ชะล่าใจไม่ได้! ถ้าคุณมือ-เท้าชาบ่อยๆ ต้องระวัง เพราะอาจจะเป็น 7 โรคนี้!

LIEKR:

ชะล่าใจไม่ได้! ถ้าคุณมือ-เท้าชาบ่อยๆ ต้องระวัง เพราะอาจจะเป็น 7 โรคนี้!

        “พอตื่นขึ้นมา แขนก็ชาไปหมด เหมือนมีมดนับไม่ถ้วนกัด รอสักพักก็หายชา” คนจำนวนไม่น้อยที่เคยมีอาการแบบนี้

Sponsored Ad

         การที่เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เส้นประสาทถูกบีบจากแรงกดดันทำให้เกิดอาการชา มีผลต่อสุขภาพไม่มาก แต่ถ้าเกิดอาการในระยะยาวหรือไม่รู้สาเหตุแน่ชัดที่มือเท้าชา จนถึงขนาดตื่นกลางดึกเพราะเกิดอาการชา ต้องระวัง!

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

Sponsored Ad

        Life Times ได้เชิญให้ผู้เชี่ยวชาญมาแจ้งให้คุณผู้อ่านได้ทราบว่าโรคชนิดใดอาจจะให้เกิดอาการชาได้บ้าง

        สัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ Li Quanmin ผู้อำนวยการแผนกต่อมไร้ท่อและโรคข้อจากโรงพยาบาล ในปักกิ่ง

7 ความจริงของอาการมือและเท้าชาที่เป็นสัญญาณอันตราย ผู้สูงอายุควรระมัดระวัง

Sponsored Ad

1. เส้นประสาทแขนถูกกด

        ขณะนอนหลับถ้านอนท่าไม่ถูกต้อง คอหรือแขนจะโดนกดทับ ทำให้เกิดอาการแขนชา แต่เพียงแค่เปลี่ยนท่านอน อาการชาก็จะหายไป

2. ปวดกระดูกคอ

        ชามือข้างเดียวเป็นประจำ อาจจะเกิดจากการกระดูกคอหนาทึบขึ้น (Hyperostosis) หมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral disc) ยื่นออกมา ทำให้เส้นประสาทคอหรือหลอดเลือดแดงในกระดูกสันหลังโดนกดทับ ส่งผลให้เกิดอาการพิการ เกือบ 70% ของอาการชาบริเวณมือเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

Sponsored Ad

3. ก้านสมอง

        นิ้วชาที่แขนขาข้างใดข้างหนึ่ง โดยอีกอีกข้างของร่างกายเป็นปกติ ในขณะเดียวกันก็มีอาการปวดหัวมึนหัว มองอะไรไม่ชัด อาจเกิดจากก้านสมองซึ่งเป็นอาการร้ายแรง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที

Sponsored Ad

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

4. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทของโรคเบาหวาน

        โรคเบาหวานอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้หลายอย่าง โดยอาการที่ส่งผลต่อระบบประสาทเป็นหนึ่งในนั้น อาการชาที่แขนขา โดยเฉพาะชาที่ขาพบบ่อยที่สุด

5. โรคเกาต์

        จากผลทางสถิติ คนที่มีอาการมือชา 1% มีสาเหตุมาจากโรคเกาต์ อาจเกิดจากการตกตะกอนของกรดยูริคที่เส้นประสาท

Sponsored Ad

6. ขาดสารอาหาร

        การมีปัญหากับระบบทางเดินอาหารในระยะยาว หรือการรับประทานอาหารลดน้อยลงอาจนำไปสู่การขาดโปรตีนและวิตามินในร่างกาย ทำให้เส้นประสาทอักเสบเกิดความเสียหาย จนเป็นเหตุให้มือเท้าชา

7. ผลข้างเคียงจากการใช้ยา

        Furazolidone, Ofloxacin และสารต้านเชื้อแบคทีเรียอาจทำให้เกิดอาการชาได้ โดยอาการชาประเภทนี้จะเริ่มจากมือ แล้วค่อยๆขยายออกไป มักเกิดอาการแพ้หรือรู้สึกผิดปกติ เพราะงั้นการใช้ยาประเภทนี้ต้องทำตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด

Sponsored Ad

        7 สิ่งเล็กๆที่ช่วยบรรเทาอาการชาของมือและเท้า เพราะมือชาและเท้าชาเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคต่างๆและสามารถเป็นซ้ำได้ง่ายๆรักษาให้หายขาดได้ยาก อยากรักษาอาการมือเท้าชา ไม่เพียงต้องรักษาด้วยยา ในชีวิตประจำวันก็มีหลายอย่างต้องระวัง

1. รับประทานอาหารให้เหมาะสม

        อาหารและเครื่องดื่มต้องรสไม่จัด ใส่เกลือน้อย บริโภคไขมันจากสัตว์ให้น้อย กินผักที่มีเส้นใยสูงมากๆ ช่วยให้เส้นเลือดนิ่ม บรรเทาอาการมือเท้าชา

2. ดื่มน้ำเยอะๆ

        การดื่มน้ำมากๆ สามารถลดความหนืดของเลือดได้ ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด และเพิ่มปริมาณเลือดให้กับสมอง

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

3. วิตามินเสริม

        คนอายุมากต้องรับประทานวิตามิน B1 B6 วิตามิน C เสริม เพื่อทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานดีขึ้น บรรเทาอาการมือเท้าชา

4. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม

        ตอนเย็น หรือตอนหัวค่ำ อาจจะออกมาเดิน วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือรำไทเก๊กข้างนอก แต่ห้ามออกกำลังกายหนักและนานเกินไป ก่อนออกกำลังกายต้องวอร์มอัพก่อน 10 นาที (เช่นยืดขา หมุนเอวเป็นต้น)

5. ระวังท่านอน

        เวลานอนท่าที่ดีที่สุดคือนอนหงาย โดยอย่านอนทับมือเท้า หมอนควรสูงประมาณ 7-9 มล. โดยต้องมีความนุ่มเหมาะสม

6. ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

        คนมีอายุต้องตรวจความดันเลือด ไขมันในเลือด และการไหลของเลือดเป็นประจำ ถ้าความดันเลือดสูง หรือไขมันในเลือดสูง ต้องรักษาทันที

7. รักษาวงจรชีวิตให้สมดุล

        พยายามนอนเร็วตื่นเร็ว อย่านอนดึก ตอนกลางคืนไม่ควรดูทีวีนานๆ ต้องฝึกงีบตอนบ่าย ประมาณ 40 นาทีจะเหมาะสม

ข้อควรระวัง : ถ้าเกิดอาการมือเท้าชาควรไปพบแพทย์ อย่าละเลย

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

บทความที่คุณอาจสนใจ