เจ้าของร้านให้ก๋วยเตี๋ยวเด็กน้อยกินทุกวัน.. จนวันนึงถึงได้รู้ว่าตัวเองเป็น "แม่แท้ๆของเธอ" !?

เป็นโชตชะตาจริงๆ
Sponsored Ad

        เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้นำเสนอเรื่องราวของชาวเน็ตท่านหนึ่ง โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า.. หมู่บ้านหลิวซีอยู่ใกล้ตัวเมืองมาก ดังนั้นคนในหมู่บ้านจึงมีของกินค่อนข้างหลากหลาย

ในหมูบ้านมีหญิงชราคนนึงชื่อคุณยายลีเหอฮวา อายุ 65 ปีไม่มีลูก

Sponsored Ad

        แกมีชีวิตลำบาก แต่ก็ยังพอผ่านไปได้ แต่หลังจากสามีเสียไป หญิงชราก็ยิ่งโดดเดี่ยว

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

        วันนึง คุณยายไปเยี่ยมหลุมศพของสามีโดยลำพังบนภูเขา  ร้องไห้ตัดพ้อว่าสามีใจดำทิ้งแกไว้คนเดียวอยู่หน้าหลุมศพ แล้วอยู่ๆก็มีเสียงดังออกมาจากไหนไม่รู้ว่า : “อีกไม่นานก็จะมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว”

Sponsored Ad

        “ตา นั่นเสียงตารึ?” หญิงชราถามอย่างประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับมา แกเลยคิดไปว่าตัวเองคงคิดถึงสามีมากจนหูแว่วไป เย็นวันนั้น คุณยายเดินกลับมาที่หมู่บ้านตามลำพังท่ามกลางความมืด เกือบจะถึงทางเข้าหมู่บ้านอยู่แล้ว ก็มีเสียงเด็กทารกร้องไห้แว่วมาเข้าหู เสียงร้องลอยมาจากด้านหน้า ไม่ใกล้ไม่ไกล แล้วก็ดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วหญิงชราก็เห็นว่าบนพื้นมีห่อผ้าวางอยู่ ภายในมีทารกผู้หญิงตัวน้อยๆ

        คุณยายตกใจมาก รีบเรียกให้คนช่วย “มีใครอยู่แถวนี้มั้ย?” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ที่แท้เด็กคนนี้ก็โดนทิ้ง คุณยายอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา แล้วอยู่ดีๆก็นึกถึงเสียงของสามีที่แกได้ยิน “อีกไม่นานก็จะมีคนมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว” หญิงชรารู้สึกว่าสามีส่งเด็กน้อยมาอยู่เป็นเพื่อนแก เมื่อมองเห็นดวงหน้าเล็กๆ หญิงชราก็เริ่มหลงรัก จึงเอาเด็กทารกไปเลี้ยง และตั้งชื่อให้ว่าลีซิงถิง

Sponsored Ad

        ทุกวันแกจะไปขอน้ำนมแม่มาให้เด็กน้อยกิน ตกกลางคืนเด็กน้อยร้องไห้ แกก็ต้มโจ๊กป้อนให้กิน เด็กน้อยค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ร้องเรียกคุณยายทั้งวัน หญิงชราได้ยินก็มีความสุข ในบ้านเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ไม่ว่าคุณยายจะไปซื้อของ ไปทำงานในสวน หรือเข้าไปในเมือง แกก็จะพาเด็กน้อยไปด้วยตลอด เวลา 5 ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว หญิงชราเลี้ยงดูเด็กน้อยจบโตมาอย่างยากลำบาก จนตอนนี้เด็กน้อยจะไปโรงเรียนเหมือนเด็กคนอื่นแล้ว

        สำหรับหญิงชราวัย 70 แล้ว ค่าเล่าเรียนเด็กถือว่าไม่ถูกเลย เพื่อจะส่งเสียให้เด็กน้อยได้เรียนหนังสือ หญิงชราเดินทางออกจากหมู่บ้าน พาเด็กน้อยเข้าไปในเมือง ตัวหญิงชราเองไปเก็บขยะตามถนนขาย เด็กหญิงเองก็รู้ความ ช่วยคุณยายเก็บขยะ ช่วยถือถุง.. 

        เวลาผ่านไปครึ่งปี หญิงชราเก็บขยะขายได้เงินจำนวนหนึ่ง แต่ก็ไม่กล้าเอามาใช้ ปกติก็จะกินแค่หมั่นโถวกับผักดองเป็นอาหาร มีชีวิตอยู่ด้วยความยากลำบาก แต่ก็มีความสุข

Sponsored Ad

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

        วันหนึ่ง หญิงชราและเด็กน้อยยุ่งกับการเก็บขยะจนค่ำ เดินผ่านร้านก๋วยเตี๋ยวร้านหนึ่ง คุณยายก็บอกเด็กน้อยว่า: “ถิงถิง วันนี้เป็นวันครบรอบที่หนูกับยายได้เจอกัน มาฉลองด้วยก๋วยเตี๋ยวดีกว่า”

        “คุณยาย หนูยังชอบกินหมั่นโถวกับผักดองอยู่เลย” เด็กหญิงรู้ความไม่อยากให้คุณยายต้องมาเสียเงินกับอะไรแบบนี้

        “ฟังยายนะลูก ยายไม่เคยฉลองวันเกิดให้หนูเลย วันนี้ถือว่าเป็นของขวัญวันเกิดละกันนะลูก” หญิงชราพูดจบก็เสียงสั่น

        หญิงชรา และเด็กน้อยเดินเข้าไปในร้านก๋วยเตี๋ยว “เถ้าแก่! เอาก๋วยเตี๋ยวพิเศษชามนึง ขอน้ำซุปด้วยนะจ๊ะ” หญิงชราสั่ง

        “ได้ๆ เชิญนั่งที่โต๊ะเลยจ้า” เถ้าแกเนี้ยเชื้อเชิญอย่างยินดี หลังจากนั้นไม่กี่นาที เถ้าแก่เนี้ยก็ยกก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่มาวางไว้ต่อหน้าคนทั้งสอง

        “คุณยายกินก่อนเลย!”

        “ยายไม่ชอบกินก๋วยเตี๋ยว หนูกินเสร็จแล้วยายค่อยกินน้ำซุปก็พอ”

        เถ้าแก่เนี้ยเห็นภาพนั้นก็สะเทือนใจ ก็เลยเข้าไปชามออกมาใบนึงแล้วว่า : “ในชามนี้น้ำซุปเยอะเกินไป เทครึ่งนึงใส่ชามนี้ก็ได้ จะได้เย็นเร็วๆ”

        “ขอบใจจ้า” หญิงชรากล่าว แล้วก็เทน้ำซุปครึ่งนึงใส่ชามเปล่า เด็กหญิงจะคีบเส้นให้ คุณยายก็ห้ามไว้!

        หลังทั้งสองคนกินเสร็จ คุณยายก็ล้วงหยิบแบงค์ย่อยยับๆออกมาจากกระเป๋า เตรียมจ่ายเงินให้เถ่าแก่เนี้ย แต่เจ้าของร้านก็บอกว่า : “วันนี้คุณยายเป็นลูกค้าผู้โชคดีคนที่ 88 ทุกวันลูกค้าคนที่ 88 จะได้กินก๋วยเตี๋ยวฟรี 1 ชามค่า”

        เด็กหญิงได้ยินดังนั้นก็ดีใจ ตอบกลับไปว่า : “ขอบคุณค่ะคุณน้า”

        นับจากวันนั้นมา ที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวก็จะมีเด็กหญิงเล็กๆคนนึงไปยืนอยู่หน้าร้าน คอยนับจำนวนลูกค้าที่เข้ามาในร้าน เพื่อจะได้กินก๋วยเตี๋ยวฟรีหนึ่งชาม เจ้าของร้านใจดีก็ยินดีจะให้กิน วันไหนขายไม่ค่อยดี แต่เพื่อจะให้ได้ถึง 87 ชาม เจ้าของร้านก็โทรเรียกเพื่อนๆมาช่วยกันกิน ทำให้เด็กหญิงสามารถมีโอกาสได้กินก๋วยเตี๋ยวฟรีทุกวัน เจ้าของร้านกับคุณยายก็เลยกลายเป็นคนคุ้นเคยกันมากขึ้นเรื่อยๆ อากาศเริ่มเปลี่ยนจากหนาวเป็นร้อน ทำให้ผู้คนเริ่มถอดเสื้อหนาวออก

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

        วันหนึ่ง เถ้าแก่เนี้ยเห็นปานที่แขนของเด็กหญิง ก็ถามหญิงชราว่า : “หลายยายกี่ขวบแล้วจ๊ะ” “หกขวบแล้ว” หญิงชราตอบ พอมองหน้าเจ้าของร้านก็เห็นแกน้ำตาไหลพราก รีบถามต่อ : “พ่อแม่เด็กไม่อยู่บ้านหรอจ๊ะยาย” พูดจบก็เริ่มร้องไห้

        หญิงชราเหมือนจะเข้าใจความหมายของเจ้าของร้าน แกเห็นว่าเจ้าของร้านจิตใจดี ช่วยเหลือแกและหลานมาตลอด ก็เลยเล่าประวัติความเป็นมาของเด็กน้อยให้ฟัง เถ้าแก่เนี้ยยิ่งฟังยิ่งสะเทือนใจ เพราะว่าเด็กหญิงก็คือลูกสาวแท้ๆของเธอ

        ที่แท้ ตอนเถ้าแก่เนี้ยแต่งงานใหม่ๆ บ้านของสามีจนมาก แค่อาหารจะกินในแต่ละวันยังไม่พอกิน พอคลอดลูกคนแรกมาเป็นลูกสาว แม่สามีก็ยิ่งไม่ชอบหน้าเธอ ตำหนิเธอ แขวะเธอทั้งวันว่าเพิ่มภาระให้ครอบครัว เพื่อจะให้มีทายาทสืบสกุล เธอก็เลยตั้งท้องลูกคนที่สอง ปรากฏว่าก็ออกมาเป็นลูกสาวอีก แถมมีปานที่แขน

        จากครอบครัวที่จนอยู่แล้ว ยังจะมีภาระเพิ่มมาอีกคน แม่สามีโกรธก็เลยแย่งลูกสาวที่เพิ่งเกิดได้ไม่ถึง 10 วันมา เจ้าของร้านกลัวว่าลูกจะโดนเอาไปทิ้งไว้ข้างถนนจนหิวตาย ก็เลยแอบตามแม่สามีไป หลังจากแม่สามีเอาลูกไปทิ้งไว้ในป่า เธอก็เลยแอบไปอุ้มลูกไปทิ้งไปที่หน้าหมู่บ้านหลิวซีแทน จนเห็นคนมาอุ้มแกไป เธอถึงได้จากมา

        “แม่คะ ฮือๆ” เด็กน้อยได้ยินเรื่องราวจากปากแม่แท้ๆของตน เห็นปานที่แขนตัวเอง ก็ร้องไห้ไม่หยุด

        “เด็กดี แม่ขอโทษ” เจ้าของร้านดึงลูกสาวเข้าไปกอด สองแม่ลูกร้องไห้โฮ

        ต่อมาเถ้าแก่เนี้ยก็ส่งลูกสาวไปเรียนหนังสือในโรงเรียน แถมยังรับคุณยายมาอยู่ที่บ้าน ปฏิบัติกับแกเหมือนเป็นแม่แท้ๆ ไม่ต้องให้แกไปลำบากเก็บขยะอีก ภายใต้การดูแลของเจ้าของร้าน คุณยายมีความสุขกับชีวิตบั้นปลายเป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะจากไป จากนั้นเถ้าแก่เนี้ยก็เอาแกไปฝังไว้ข้างๆสามีแก

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR