หนุ่มเผย !! พ่อชอบล่าสัตว์ สุดท้ายกลายเป็นคนเสียสติ ลงคลานสี่ขาร้องโหยหวน "อย่าฆ่าผมเลย" !!

ในโลกนี้ไม่มีใครใหญ่หรือรอดพ้นจากรรมที่เราได้ทำได้หรอก !!
Sponsored Ad

        หลังจากที่เป็นข่าวดังเรื่องนายเปรมชัยประธานบริหารอิตาเลี่ยนไทยบริษัทมหาชน กับพวกที่เข้าไปล่าสัตว์ป่า  จนท จึงเข้าทำการตรวจสอบบริเวณเต๊นพัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หลายชนิดเช่น เสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา และอาวุธที่ใช้ล่า เจ้าหน้าที่ จึงทำการจับกุมเพื่อส่งคดี สภอ.ทองผาภูมิ

Sponsored Ad

        เมื่อข่าวนี้ออกมาก็สร้างความความสลดใจแก่คนที่รักสัตว์ป่าและธรรมชาติเป็นอย่างมาก และก็กลายเป็นกระแสสังคมอีกว่า ทำไมเหตุกาณ์ครั้งนี้่ต้องเอาผิด หัวหน้าวิเชียร ผู้เข้าจับกุม แล้วตอนนี้ผู้ต้องหาหรือ นายเปรมชัย นั้นอยู่ไหน และเรื่องนี้เองหลายๆท่านก็คงจะทราบว่ามีคนใหญ่คนโตนั้นมาเกี่ยวข้องด้วย

         และเมื่อไม่นานก็มีผู้ใช้เฟสบุ๊คท่านหนึ่งๆด้มาเล่าประสบการณ์จริจากชีวิตครอบครัวของเขาว่า ไม่มีอะไรใหญ่กว่าเวรกรรม โดยระบุว่า (นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจึงไม่โพสเกี่ยวกับเจ้าสัวเข้าป่าเลย) ...ตั้งแต่มีข่าวบอสบ.ก่อสร้าง ผมไตร่ตรองอยู่นานหลายวันว่าจะเขียนโพสอย่างไรเกี่ยวกับ "คุณพ่อ" แบบไม่ถูกประนามว่าเป็นลูกอกตัญญู สุดท้ายกลางดึกคืนนี้ผมจึงตัดสินใจเขียนตาม "ความจริง"

        ตั้งแต่เด็กจนโต ผมเห็นคุณพ่อผมมีความสุขกับเกมการ "ล่า" คุณพ่อไปป่ากับเพื่อนแทบจะทุกสัปดาห์เพื่อล่าสัตว์ ไม่ต่างจากบอสใหญ่ท่านนี้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผมเห็นภาพเจ้าสัวนั่งในป่าพร้อมซากสัตว์ มันจึงเกิดเสียงสะท้อนเข้าไปถึงจิตใจลึกๆของตัวผมเอง เจ้าสัวคงมีความสุขกับการอยู่กับธรรมชาติในฐานะสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งบนโลก ไม่แตกต่างจากคุณพ่อของผม ความสุขที่ได้กลับสู่ความเป็นตัวตนแท้จริงของเรา ที่ไม่ต้องมีหัวโขนใดๆ ไม่มีโลกสวย ไม่มีม่านจริยธรรม ...ไม่มีเรื่องงี่เง่าที่ถูกปลูกฝังไว้ใดๆ มากักขังจิตใจเราอีกต่อไป ได้ปลดปล่อยทุกอย่างมันออกมาในฐานะผู้ล่าตามธรรมชาติชนิดหนึ่งเท่านั้น แม้มันจะดูเพี้ยนๆในสายตาคนเมือง แต่นี่มันคือการกลับสู่ธรรมชาติจริงๆ 

Sponsored Ad

        อย่าคิดว่าคนรวยจะสุขสบายทุกอย่าง เพราะเมื่อเงินซื้อมันมาหมดทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว "ความน่าเบื่อ" มันก็เข้ามากัดกินจิตใจ นี่กระมังที่ทำให้เจ้าสัวชราเข้าป่าหันปืนยิงเพชฌฆาตผู้ถูกขนามนามว่าเป็นนักล่าแห่งพงไพรอย่างเสือดำ คมเขี้ยวกับลูกปืน มาวัดอำนาจท้าทายชีวิตกันดู

        ประมาณ พ.ศ.2533 พ่อผมและเพื่อนเข้าป่าล่าสัตว์ดังทุกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ได้เจอหมูป่า,เก้ง,กระต่ายป่า ฯลฯ แต่...กลับเจอ "วัวกระทิง"แถมเป็นตัวโตเต็มวัยอีกด้วย มันยิ่งกว่าถูกหวย มันช่างท้าทายชีวิตเสียจริง เพราะหากหันปากกระบอกปืนยิงออกไปแล้ว วัวกระทิงจะวิ่งเข้ามาขวิด หากมันมาถึง พ่อผมและเพื่อนๆต้องตาย หากยิงมันตายก่อน นั่นคือวินาทีแห่งชัยชนะ วินาทีแห่งครั้งหนึ่งในชีวิต วินาทีแห่งเกียรติยศในฐานะนายพราน เมื่อเป็นเช่นนี้ พ่อผมจึงเหนี่ยวไกยิงเป็นคนแรก และวัวก็วิ่งเข้ามา เพื่อนๆอีกเกือบยี่สิบคนช่วยกันรุมยิง จึงจบชีวิตวัวกระทิงได้สำเร็จ ทุกคนที่ไปวันนั้นดีใจมาก คุณพ่อผมได้ขาและสะโพกชิ้นใหญ่กลับมาที่บ้านเป็นรางวัลที่เป็นผู้กล้ายิงกระสุนนัดแรก

Sponsored Ad

        ที่บ้านทำต้มยำเนื้อกระทิงกินกัน ทุกคนกินกันหมดยกเว้นผม เพราะเนื้อมันเหนียวมาก ผมคายทิ้งแล้วเดินหนี ....เวลาผ่านมาราว 1 ปี คุณแม่ผมถอนฟันซี่เดียวเส้นเลือดสมองแตกกลายเป็นอัมพาต และบังเอิญคุณแม่เป็นรายได้หลักของบ้าน ทำให้คุณพ่อต้องแบกภาระทั้งหมดไว้ ทำให้คุณพ่อต้องทำงานหนัก สุดท้ายโรคไต,ตับก็กำเริบ สุดท้ายพ่อน้ำก็คั่งขึ้นสมอง พ่อกลายเป็นคนเสียสติ ลงคลานสี่ขา ร้องโหยหวน "อย่าฆ่าผมเลย" ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปีจึงเสียชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน ครอบครัวผมแตกสาแหรกขาดพังพินาศ และแว่วๆมาว่าเพื่อนทั้งยี่สิบคนที่ไปวันนั้นได้เสียชีวิตลงแปลกๆทั้งหมดทุกคนเช่นกัน

        เรื่องแบบนี้ ไปเล่าให้ฝรั่งฟัง ฝรั่งคงงง เพราะไม่มีในตำราเรียนของเขา แต่ถ้าเป็นที่ประเทศนี้ คุณและผมคงพูดเหมือนกันว่านี่คือ "กฏแห่งกรรม" มันคือบาปเวรกรรมที่พ่อผมฆ่าสัตว์ป่าน้อยใหญ่มามากมายนั่นเอง เจ้าเวรกรรมนี้เองที่ทำให้เจ้าสัวหมื่นล้านแสนล้านต้องเจออย่างปัจจุบันนี้ เจ้าเวรกรรมนี้เองที่ทำให้นายทหารผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศอับอายจนไม่เหลือเกียรติใดๆ จากแค่การเอามือข้างที่มีนาฬิกาบังแสงแดดจ้า  และนี่จะช่วยเตือนเราเองด้วยว่า "ไม่มีใครใหญ่เกินกรรม"

ความคิดเห็นจากชาวเน็ตเมื่อได้อ่านเรื่องราว

อ่านแล้วขนลุก ไม่มีใครหนีกรรมพ้น

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

        ความเชื่อส่วนบุคคลนะคะแต่ส่วนมากแล้วก็คงจะไม่มีใครหนีกรรมพ้น ไม่เจอมากก็น้อย  ขอชื่นชมว่าเป็นบทความทีดีเลยนะคะ และคงเตือนสติใครหลายๆท่านๆได้

โพสต์