"วิธีเลือกกีวี" ให้หวานฉ่ำ ไม่เปรี้ยวต้องทำยังไง แค่พลิกดูที่หัวท้าย และขนก็รู้แล้ว

LIEKR:

"วิธีเลือกกีวี" ให้หวานฉ่ำ ไม่เปรี้ยวต้องทำยังไง แค่พลิกดูที่หัวท้าย และขนก็รู้แล้ว

    “กีวี” ถือว่าเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมาก วันนี้แอดมินจะมาแนะนำ “วิธีการเลือกกีวี” เลือกอย่างไรถึงจะได้ลูกที่ดีที่สุด

 

Sponsored Ad

    วิธีที่หนึ่ง : ดูจากเปลือกภายนอก

    หากจะเลือกลูกที่สามารถรับประทานได้ทันที ก็ควรเลือกลูกที่มีเปลือกมีเขียวเข้มหน่อย ลูกที่มีเปลือกสีเข้มมากแสดงว่าเนื้อข้างในสุกแล้ว แต่ถ้าเปลือกออกสีเหลืองแบบนี้ แสดงว่าเนื้อข้างในยังไม่สุกเต็มที่ รับประทานแล้วรสชาติก็ไม่ดีเท่าไหร่

 

Sponsored Ad

    วิธีที่สอง: ดูจากขน

    เวลาเราเลือกซื้อลูกกีวีก็ควรสังเกตขนบนลูกกีวีด้วย เพราะกีวีที่สดใหม่ขนจะนุ่มๆ เวลาเราหยิบจับเลือกซื้อก็จะไม่หลุดติดมือ ส่วนกีวีที่เก่าไม่สด เวลาเราเลือกหยิบจับก็จะแข็งหลุดติดมือ

 

Sponsored Ad

.

    วิธีที่สาม: ดูจากรูปลักษณ์ภายนอก

Sponsored Ad

    เวลาเลือกซื้อควรดูรูปลักษณ์ภายนอกของมัน หากด้านบนแคบเล็กและด้านล่างกว้าง คล้ายรูปทรงไข่ไก่ ลูกกีวีแบบนี้เลือกได้ เพราะเวลารับประทานแล้วจะมีรสชาติที่ดี กลิ่มหอมกว่า

 

Sponsored Ad

.

    วิธีที่สี่: ดูจากตรงหัว

Sponsored Ad

    หากพบลูกกีวีที่มีหัวค่อนข้างดำและอ่อนนุ่มนั้นแสดงว่าไม่ควรเลือก ให้เลือกลูกกีวีที่หัวสีเขียว เพราะแบบนี้แสดงว่ากีวีลูกนี้สดใหม่กว่า

 

Sponsored Ad

.

    วิธีที่ห้า: การเร่งให้ลูกกีวีสุกเร็ว

    หากเราซื้อกีวีมามากเกินไป ควรเลือกลูกกีวีที่ยังไม่สุกดี เพราะหากเลือกลูกที่สุกมากมา และเราก็กินไม่หมดจะทำให้ลูกกีวีช้ำและเน่าเสียได้ง่าย ฉะนั้นควรซื้อลูกที่เกือบจะสุกหรือยังไม่สุกดีมา เพื่อรอให้มันค่อยๆสุกแล้วค่อยกินดีกว่า

    แล้วจะมีวิธีเร่งให้ลูกกีวีสุกเร็วได้บ้าง?

    วิธีที่หนึ่ง

    ให้เตรียมแอปเปิ้ลมา 2 ลูก ใส่ในถุงที่มีลูกกีวีด้วยกัน มัดปากถุงให้สนิททิ้งไว้ 2 วัน แค่นี้ลูกกีวีก็สุกได้ที่ สามารถกินได้แล้ว เพราะว่าในลูกแอปเปิ้ลจะปล่อยก๊าซเอทิลีนที่อิ่มตัวออกมา ช่วยให้กีวีสุกเร็วขึ้น

    วิธีที่สอง

    ให้นำกีวีใส่ในตู้เย็นเลย เพราะในตู้เย็นก็สามารถเร่งการสุกให้กับกีวีได้


ที่มา: read543

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

บทความที่คุณอาจสนใจ