อดีตสาวออฟฟิศเบื่องาน หันทำ "เกษตรผสมผสาน" ตามพ่อหลวง โกยรายได้เดือนละแสน!

LIEKR:

สาวชุมพรสานต่อที่พ่อสอน ทำเกษตรผสมผสาน โกยรายได้เดือนละแสน "รวยไป 7 ชั่วโคตร"

        “ทำเกษตรแบบคนรุ่นใหม่ ไม่เครียดและไม่กดดัน เพราะมีหลักคิดง่ายๆ เริ่มทำอย่างไรก็ได้ให้มีความสุขก่อน อย่าเพียงมุ่งหาแต่รายได้ คิดแค่ว่าทำเพื่อลดรายจ่ายก่อน แล้วรายได้จะตามมาทีหลัง” หลักคิดการทำเกษตร ของ คุณเมธยา

Sponsored Ad

        "คุณเมธยา ภูมิระวิ" หรือ "คุณเมย์" อยู่ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เกษตรกรรุ่นใหม่สานต่องานเกษตรที่พ่อสอน บนเนื้อที่ 27 ไร่ คุณเมย์ เล่าว่า เธอเรียนจบคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เมื่อเรียนจบเธอตัดสินใจกลับบ้านที่จังหวัดชุมพรทันที ไม่ได้อยู่ทำงานตามสายที่เรียนมา เนื่องจากเคยได้ฝึกงานก่อนที่จะเรียนจบ แต่รู้สึกว่าไม่ใช่วิถีชีวิตที่ชอบ ไม่ชอบทำงานในออฟฟิศที่ต้องตื่นเช้ามาตอกบัตรเข้า-ออกรู้สึกอึดอัด จึงคิดว่าที่บ้านก็มีพื้นที่ให้ทำต่อยอด ทำไมไม่กลับไปดูแลพื้นที่ของตัวเอง

Sponsored Ad

เริ่มทำเกษตร บนคำสบประมาทของชาวบ้าน หาว่า “บ้า”

Sponsored Ad

        แรกๆ คนแถวบ้านหาว่าเธอบ้า มีงานดีๆ ไม่ทำ ซึ่งตอนนั้นเธอคิดแค่ว่า เธอไม่ได้ทำอะไรผิด เธอแค่เลือกในสิ่งที่ตัวเองรัก เลือกที่จะกลับบ้านมาดูแลพ่อแม่ ดูแลแผ่นดินที่ตัวเองเกิด เธอจึงมุ่งมั่นที่จะทำเกษตรบนแนวคิดของเธอให้สำเร็จ และลบคำสบประมาทของชาวบ้านให้ได้

        คุณเมย์ บอกว่า พื้นฐานครอบครัวพ่อกับแม่เป็นเกษตรกรปลูกปาล์มน้ำมันมาก่อน มีการเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งการทำเกษตรของพ่อ พ่อจะเน้นเรื่องการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ และเรื่องของอารยะขัดขืนในสวนปาล์ม คือปลูกไม้ยืนต้นในสวนปาล์ม จะไม่เชื่อในหลักวิชาการ แต่เชื่อในหลักของการปฏิบัติและเชื่อตามศาสตร์พระราชา

Sponsored Ad


        การเริ่มต้นทำเกษตรของคุณเมย์ เริ่มจากแนวคิดง่ายๆ คือ ทำสิ่งที่ตนเองชอบและมีความสุขก่อน คือการเลี้ยงสัตว์ มีไก่นานาชนิด ไก่พื้นเมือง ไก่ต๊อก ไก่งวง ห่าน ไก่ดำ เลี้ยงจนชำนาญสามารถเพาะขยายพันธุ์แจกเพื่อนบ้าน จึงขยับมาทำงานสวนต่อ ปลูกไม้ผล ทำสวนป่า ในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะภายในสวนจะทำน้ำหมักไล่แมลงเอง ทำน้ำหมักปรับโครงสร้างดินแต่ละสูตร ทำปุ๋ยหมักบำรุงพืชเอง เช่น น้ำหมักจาวปลวกเป็นสูตรที่ทำง่ายแต่ได้ผลดี

Sponsored Ad

        เริ่มจากการหารังปลวกมาก่อน แล้วขุดเอาดินแข็งๆ ออก เอาแต่รังนิ่มๆ ข้างใน แล้วนำมาผสมน้ำเปล่า กากน้ำตาล รำ แล้วหมักทิ้งไว้ 3 เดือน

