของมันก็น่าจะพอเดาได้ เพราะก่อนหน้านี้ในอดีต เมื่อกว่า 100 ปีก่อน อาคารแห่งนี้เคยเป็นที่ทำการคลินิกทันตกรรมของหมอฟัน 2 คน

Sponsored Ad

    โดยแฮร์รี อีแวนส์ นักวิจัยประจำพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์สังคม ลอว์นเดส เคาน์ตี เปิดเผยว่า หมอฟันคนแรกที่อาศัยอยู่ในอาคารทีบี คอนเวิร์ส คือ ดร.แคลร์เรนส์ วิททิงตัน (Dr. Clarence Whittington) โดยเขาเริ่มเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่มันเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ ช่วงปี 2443 หรือประมาณ 118 ปีที่แล้ว
    

Sponsored Ad

     ต่อมาในปี 2454 ดร.เลสเตอร์ จี. ยูแมนส์ (Dr. Lester G Youmans)หมอฟันอีกคนหนึ่ง ก็ได้เข้ามาอาศัย และเขาอยู่ที่นี่จนกระทั่งปี 2473 โดยในระหว่างที่ทันตแพทย์ทั้งสองพำนักอยู่ที่นี่นั้น พื้นที่บริเวณชั้นหนึ่งได้เปิดเป็นร้านขายยา พื้นที่บนชั้นสองได้ดัดแปลงเป็นคลินิก ส่วนชั้นสามเป็นห้องนอนและพื้นที่สำหรับพักผ่อน หนึ่งในหลักฐานที่พิสูจน์เรื่องนี้ก็คือ ใบเสร็จรับเงินสมัยโบราณจากร้านขายของเก่า ที่ระบุว่า ดร.เลสเตอร์ ได้ถอนฟันให้คนไข้รายหนึ่งในปี 2471
   

Sponsored Ad

     ด้วยเหตุนี้ ฟันกว่า 1,000 ซี่ เหล่านี้ จึงน่าจะเป็นของเหล่าคนไข้ที่เคยมาใช้บริการ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่มีใครรู้และไม่มีใครเดาออกก็คือ ทำไมฟันจำนวนนี้ถึงต้องไปซุกซ่อนอยู่ในผนัง ทำไมหมอฟันถึงไม่ทิ้งมันไปเมื่อจัดการถอนให้คนไข้เรียบร้อยแล้ว แต่มันก็อาจจะเป็นสิ่งที่พวกเขาเก็บเอาไว้เป็นที่ระลึก และไม่อยากทิ้งไป ผลคือเมื่อเวลาผ่านไป 100 กว่าปี มันก็กลายเป็นสิ่งน่าขนลุกที่ทำเอาคนงานขวัญผวา

Sponsored Ad

    อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พบเจอฟันมนุษย์ซ่อนในอาคารที่รัฐจอร์เจีย โดยก่อนหน้านี้มีคนพบเจอฟันซ่อนในอาคารในลักษณะเดียวกันนี้ที่เมืองกรีนส์โบโรและแคร์รอลตันมาแล้ว ซึ่งอาคารจากทั้งสองเมืองนี้ ก็เคยเป็นที่ทำการคลินิกทันตกรรมเหมือนกับอาคารทีบี คอนเวิร์ส ที่วัลดอสตา และที่ชิคาโก และออสเตรเลีย ก็เคยมีเรื่องแบบนี้เช่นเดียวกัน
      

Sponsored Ad

     ดังนั้นอาจจะอนุมานได้ว่า ทันตแพทย์บางคนในสมัยนั้น คงอยากเก็บฟันคนไข้เอาไว้ศึกษารูปแบบของฟัน หรือไม่ก็เก็บสะสมเป็นที่ระลึก จนกระทั่งมีมากเข้า ไม่รู้จะทำยังไง จะหอบไปทิ้งขยะก็กลัวชาวบ้านตกใจ เลยทุบผนังฉาบปูนโบกเอาไว้ละกัน ปิดจ๊อบไปแบบคลายกังวลใจ และไปสร้างความกังวลให้คนอื่นในอีก 100 กว่าปีต่อมาแทน

     สำหรับฟันมนุษย์กว่า 1,000 ซี่ เหล่านี้ จะถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ซึ่งก่อนจะมีการส่งมอบให้ทางภัณฑารักษ์ ทางเฟซบุ๊กของเมืองวัลดอสตาก็ได้นำฟันเหล่านี้ไปโพสต์เป็นเรื่อง Fun Fun รับวันฮาโลวีน โดยพวกเขาโพสต์ภาพฟันในโหลแก้วลงบนเฟซบุ๊ก พร้อมตั้งคำถามแฟนเพจว่า ในภาพนี้มีฟันทั้งหมดกี่ซี่ ถ้าหากใครตอบได้รับไปเลย 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,284 บาท ซึ่งก็ไม่ทราบแน่ชัดว่าพวกเขาจะแถมฟันสักซี่สองซี่ให้กับชาวเมืองเป็นของกำนัลด้วยหรือไม่

ที่มา:bomb01,กระปุก

เรียบเรียงโดย Liekr

บทความที่คุณอาจสนใจ