แม่ฟ้องลูกสาว "อกตัญญู" ไม่ยอมเลี้ยงดู แต่ลูกชายกับพาคนเหล่านี้มาเป็นพยาน จนศาลพูดไม่ออก!!

ถ้าแอดเป็นผู้พิพากศาคดีนี้ก็คิดหนักเหมือนกันนะเนี้ย!! เพื่อนๆว่าไงบ้าง?
Sponsored Ad

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า  เย่หงส์ และสามี หวังฟู่กุ้ย เป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันมาก นายหวังคนงานก่อสร้าง ถึงแม้จะลำบาก แต่รายได้ก็ถือว่าดีมาก ภรรยาสาวเย่หงส์เป็นแม่บ้านอยู่บ้าน คอยดูแลลูกทั้ง 2 คนที่บ้าน คนโตเป็นลูกชายกำลังเรียนมัธยมตอนต้น ส่วนคนเล็กเป็นลูกสาวเรียนชั้นป.6

    เวลาว่างส่วนใหญ่เย่หงส์ก็จะทำงานฝีมือ เย็บปักถักร้อยรายดอกไม้ และพื้นรองรองเท้า ถือได้ว่าฝีมือการเย็บของเธอดีมากเลยทีเดียว ทำให้เป็นที่สนใจของคนมากมาย   และแล้ววันหนึ่งก็มีนักธุรกิจคนหนึ่งมาซื้องานฝีมือที่เธอเย็บ เขาสังเกตเห็นเย่หงส์ สาวสวยแม้อายุจะ 38 ปีแล้วแต่ผิวพรรณและหน้าตายังสวยผ่อง อีกทั้งยังมีรูปร่างที่ดี เหมือนดั่งดอกไม้ที่เบ่งบาน

   

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

Sponsored Ad

     นักธุรกิจก็เลยสั่งจองผ้ากันเปื้อนสีแดง 1 อันกับเธอ และได้ให้เงินหมัดจำไว้ 500 หยวน และให้เบอร์โทรติดต่อกับเธอ ถ้าเย็บเสร็จก็ให้โทรแจ้งด้วย แต่แล้วเมื่อสามีหวังได้ทราบเรื่องนี้เข้าก็โกรธมาก และสงสัยว่าภรรยาของตนเองกำลังมีความสัมพันธ์แบบลับๆกับนักธุรกิจคนนี้ ใครที่ไหนจะสั่งเย็บผ้ากันเปื้อนกันสีแดง? ไม่ว่าเย่หงส์จะพยายามอธิบายอย่างไร สามีหวังก็ไม่ยอมฟัง นักธุรกิจหนุ่มก็ยืนอยู่ข้างๆด้วย แต่ไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ทำหน้าเบื่อหน่าย เพราะเป็นเรื่องของสามีภรรยทะเลาะกัน แล้วสามีหวังก็กลับไปทำงานด้วยอารมณ์ที่โกรธ

 

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

   ในขณะที่สามีหวังทำงานอยู่นั้น ไม่ระวังลื่นตกจากชั้น 3 ล่วงลงมาที่ชั้น1 เพื่อนร่วมงานรีบพานายหวังไปโรงพยาบาลทันที  หลังจากที่แพทย์พยายามช่วยชีวิตในที่สุดก็สามารถช่วยนายหวังกลับจากประตูนรกได้ แต่หลังจากที่เขาฟื้น ก็เห็น 2 ขาของตนเองไม่สามารถขยับได้ ทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก เขาทำใจยอมรับไม่ได้ ล้มโต๊ะข้างๆเตียง ส่วนลูกชายและลูกสาวก็นั่งร้องไห้อยู่ข้างๆ และเขาสังเกตเห็นว่าภรรยาที่แสนสวยเย่หงส์ ไม่ได้อยู่ในห้องผู้ป่วย จึงถามลูกๆว่า "แม่ของพวกเธอไปไหน?"  ลูกสาวตอบว่า "เขาไปกับลุงคนหนึ่ง เห็นบอกว่าไปคุยเรื่องการสั่งจองของพรุ่งนี้ถึงจะกลับมา" เมื่อได้ยินดังนั้นนายหวังก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

