ชมความงดงามกลางหุบเขา "สะพานห้วยตอง" เชื่อมต่อเหนือ-อีสาน

LIEKR:

"ความสวยงาม ที่แอบแฝงไปด้วยความน่ากลัว"

        สะพานเชื่อมแผ่นโลก "สะพานห้วยตอง" สวยงามจนไม่น่าเชื่อว่าที่นี่มีในประเทศไทย มีชื่อเป็นทางการว่า "สะพานพ่อขุนผาเมือง" เป็นสะพานทางเชื่อมภาคเหนือ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าด้วยกัน 

        มีระยะทาง 103.4 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างรวม 6 ปี เป็นทางมาตรฐาน ลาดยางตลอดโดย มีผิวลาดยางกว้าง 7 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.50 เมตร ถือเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่มีตอม่อ สูงสุดในประเทศไทย สูงถึง 50 เมตร

 

Sponsored Ad

 

        "สะพานห้วยตอง" เป็นสะพานรัศมีโค้ง ที่เชื่อมระหว่างภูเขาที่อยู่ใกล้กับที่ราบ ที่เป็นแนวรอยต่อระหว่างแนวรอยต่อระหว่าง แผ่นอนุทวีปชาน-ไทย และแผ่นอนุทวีปอินโดไชน่าที่บริเวณ หลักกิโลเมตรที่ 39 บนทางหลวงแผ่นดินสายหล่มสัก-ชุมแพ เป็นสะพานที่มีตอม่อ สูงที่สุดในประเทศไทย 

 

Sponsored Ad

 

        ทั้งนี้ บริเวณกลางสะพานสามารถแลเห็นทางน้ำ ที่อยู่ข้างล่างได้อย่างชัดเจน มีจุดชมวิวสามารถเดินเท้าไปชม เป็นระยะทาง 200 เมตร สามารถชม ภูมิประเทศ ที่หลงเหลือจากการชนกันของแผ่นเปลือกโลก นอกจากนั้นบริเวณที่เป็นป่าบนภูเขา ยังพบว่าเป็นแหล่งอยู่อาศัย ของค้างคาวมงกุฎมาร์เซล ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน

สะพานห้วยตอง

 

Sponsored Ad

 

สะพานห้วยตอง

สะพานห้วยตอง

สะพานห้วยตอง

สะพานห้วยตอง

สะพานห้วยตอง

        แต่เห็นสวย ๆ แบบนี้บางทีก็มีประวัติมามากมายเหมือนกัน สะพานห้วยตอง เส้นทางสายมรณะ ที่เปิดใช้มากว่า 30 ปี โดยช่วงวันดังกล่าวมีผู้รู้นาม.. phongp ได้ยืนยันไว้ในกระทู้พันทิปว่า…ตั้งแต่สมัยสร้างเสร็จใหม่ ๆ จนถึงเวลานี้ 30 กว่าปี น่าจะเกิน 100 ศพ แล้วจะเกิดเหตุบ่อยโดยเฉพาะที่มาจากชุมแพ เพราะเป็นทางลงเขาและโค้งเข้าสะพาน ลงเขาตลอดจนถึงพื้นราบและยังมีเรื่องเล่าที่มีความเกี่ยวข้องกับความลี้ลับอาถรรพ์ของสะพานแห่งนี้อีกมากมาย

 

Sponsored Ad

 

        วันนี้ผู้เขียนขอเสนอ เรื่องราวเกี่ยวกับ สะพานพ่อขุนผาเมือง หรือ สะพานห้วยตอง ซึ่งเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามมาก ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยเราและกำลังเป็นกระแสของความน่าสะพรึงกลัวขนหัวลุกให้แก่ชาวโลกโซเชี่ยลอยู่ในขณะนี้กันค่ะ

        "สะพานพ่อขุนผาเมือง" หรือ สะพานห้วยตอง เป็นเส้นทางที่ต้องใช้เครื่องจักรหนักเป็นจำนวนมาก เพื่อตัดเขาเป็นงานดินถึง 4.0 ล้าน ลบ.ม. และต้องทำ การระเบิดหินอีก 4.5 ล้านลบ.ม นับว่ามีปริมาณมาก เมื่อเทียบกับความยาวของระยะทางเพราะต้องทำการ ก่อสร้าง ที่ตัดภูเขาสูงชัน และสลับซับซ้อนมาก เหตุที่สร้างสะพานห้วยตอง หรือ สะพานพ่อขุนผาเมือง

 

Sponsored Ad

 

         ***และสาเหตุที่มาของความหลอนที่กำลังเป็นกระแสร้อนฉ่าของชาวโลกโซเชียลในขณะนี้น่าจะมาจากเมื่อหลายปีก่อนเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่นี่ก็เป็นได้…  

        เอาล่ะทีนี้ผู้เขียนจะขอเกริ่นเล่าท้าวความเดิมแต่พอสังเขปให้ท่านผู้ชมทราบไปพร้อม ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ … "เมื่อหลายปีก่อนเวลาประมาณ 23.00 น.ของ วันที่ 26 ธันวาคม 2556 หรือจะเรียกว่าช่วงเช้ามืดของวันที่ 27 ธันวาคม 2556 ก็ได้ค่ะ ซึ่งได้เกิดมีอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารประจำทาง ของบริษัทหนึ่ง สายขอนแก่น-เชียงรายหมายเลขข้างรถ 637-20 ตกสะพานพ่อขุนผาเมือง หรือสะพานห้วยตอง
        ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กที่ตอม่อสูงสุดของประเทศไทย บริเวณตำบลปากช่อง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่งผลให้ผู้โดยสารเสียชีวิตเกือบทั้งหมด"

 

Sponsored Ad

 

 .

        และผู้เขียนก็เชื่อว่าสาเหตุนี้น่าจะมีส่วนที่สอดคล้องกับเรื่องราวของผู้ใช้เฟซบุ๊ก พัฒนศักดิ์ทิพย์รักษ์ ที่ได้โพสต์ภาพสะพานห้วยตองพร้อมทั้งขยายภาพจนมองเห็นเป็นภาพคล้ายคนกำลังยืนอยู่บนตอม่อสะพานลักษณะคล้ายกำลังมองผู้ที่ถ่ายภาพพร้อมทั้งเขียนข้อความว่า 

        "ไปเที่ยวจะ ๆ ทางลงเขาบรรจงดูแต่ละภาพ..เพชรบูรณ์ถ่ายไว้ที่สะพานอย่าบอกนะว่าขี้เกี้ยมนะ! กลางวันแสก ๆ..!!!! (เพิ่งมาดูในคอม) ซึ่งหลังจากโพสต์ภาพนี้ลงไปได้มีการแชร์ต่อกันไปเป็นจำนวนมากรวมทั้งมีผู้แสดงความคิดเห็นอย่างมากมายบ้างก็ว่าเป็นดวงวิญญานของผู้ที่เสียชีวิตในบริเวณดังกล่าวบ้างก็ว่าเป็นเป็นคนจริง ๆ ที่ลงไปถ่ายรูป"

Sponsored Ad

        ทั้งนี้ผู้โพสต์ภาพดังกล่าวได้เปิดเผยว่า ตนเองเป็นชาวจังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อวันอาทิตย์ที่22ต.ค.2560ได้พาครอบครัวและญาติ ๆ ขับรถมาเที่ยวที่จังหวัดเพชรบูรณ์ขณะขับรถใกล้จะถึงสะพานห้วยตองได้กลิ่นเบรกรถไหม้เมื่อข้ามสะพานมาจึงจอดรถตรงจุดพักรถ จากนั้นได้เดินไปตรงจุดชมวิวกับลูกชายและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวิวสะพานเพราะเห็นว่าสวยดีโดยที่ไม่ทราบว่าบริเวณจุดดังกล่าวนั้นเคยมีเหตุการณ์อะไรมาก่อนกระทั่งได้ค้นหาประวัติจึงทำให้ตนทราบว่าจุดดังกล่าวเคยมีอุบัติเหตุรถทัวร์ตกทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก!!!

        จากนั้นจึงได้ขับรถออกจากสถานที่ดังกล่าวไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และเดินทางกลับที่จังหวัดร้อยเอ็ดกระทั่ง วันศุกร์ที่ผ่านมาตนและครอบครัวได้นำภาพถ่ายลงเครื่องคอมเพื่อจะดูภาพต่าง ๆ ที่ได้ไปเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์กระทั่งมาเจอภาพที่ถ่ายสะพานห้วยตองขณะดูภาพลูกชายได้บอกว่ามีภาพคล้ายคน
        จึงได้ขยายออกดูก็พบว่าเป็นภาพคล้าย ๆ คนใส่เสื้อสีขาวยืนแอบอยู่บนเสาตอม่อสะพานทำเอาทุกคนขนลุกไปตาม ๆ กันโดยเฉพาะลูกชายถึงกับไม่กล้าดูอีกเลยคืนนั้นไม่มีใครกล้านอนคนเดียวเลยกระทั่งรุ่งเช้าตนและครอบครัวรีบนำสังฆทานไปถวายพระทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ดวงวิญญาณตามภาพที่ปรากฏตามปกติตนไม่เชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณแต่เมื่อมาเจอกับตนเองถึงกับต้องเปลี่ยนความคิดและรีบไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้พร้อมทั้งอธิฐานว่าหากโชคดีก็จะไปทำบุญให้อีกทั้งที่บริเวณสะพานดังกล่าว ท้ายนี้ผู้เขียนอยากจะฝากข้อคิดเห็นไว้กับท่านผู้ดังนี้ค่ะ .. ไม่ว่าสิ่งที่ปรากฏให้เห็นในภาพถ่ายตรงบริเวณนั้นจะเป็นอะไรก็ขอให้ทุกท่านมีสติและใช้วิจารณญาณในการรับชมสาระข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกครั้งด้วยนะคะ!!

        เรื่องราวเหล่านี้แม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเชื่อที่บังเอิญสอดคล้องตรงกับเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา สำหรับในแนวทางพุทธศาสนาของเราแล้ว นั่น ย่อมหมายถึง ดวงวิญญาณที่มาปรากฏให้เห็นอยู่ในภาพดังกล่าวน่าจะมาแสดงตนเพื่อขอรับส่วนบุญจากผู้ที่สามารถเชื่อมหรือเข้าถึงยังอีกมิติหนึ่งในขณะที่เป็นช่วงคาบเกี่ยวเนื่องเวลาระหว่างประตูมิติเปิดพอดีนั่นเอง…ดังนั้นเพื่อความสบายใจผู้เขียนจึงอยากเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียง เชิญชวนให้ท่านผู้ชมทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความนี้ร่วมแรงร่วมใจกันไปทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลผลแห่งบุญให้กับเหล่าดวงวิญญาณที่ยังคงติดอยู่ตรงบริเวณนั้นตามแต่ละบุคคลจะสะดวกนะคะ เพื่อให้ผลแห่งบุญกุศลครั้งนี้จะช่วยปลดพันธนาการให้เหล่าดวงวิญญาณที่ยังคงติดอยู่ตรงบริเวณนั้นได้ไปสู่ที่สงบร่มเย็นในสัมปรายภพอย่างแท้จริงเสียที ของแบบนี้หากแต่ใครจะไม่เชื่อก็ได้ค่ะ แต่ก็ไม่ควรที่จะลบหลู่เอาเสียทีเดียว เพราะสิ่งที่เราไม่เห็นนั่น ไม่ได้แปลว่ามันไม่มีอยู่จริง ๆ เสมอไปหรอกนะคะ และผู้เขียนก็มีความเชื่อมาก ๆ ว่า…โดยส่วนใหญ่แล้วคนไทยเรานั้นมีความใจบุญสุนทานเป็นที่ตั้งลำดับหนึ่งเลยทีเดียวค่ะ ผู้เขียน ขอโมทนาสาธุกับผู้ชมทุก ๆ ท่านที่ได้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลผลแห่งบุญให้แก่เหล่าดวงวิญญาณที่อยู่บริเวณนั้นด้วยค่ะ

.

.

ข้อมูลและภาพจาก tnews / siamnews

บทความที่คุณอาจสนใจ