"หนุ่ม ศรราม" เปิดใจครั้งแรกหลัง "เคลียร์หนี้ให้ติ๊ก" เป็นล้านจนไม่ไหว เคยให้โอกาสแก้ตัว แต่ไม่ดีขึ้นเลย

LIEKR:

สรุปข่าว #ติ๊กหนุ่ม หนังละคนม้วน ติ๊ก พูดไม่ตรงกับหนุ่มเลยสักนิด !!

    เรื่องราวในวันนี้ระหว่าง หนุ่ม ศรราม และ ติ๊กบิ๊กบราเธอร์ หรืออดีตภรรยา ที่กำลังเป็นข่าวไปทั่วโลกออนไลน์ หลัง หนุ่มศรรามได้ออกตัวว่าหย่ากันอย่างเป็นทางการ เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยและแม่ที่แก่ชรา

    จากนั้น ติ๊กก็ได้ออกมายอมรับกับสังคมว่า ชีวิตคู่ต้องพังลงเพราะเธอทำตัวเอง แต่เหตุที่ต้องพังลงจริง ๆ เพราะติ๊กเอาเงินไปลงทุนเว็บออนไลน์ จนต้องหอบทองลูกไปขาย จนฟางเส้นสุดท้ายได้ขาดลง 

 

Sponsored Ad

 

    เราต้องฟังความทั้งสองด้าน ครั้งก่อนหน้านี้ เราเคยสรุปข่าวของด้านคุณติ๊กไปแล้ว อ่านเพิ่มเติมได้ที่ :: สรุปข่าว #ติ๊กหนุ่ม : “ติ๊ก กนิษฐรินทร์” หรือ "ติ๊กบิ๊ก บราเธอร์" อดีตภรรยาของ “หนุ่ม ศรราม” มาออกรายการโหนกระแส ที่มีหนุ่ม กรรชัย เป็นพิธีกร รับผิดเล่นการพนันหาเงินใช้หนี้ ถูกตามทวงถึงบ้าน⁣ แต่แล้วเมื่อวานนี้ ศรราม ได้ออกมาพูดบ้างแล้ว 

 

Sponsored Ad

 

    เหตุผลที่ทำการหย่า เพราะช่วงเดือนมกราคม บัตรเอทีเอ็มที่วางไว้หายไป และต่อมาวงเงินเต็มและใช้งานไม่ได้ แสดงว่ามีคนกดเงินไป แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าใครทำ เลยได้ไปแจ้งความและอายัดบัตร

    จากนั้นก็รู้ว่าเงินหายไป 450,000 บาท ธนาคารก็ได้แจ้งว่าเป็นคนใกล้ตัวที่เป็นกดไป เมื่อได้ดูกล้องวงจรปิดและพบว่าเป็นติ๊กที่เป็รคนกด เลยถอนแจ้งความ จนได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินคือถูกใช้ไปกับเว็บไซต์ออนไลน์ที่ไม่ถูกกฎหมาย

 

Sponsored Ad

 

    ตอนนั้นเราถาม เขาก็บอกว่าเป็นหนี้ 7 แสนเราก็เคลียร์ให้อีกครั้ง เราเคลียร์มาให้ตลอด แต่ขอไม่บอกยอดทั้งหมดที่เคลียร์ให้มาแล้วกี่ล้าน ช่วยมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ตอนนั้นไม่รู้เลยว่ามีปัญหาเพราะเว็บออนไลน์เว็บนั้น

 

Sponsored Ad

 

    เราได้หย่ากันตั้งแต่ 20 มกราคม แต่ไม่อยากให้ลูกต้องขาดใครไป จึงยังอยู่ด้วยกัน และขอให้ติ๊กปรับปรุงตัว และอย่ากลับไปทำแบบนั้นอีก

    สุดท้ายติ๊กทำตามที่ขอไม่ได้ ยังสร้างปัญหามาเรื่อย ๆ จนถึงเรื่องหน้ากากอนามัย  900,000 บาท ที่เป็นเรื่องราวโด่งดัง เราก็เอาเงินไปคืนเพื่อขอให้เขาจบเรื่อง

 

Sponsored Ad

 

    แต่พอจบเรื่องหน้ากากแล้ว ก็ยังมีคนทวงหนี้เรื่อย ๆ แต่ครั้งนี้เขาตามมาถึงบ้าน แล้วมันเป็นวันที่เราไปถ่ายละคร แล้วที่บ้านมีแค่แม่กับลูก ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ความปลอดภัยในชีวิตแม่เรา และลูกเราก็ไม่มีเลย เราเลยตัดสินใจแยกทาง

 

Sponsored Ad

 

    ต่อมามีร้านอาหารติดต่อมาให้รับงานคอนเสิร์ต โดยร้านได้ให้เงินมัดจำไว้แล้ว แต่เราไม่รู้อะไรเลย เพราะติ๊กเอาเงินไป แต่ติ๊กบอกเราว่าร้านยังไม่ให้ และเลื่อนจ่ายเงินออกไป

    จนถึงวันที่เราต้องไปจริง ๆ ร้านจ่ายเรามาแค่ครึ่งนึงของค่าตัวทั้งหมด ติ๊กก็เอามาให้และบอกเราว่าทางบอกจะโอนเงินอีกครึ่งให้ทหลัง ต่อมาโทรไปถามความจริงก็รู้ว่าภรรยาเราเอาเงินไปแล้ว

Sponsored Ad

    ส่วนเรื่องทองของลูก เราแค่แกล้งถามว่าถ้าไม่มีเงิน ลองเอาทองลูกไปขายไหม แต่กลายเป็นว่าเขาเอาไปขายก่อนหน้านั้นอีก 

    เราให้เงินเดือนเขาเดือนละ 30,000 บาทเต็มๆ ไม่เคยหัก โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดในชีวิตคู่ ค่ากิน ค่าอาหาร ค่าเที่ยว ค่าซื้อของซื้อนมลูก และอื่น ๆ เรารับผิดชอบทั้งหมด

    ที่ผ่านมาเราเลือกที่จะเงียบ ไม่อยากพูดอะไร เพราะมันจะทำร้ายเราทั้งสองคน พูดไปก็มีแต่เจ็บ แย่สุดมันจะส่งผลถึงลูก 

    แม้ว่าวันนี้ติ๊กออกมาขอโทษแล้ว แต่การกระทำมันสำคัญที่สุด เราขอดูไปสักพักก่อน แต่ตอนนี้ยังให้เจอลูกไม่ได้ ติ๊กต้องไปเคลียร์เรื่องตัวเองให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาคุยกัน

    ส่วนเรื่องที่จะกลับมาใช้ชีวิตคู่ด้วยกันอีกนั้น บอกตรง ๆ ว่ายากมาก แม้ติ๊กจะเป็นภรรยาให้เราไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังเป็นแม่ของลูกเราเสมอ เราก็เป็นพ่อของลูก เราทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุดจะดีกว่า

    พูดจริง ๆ ว่าที่แยกกันไม่ใช่เพราะจ่ายเงินให้เยอะแล้วหรืออะไร แต่เพราะคนรักกันเขาไม่มีใครทำแบบนี้ ไม่มีใครเขาขโมยของลูกไปขาย เอาเงินในอนาคตลูกไปใช้ได้ยังไง แล้วจะให้ใช้ชีวิตด้วยได้ยังไง ชีวิตคู่มันเลยเดินต่อไปไม่ได้ก็เท่านั้นเอง 

ชมคลิป


คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก <<<

ที่มา : รายการแฉ

บทความที่คุณอาจสนใจ