แม่ไปยืมเงินลูกชายเพื่อหาหมอ แต่กลับโดนไล่ เมื่อกลับถึงบ้านเห็นข้อความ ถึงกับน้ำตาคลอ!

เป็นเรื่องราวที่เตือนความคิดของคนในยุคนี้ ให้รักบุพการีให้มาก!!
Sponsored Ad

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ป้าหลีเป็นสะใภ้ชาวไร่ชาวสวนธรรมดาคนหนึ่ง มีลูกชาย 1 หญิง 1 ในตอนแรกฐานะทางบ้านก็ไม่ได้ลำบาก สามีก็เป็นคนหนักเบาเอาสู้ แต่แล้วสามีของป้าหลีก็ล้มป่วยเสียชีวิตกระทันหัน เหลือเพียงป้าหลีและลูกๆทั้งสองคน

    เมื่อเสาหลักของที่บ้านหายไป ฐานะของครอบครัวก็ลำบากมากขึ้น แต่ป้าหลีก็เป็นคนเข้มแข็งมาก ไม่ได้แต่งงานใหม่ แต่พยายามหาเลี้ยงครอบครัวด้วยตนเอง จนลูกๆเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ลูกชายก็ออกไปทำงานนอกเมือง ประสบความสำเร็จ ส่วนลูกสาวก็แต่งงานออกไป ทำให้ในบ้านเงียบเหงาว่างเปล่าไม่มีใคร แต่ป้าหลีก็คิดว่าตนเองมีความสุขมาก เพราะลูกๆทั้งสองคนต่างก็มีความสุขประสบความสำเร็จในชีวิต แค่นี้เธอก็ดีใจแล้ว หลังจากที่ลำบากต่อสู้มาทั้งชีวิต ต่อไปนี้ก็สบายใจพักผ่อนได้แล้ว

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

Sponsored Ad

    ในช่วงที่ป้าหลีกำลังเสวยสุขกับชีวิตบั้นปลายอยู่นั้น  ในปีนั้นเองก็เกิดเรื่องขึ้น สุขภาพร่างกายของป้าหลีไม่แข็งแรงเหมือนเดิม เพราะในช่วงที่ผ่านมา เธอต้องลำบากมาก จึงล้มป่วยด้วย "โรคไขข้อกระดูก" เมื่อถึงฤดูฝนก็จะปวดมากจนแทบทนไม่ไหว
    ป้าหลีจึงไปหาหมอใกล้บ้านเพื่อเอายามากิน ในตอนแรกป้าหลียังมีเงินเก็บนิดหน่อย และยังมีรายได้บ้าง แต่พักหลังเพื่ออาการเริ่มหนักขึ้น ทำให้ออกไปทำงานรับจ้างไม่ได้ จนในที่สุดเมื่อไม่มีรายได้ เงินเก็บก็ถูกใช้จนหมด ทำให้เธอคิดถึงลูกๆทั้งสองคน อยากจะไปยืมเงินกับลูกชาย จึงได้โทรศัพท์ไปหาเพื่อหวังจะยืมเงิน แต่เพราะว่าไม่ได้ไปหาลูกชายนานมากแล้ว จึงคิดว่าเดินทางไปหาเพื่อพบหน้าลูกดีกว่า

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

    เมื่อถึงบ้านของลูกชาย ทั้งลูกชายและสะใภ้ก็ออกมาต้อนรับอย่างดี พอตกกลางคืนยังตุ๋นไก่ยาจีนให้กินอีก ทำให้ป้าหลีรู้สึกมีความสุขมาก และคิดว่าลูกชายเป็นคนกตัญญูมากๆ ไม่เสียดายที่เลี้ยงมา

    รุ่งเช้า ป้าหลีตื่นแต่เช้า กินข้าวเช้ากับลูกชายและสะใภ้ หลังกินเสร็จป้าหลีก็ดึงมือลูกแล้วพูดว่า "ลูกชาย ครั้งนี้ที่แม่มา เป็นเพราะมีเรื่องจะรบกวนหน่อย" เมื่อลูกชายได้ยินดังนั้นก็พูดว่า "แม่มีอะไรหรอครับ พูดมาได้เลย!"
    เมื่อป้าหลีได้ยินดังนั้นก็ยิ้มดีใจใหญ่  "ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อากาศชื่น โรคไข้ข้อกระดูกจึงทำให้แม่ไม่สามารถออกไปทำงานได้ หลังจากซื้อยาและฉีดยา เงินเก็บก็ใช้หมดแล้ว จึงอยากจะขอยืมลูกหน่อยสัก 30,000 ได้ไหม?"