Sponsored Ad

      หลังจากนั้น 2 วัน เย่หงส์ก็กลับมา นายหวังก็ไม่ได้ถามเธอว่าไปไหนมา ในช่วงแรกๆเย่หงส์ก็คอยง้อนายหวัง แต่พอพักหลังเย่หงส์เองก็เริ่มหงุดหงิด ที่จะต้องมานั่งเช็ดขี้เช็ดฉี่ให้ ดูแล้วน่าขยะแขยงมาก หลังจากนั้นก็ออกจากบ้านไปทั้งวัน ปล่อยให้สามีทั้งฉี่และขี้ลงบนเตียง หลังจากนั้น 1 เดือน เย่หงส์ก็เอาเงินค่าชดใช้ที่บริษัทจ่ายให้สามีหนีไปกับนักธุรกิจคนนั้น คนทั้งบ้านต่างพากันร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ แล้วพรุ่งนี้จะมีชีวิตต่อไปยังไง??


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

    ในที่สุดลูกชายของนายหวังก็ลาออกจากโรงเรียน ไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว หลังเลิกงานก็กลับมาดูแลพ่อ ทำอาหารให้พ่อกิน ในตอนแรกๆน้องสาวยังคงเรียนอยู่ แต่ภายหลังฐานะทางบ้านเริ่มแย่ ทำให้น้องสาวก็ต้องออกจากการเรียน เพื่อมาทำงานหาเงินเก็บขยะของเก่าขาย ระยะเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว 10 ปีก็ผ่านไป  ทั้งสองเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ แต่งงานมีลูกของตนเอง แต่พวกเขาไม่เคยทอดทิ้งพ่อของเขาเลย


    

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

Sponsored Ad

    นายหวังเสียชีวิตเมื่ออายุได้ 62 ปี เขาตายไปพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะลูกๆทั้งสองกตัญญูตลอดเวลาที่เขามีชีวิตอยู่  แต่พอนายหวังเสียชีวิตผ่านไป 10 ปี เย่หงส์ก็กลับมา ที่แท้แล้วนักธุรกิจคนนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วเช่นกัน หลังจากนั้นก็โดนลูกๆของเขาไล่ออกมาจากบ้าน ทำให้เย่หงส์กลายเป็นคนไม่มีที่พัก จึงคิดถึงบ้านหลังเก่านี้ และคิดถึงลูกๆ อยากจะกลับมาขอพักอาศัยด้วย โดยร้องไห้บอกว่า ในตอนนั้นเพราะฐานะและความเป็นอยู่ลำบากมากเกินไป ทำให้จำเป็นต้องหนีออกจากบ้านไป  ตั้งแต่หนีออกไปก็นั่งคิดถึงลูกทั้งสองตลอดเวลา ลูกสาวของเธอไม่ยอมให้เธอเข้ามาในบ้านอีก เพราะการจากไปในครั้งนั้นของเย่หงส์กลายเป็นบาดแผลที่ลึกในจิตใจของพวกเขา ทำให้ไม่สามารถอภัยให้แม่ได้


(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

    สุดท้ายเย่หงส์ได้ฟ้องลูกสาวของตนเอง "ว่าไม่ยอมเลี้ยงดูแม่ที่แก่เฒ่า" เมื่อลูกสาวรู้ข่าวว่าแม่จะฟ้องขึ้นศาล ก็รู้สึกโกรธมาก โดยบอกว่า "ขอยอมเข้าคุกติดตาราง ก็ไม่ยอมเลี้ยงดูแม่คนนี้หรอก" ในที่สุด ลูกชายก็พาเพื่อนบ้านมาเป็นพยานต่อศาลว่า ในครั้งนั้นที่บ้านกำลังลำบาก เย่หงส์กลับเอาเงินทั้งหมดในบ้านหนีไปกับผู้ชายคนอื่น ปล่อยให้สามีที่พิการช่วยเหลือตนเองไม่ได้และลูกๆทั้งสองต้องลำบาก ไม่ได้เรียนหนังสือดีๆ ต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

    เมื่อศาลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกลำบากใจมาก ไม่รู้จะตัดสินอย่างไรดี  แม่ที่ล้มเหลวไม่ยอมดูแลครอบครัว แต่เลือกที่จะหนีไปกับผู้ชายคนอื่น ในตอนที่ลำบากมากที่สุด แล้วแบบนี้จะให้ศาลเห็นได้อย่างไร?

เพื่อนๆว่ายังไงบ้าง?

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR