"ฉันมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน" เธอหมดสิ้นหวังในการรักษามะเร็ง แต่ประโยคเดียวของหมอทำให้ทุกคนเปลี่ยนความคิด!

"ฉันมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน" เธอหมดสิ้นหวังในการรักษามะเร็ง แต่ประโยคเดียวของหมอทำให้ทุกคนเปลี่ยนความคิด! // หมอพูดถูก..
Sponsored Ad

        ดูเหมือน “มะเร็ง” จะเป็นโรคที่รักษาไม่หายในสายตาของคนทั่วไป แต่ไม่นานมานี้นายแพทย์ท่านหนึ่งได้โพสข้อความลงบนเฟสบุค 

        เพื่อแชร์บทสนทนาที่ผู้ป่วยโรคมะเร็งรายหนึ่งมาปรึกษาเขา ซึ่งบทสนทนาแสนอบอุ่นนี้ ทำให้ชาวเนตและผู้ป่วยโรคมะเร็งทั้งหลายที่ได้อ่านน้ำตานอง!

Sponsored Ad

        คุณหมอคนนี้คือนายแพทย์ Jiang Kunjun เป็นแพทย์ทั่วไป เขาโพสข้อความเล่าว่า ไม่นานมานี้มีผู้หญิงป่วยเป็นมะเร็งกับญาติมาพบเขาเพื่อขอคำปรึกษา ใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นเต็มไปด้วยความมืดมนสิ้นหวัง ด้านข้างคือสามีที่ถือแฟ้มข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลที่คัดลอกมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

Sponsored Ad

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

        คุณหมอ Jiang อ่านประวัติการรักษาสักพัก ก็เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้เป็นมะเร็งเต้านม แถมเซลล์มะเร็งได้ลุกลามไปที่ตับและปอดแล้ว หญิงคนนั้นเห็นคุณหมออ่านประวัติจบ ก็ถามขึ้นเป็นประโยคแรก : “ฉันยังสามารถมีชีวิตได้อีกนานเท่าไหร่คะ?” คุณหมอ Jiang ไม่ได้ตอบคำถามเธอโดยตรง แต่ถามกลับไปว่า : “แล้วคุณอยากมีชีวิตอยู่อีกนานแค่ไหนครับ?”

Sponsored Ad


(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

        ที่แท้เพราะว่าเธอเข้ารับเคมีบำบัดมาเป็นเวลานาน ทำให้เธอรู้สึกทรมานและไม่เห็นว่าอาการจะดีขึ้น เธอสิ้นหวังจนอยากยอมแพ้ คิดว่าไม่มีโอกาสที่อาการจะดีขึ้นอีกแล้ว


Sponsored Ad

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

        คุณหมอ Jiang ถามต่ออีกว่า : “คุณคิดว่าสามีและลูกของคุณอยากให้คุณอยู่ไปอีกนานแค่ไหนครับ? คุณอยากพยายามเพื่อพวกเขาอีกสักครั้งมั้ย?” เธอหันกลับไปมองด้านหลังเห็นสามีและลูกร้องไห้ตาแดง เห็นครอบครัวที่เธอรักทนไม่ไหวร้องไห้ออกมากัน สามีไม่เพียงแต่น้ำตาไหลพราก ยังเดินเข้ามาใกล้เธอแล้วบีบมือเธอแน่น สองคนรู้สึกแต่พูดอะไรกันไม่ออก

(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

        คุณหมอ Jiang รอจนทั้งคู่ค่อยๆสงบลง เขาเข้าใจว่าสามีภรรยาคู่นี้หอบประวัติการรักษาจากโรงพยาบาลอื่นมาหาเขา ก็เพราะว่าหวังว่าอาการจะดีขึ้น คุณหมอ Jiang ก็เลยพูดเล่นกับคนไข้ต่อไปอีกว่า : “คุณตั้งใจมาให้หมอรักษาไม่ใช่หรอ แล้วคุณยังไม่เชื่อมั่นในตัวหมอรึไง คุณกำลังกีดกันโอกาสในการแสดงฝีมือของหมอนะเนี่ย” คนไข้ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา ทำให้บรรยากาศในห้องตรวจดีขึ้นมาก


(เป็นเพียงภาพประกอบเท่านั้น)

        คุณหมอยังเน้นย้ำในโพสอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นมะเร็งในระยะไหน สภาพร่างกายเป็นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดคืดต้องไม่สูญเสียความเชื่อมั่น เพียงแค่คุณพยายาม ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างน้อยคุณก็จะไม่เสียใจที่ไม่ได้ทำ เมื่อเป็นโรคมะเร็ง คุณสามารถบ่นว่าชีวิตไม่ยุติธรรม คุณสามารถเสียใจ คุณสามารถร้องไห้ แต่คุณไม่สามารถหยุดอยู่กับที่ คุณต้องก้าวไปข้างหน้า

        ไม่ว่าเทคโนโลยีวิธีการรักษาที่ดีขนาดไหน ก็เทียบไม่ได้กับความคิดที่เชิงบวกที่จะมีสุขภาพแข็งแรงต่อไป

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR