พระคู่ขวัญคู่พระราชหฤทัย "พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า" สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี

LIEKR:

ต้นแบบของ "พระบรมราชินียุคใหม่" องอาจเข้มแข็งงามสง่า พระคู่ขวัญใน "พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว" อย่างแท้จริง

    พระองค์ท่านคือต้นแบบของ “พระบรมราชินียุคใหม่” ที่องอาจเข้มแข็งงามสง่า เคียงบ่าเคียงไหล่เป็นพระคู่ขวัญคู่พระราชหฤทัย ใน “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” อย่างแท้จริง พร้อมบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ นำความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ

    ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” ทรงถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดียิ่ง เพื่อแบ่งเบาพระราชภารกิจ ทั้งที่ทรงปฏิบัติแทนพระองค์ และทรงปฏิบัติในส่วนพระองค์เอง

 

Sponsored Ad

 

    โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญที่ทรงมุ่งมั่นคือ การถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์อย่างใกล้ชิด ในฐานะราชองครักษ์ผู้แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันยังทรงเคียงบ่าเคียงไหล่เป็นพระคู่ขวัญคู่พระราชหฤทัย โดยทรงได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างมากในพระจริยวัตรอันงดงามอ่อนน้อมถ่อมตน

 

Sponsored Ad

 

    นับตั้งแต่ “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” ขึ้นเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศต่างก็แซ่ซ้องถึงความเป็น “พระคู่ขวัญคู่พระราชหฤทัยยุคใหม่” ที่พร้อมเคียงบ่าเคียงไหล่มุ่งบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ พร้อมนำความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคงมาสู่ประเทศชาติ

 

Sponsored Ad

 

    “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันก็จะสร้างป่า...” พระราชดำรัสอันลึกซึ้งกินใจดังกล่าวของ “สมเด็จพระบรม ราชชนนีพันปีหลวง” ที่ทรงยึดมั่นตลอดหลายทศวรรษที่ได้ทรงงานเคียงข้าง “พระบาทสมเด็จพระมหา ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร” อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อย ถือเป็นหลักไมล์สำคัญให้องค์ราชินีได้น้อมนำไปยึดถือปฏิบัติเพื่อเกื้อหนุนและแบ่งเบาพระราชภารกิจอันหนักอึ้งของพระมหากษัตริย์ ซึ่ง “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี” ก็ทรงถวายงานรับใช้เบื้องพระยุคลบาท “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10” ด้วยความจงรักภักดียิ่งเสมอมา

 

Sponsored Ad

 

    ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สง่างาม แฝงไว้ซึ่งความอ่อนโยน “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี” ทรงเป็นพระบรมราชินีที่องอาจเข้มแข็ง และมีระเบียบวินัย ตามแบบฉบับของทหารอย่างแท้จริง ทรงผ่านหลักสูตรการฝึกทหารมาแล้วอย่างเข้มข้นทุกด้าน โดยทรงทำการกระโดดร่ม 5 ครั้ง จากเครื่องบิน ตามหลักสูตรของโรงเรียนศูนย์สงครามพิเศษ แม้แต่กระโดดร่มลงทะเลในเวลากลางคืน ก็ทรงมีความมุ่งมั่นฝึกฝนด้วยความตั้งพระทัย ได้รับเสียงชื่นชมจากครูฝึกทุกหลักสูตรว่าทรงมีความมุ่งมั่นใส่ใจในการฝึกจนสำเร็จผ่านการศึกษาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก รุ่น 91 และวิทยาลัยการทัพบก (วทบ.) รุ่น 59 โดยได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหาร ปฏิบัติการพิเศษติดพระยศพลตรีหญิง เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2556 สังกัดสำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด

 

Sponsored Ad

 

    ขณะทรงดำรงตำแหน่งทางทหารเป็นผู้บังคับการกรมราชวัลลภเริงระบำ คุมกำลัง 3 กองพัน และ 1 บก.กรม ได้ทรงพิสูจน์ถึงพระปรีชาสามารถและความอดทนเยี่ยงทหาร โดยทรงนำทำการแสดงทางทหารประกอบดนตรี “ราชวัลลภ เริงระบำ” (Hop to the Bodies Slams) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ในงานวันราชวัลลภ ที่มีความยาวต่อเนื่องถึง 48 นาที ได้อย่างสง่างามเข้มแข็งน่าทึ่ง

 

Sponsored Ad

 

.

    ด้วยพระทัยมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งเหนืออิสตรี จึงทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ประจำหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สำนักผู้บัญชาการทหารสูงสุด ก่อนจะขยับขึ้นเป็นเสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และนายทหารปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ประจำหน่วย บัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ จนถึงปัจจุบันทรงรั้งตำแหน่ง “รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์” คุมกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ถวายความปลอดภัย และถวายพระเกียรติแด่องค์พระมหากษัตริย์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์อย่างใกล้ชิด 

Sponsored Ad

    โดยทรงดำรงยศทางทหารเป็น “พลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา” กระทั่งเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาให้ขึ้นดำรงฐานันดรศักดิ์เป็น “สมเด็จพระราชินีสุทิดา” และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็น “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาพัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562

ที่มา : thairath

บทความที่คุณอาจสนใจ