Sponsored Ad

        วิธีใช้ นำไปรดดิน รดต้นไม้ ช่วยในเรื่องการปรับโครงสร้างของดินให้รากพืชเดินได้สะดวกขึ้น เพราะในรังปลวกมีน้ำลายของปลวก จะมีเชื้อราตัวดี เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา แบคทีเรียแอคติโนมัยซีท ที่เป็นตัวดีๆ ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์และเพิ่มประสิทธิภาพในการปลูกพืชผักให้ได้ผลผลิตดีขึ้น

        การทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ น้ำ คือ สิ่งสำคัญ ไม่มีน้ำก็ปลูกพืชไม่ได้ ที่สวนจะให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำมาเป็น อันดับ 1 มีการจัดระบบน้ำที่ดี หน้าแล้งไม่เคยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ เพราะวางแผนระบบน้ำให้มีพอใช้ มีการขุดคลองไส้ไก่ คือร่องระบายน้ำที่มีลักษณะคดเคี้ยวคล้ายกับไส้ไก่ เพื่อชะลอน้ำให้ไหลช้าลง และกระจายความชื้นได้ทั่วถึง คลองไส้ไก่ถึงแม้น้ำจะแห้งแต่มีระบบหญ้าแฝกยึดหน้าดินอยู่ ต้นไม้จึงงาม เพราะหญ้าแฝกมีคุณสมบัติช่วยกักเก็บน้ำ ช่วยกระจายความชุ่มชื้นในดิน

Sponsored Ad

        พื้นที่ทำการเกษตรของคุณเมย์ มีทั้งหมด 27 ไร่ คุณเมย์ แบ่งพื้นที่ไว้ขุดสระทำบ่อน้ำไว้ใช้ในการเกษตร 7 ไร่ ปลูกปาล์มน้ำมันผสมกับสวนป่า 9 ไร่ สวนผสมไม้ผล 6 ไร่ และแบ่งพื้นที่ไว้ทดลองทำโคกหนองนาโมเดล 1 ไร่ คุณเมย์ บอกว่า ยิ่งทำให้ครบวงจร จะยิ่งลดค่าใช้จ่ายได้มากเท่านั้น การทำเกษตรถ้าทำอย่างเดียว เมื่อเกิดปัญหาจะพาลำบากกันไปทั้งบ้าน ทางที่ดีคือ ผสมสผสาน ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มีป่า มีสัตว์ ทำให้ระบบนิเวศสมบูรณ์ เมื่อระบบนิเวศสมบูรณ์สัตว์จะเริ่มจัดการกันเอง ทำปุ๋ยก็ไม่ต้องกลับกองเอง ใช้ไก่ในการคุ้ยเขี่ยสลับกองให้ และยังช่วยกำจัดวงจรแมลงวัน หรือที่สวนเลี้ยงปลา หากไก่ตายก็สามารถเอาไก่ไปให้ปลากินเป็นอาหารได้อีก รวมถึงการทำน้ำหมักจะเน้นในเรื่องของการนำเศษอาหารในครัวเรือน มาผสมกับรำ ทำเป็นอาหารปลา พยายามทำตามฟันเฟืองของธรรมชาติ อย่าไปฝืนธรรมชาติ ถ้าอยู่กับธรรมชาติได้ รายได้จะมาเอง

        คุณเมย์ เล่าถึงการดูแลจัดการสวนทั้ง 27 ไร่ คนเดียวว่า เริ่มจากตื่นเช้ามา หาอาหารให้เป็ด ไก่ ระหว่างทางจะเดินดูแลต้นไม้ไปด้วย เสร็จแล้วมาปล่อยวัวไปหาอาหาร หลังจากนั้นจะมาดูแลในส่วนของสวนป่าและไม้ผล หนึ่งวันหลังจากดูแลเป็ดไก่เสร็จ จะมีเวลาว่างเหลืออีก 5-6 ชั่วโมง เวลา 5-6 ชั่วโมง อาจจะเดินได้ไม่ทั่วสวน เธอก็จะดูเป็นรอบๆ แบ่งกันไป แล้วแต่จะจัดโปรแกรมว่าวันนี้จะไปทำตรงไหน เช่น วันนี้จะเข้าไปดูสวนหม่อน ก็เข้าไปตัดแต่งกิ่งหม่อน รดน้ำ กำจัดวัชพืชต่างๆ ส่วนของวันพรุ่งนี้ก็ไปทำอย่างอื่น สลับหมุนเวียนกันไป ทำทุกวันให้มีความสุข อย่าคิดว่ามันเป็นงาน นี่คือ ระบบจัดการสวนทั้ง 27 ไร่ ใช้แรงงานเพียงคนเดียวในแบบฉบับของเธอ

        อาหารไก่ ตอนเช้าใช้วิธีการถอนหญ้า และวัชพืชต่างๆ มาให้เป็ดให้ไก่กิน ช่วงบ่ายจะหุงข้าวผสมกับรำและข้าวเปลือกคลุกเคล้าเป็นอาหารอีกมื้อ หรือถ้าวันไหนขยันจะสับต้นกล้วยผสมลงไปด้วย และยังมีน้ำหมักเศษอาหารไว้จนได้ที่ก็จะเกิดหนอน ซึ่งเป็นหนอนที่มีโปรตีนก็จะมาจับให้เป็ดให้ไก่กิน


        ไม้ผล ใช้น้ำหมักชีวภาพ ลงทุนซื้อเครื่องที่ใช้ฉีดพ่น ส า ร เ ค มี มาฉีดพ่นดูแล ทุกๆ 15 วัน จะฉีดน้ำหมักไล่แมลงและบำรุงฉีดไปพร้อมกันเลย สัดส่วนการทำน้ำหมัก 3:1:1:10 อัตราส่วนจะคล้ายกันหมด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ว่าจะใช้ไล่แมลงหรือบำรุงต้นไม้ และขึ้นอยู่กับสมุนไพรที่จะใช้หมัก เช่น วันนี้อยากไล่แมลง ให้นำยาเส้นและใบสาบเสือทุบรวมกัน 3 กิโลกรัม ผสมกับสารให้ความหวาน 1 ส่วน หัวเชื้อ 1 ส่วน น้ำสะอาด 10 ส่วน ทิ้งไว้ 3 เดือน ใช้ได้ แต่ถ้าเร่งรัดหนอนลงแรงมาก รอ 3 เดือน ไม่ไหว ให้นำข่ามาตำหรือทุบแช่น้ำไว้แล้วต้มทิ้งไว้ 1 วัน แล้วนำมาพ่นไล่หนอนไล่แมลง และสารชีวภาพพวกนี้ให้ทำสูตรใช้สลับกันไป อย่าใช้ซ้ำ ไม่อย่างนั้นแมลงจะชินใช้ไม่ได้ผล

        คุณเมย์ สามารถจัดสรรพื้นที่ทุกตารางนิ้วให้กลายเป็นเงินได้อย่างน่าทึ่ง รายจ่ายภายในสวนจึงแทบไม่มี จะมีแต่เพียงค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต เพียงเท่านั้น เจ้าของบอกว่า ถ้าเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของการทำสวน จะมีแค่เพียงค่าข้าวที่นำมาหุงเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ เดือนละ 3,500 บาท เพราะยังไม่ได้ปลูกข้าวไว้กินเอง แต่ตอนนี้กำลังวางแผนปลูกข้าวเพิ่มแล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายในส่วนอื่นแทบไม่มี เพราะปุ๋ยก็เป็นปุ๋ยที่ทำเอง โดยการนำเศษทุเรียนที่เหลือทิ้งจากคนในพื้นที่มาทำปุ๋ยหมักและแปลงเป็นเงิน อย่างปีที่แล้วทำได้เยอะกว่า 200 ตัน ทำเป็นวัสดุปลูกไว้ใช้ในสวน เมื่อเหลือก็ทำขายตักใส่ถุง 5 กิโลกรัม ราคาถุงละ 20 บาท

เชื่อในสิ่งที่ทำ แล้วความสำเร็จจะมาเอง

        “หลายคนอยากทำเกษตร แต่ยังมีความกังวล คิดว่าตัวเองไม่มีความรู้ แล้วจะทำได้อย่างไร อยากบอกว่าให้เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเลือกและทำให้ดีที่สุด ทำอย่างตั้งใจ อย่างตัวเธอเอง เธอก็ไม่มีความรู้มากมายอะไร อาศัยจากการเรียนรู้ อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว ต้องรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น และให้ยึดหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้ง 5 ข้อ

        - ความอดทน

        - ไม่พูดมาก ไม่อวดรู้

        - ไม่ทะเลาะกัน

        - มีความเพียร

        - อย่าใจร้อน

        การทำเกษตรใจร้อนไม่ได้ ถ้าเร่งจะเอาแต่เงินก็พัง ถ้าทุกคนยึดหลักเหล่านี้ได้ เชื่อว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จแน่นอน เพราะตัวเธอเองก็ไม่ได้มีเงินทองมากมาย เริ่มจากครอบครัวติดหนี้ แต่ทุกวันนี้ปลดหนี้ได้หมด และมีเงินซื้อที่เพิ่ม เพราะยึดศาสตร์พระราชาเป็นแบบอย่าง” คุณเมย์ กล่าวทิ้งท้าย

.

        สำหรับท่านที่สนใจปรึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ หรือต้องการเข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้บ้านน้อย กลางป่าใหญ่

ข้อมูลและภาพจาก technologychaoban

บทความที่คุณอาจสนใจ