    เมื่อลูกชายและสะใภ้ได้ยินเงินจำนวนนี้ ก็พากันหน้าซีดและพูดว่า "แม่ครับ ไม่ใช่ว่าผมไม่ให้ยืม แต่แม่ดูสิครับผมเพิ่งจะแต่งงานได้ไม่นาน หลายที่ยังต้องใช้เงิน เงินเดือนของผมก็ไม่ได้สูงมากนัก แม่ก็รู้ว่าในเมืองค่าใช้จ่ายต่างๆก็สูงมาก"

    เมื่อป้าหลีได้ยินดังนั้นก็ไม่อยากให้ลูกชายต้องลำบากใจ จึงพูดว่า "งั้นขอยืมแค่ 10,000 ได้ไหม ช่วงนี้แม่ต้องฉีดยาและกินยา จะขาดไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้โรครักษาไม่หายขาด"

  

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น) 

Sponsored Ad

    เมื่อลูกชายได้ยินดังนั้นก็ทำหน้าเศร้าพูดไม่ออก ในตอนนี้สะใภ้ที่นั่งข้างๆก็พูดขึ้นมาว่า "แม่เป็นแม่ภาษาอะไร มาถึงก็มาขอยืมเงินลูก ไม่รู้จักดูสถานการณ์เลย และอีกอย่างโรคของแม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้นเลยหรอ ให้แค่ 1,000 ก็พอ" พูดเสร็จ สะใภ้ก็เดินไปหยิบเงินมาให้ป้าหลี ทำเหมือนป้าหลีเป็นขอทาน เมื่อป้าหลีเห็นแบบนี้ในใจก็เจ็บปวดยิ่งนัก ใจสลาย ในตอนแรกที่คิดว่าลูกชายกตัญญูแต่ตอนนี้กลับต้องช้ำใจ


   

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

     ป้าหลีจึงเดินออกจากบ้านไปในทันที เงินบนโต๊ะ 1,000 ก็ไม่เอา เมื่อกลับถึงบ้านก็ร้องไห้เสียใจอย่างมาก ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นเสียงข้อความเข้า เมื่อเปิดอ่านดูก็รู้ว่าเป็นข้อความจากลูกสาวส่งมา ข้างในเขียนว่า "แม่จ๋า หนูเองเหวินเหวิน (ชื่อลูกสาว) หนูโอนเงินให้แม่แล้วนะ 30,000 เอา ATM ไปเบิกได้เลย น้องชายไม่กตัญญู แม่ลำบากทนดูอยู่ได้อย่างไง?"


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

    ที่แท้แล้ว ลูกสาวมาหาป้าหลีที่บ้านชนบท แต่ไม่เจอ จนเพื่อนบ้านมาบอกเรื่องนี้ให้ฟัง ทำให้ลูกสาวรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น และเมื่อโทรไปถามน้องชายก็ได้รู้ว่าไม่ได้ให้เงินแม่ ยิ่งทำให้ลูกสาวโกรธมาก ด่าสั่งสอนทั้งน้องชายและน้องสะใภ้ไปยกใหญ่ จากนั้นก็รีบไปโอนเงินให้แม่ทันที

    เมื่อป้าหลีได้ยินดังนั้นก็น้ำตาคลอเบ้า รู้สึกเสียใจเพราะตอนแรกคิดว่าลูกสาวแต่งออกไปก็เป็นลูกของบ้านคนอื่นแล้ว แต่ที่ไหนได้ กลับเป็นลูกสาวที่เข้ามาเป็นห่วงเป็นใย ใครว่ามีลูกสาวไม่ได้ ที่จริงลูกสาวนั้นแหละรักบ้านพ่อแม่ มากที่สุด

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR