ชายโดนคนเมา "ขับรถเหยียบทับคอ" แต่คนขับหนีรอยนวล ปัจจุบันเขาต้องให้สุนัขช่วยเหลือ (คลิป)

ปีใหม่ใกล้จะถึงแล้ว คนที่ต้องเดินทางต้องระมัดระวังด้วย!
Sponsored Ad

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า  เมื่อวันอังคารที่่ผ่านมา สโมสรรถยนต์สหรัฐฯ กับตำรวจใน ลอสแอนเจลิส ได้ร่วมกันจัดงานการประชุมสุดยอดผู้นำ 4-D โดยมีหัวข้อในการประชุมคือ  "การไม่มีสมาธิ, ความเมื่อยล้า, การกินยา, การดื่มเหล้า" ปัจจัยทั้ง 4 ประการที่มีผลต่อรูปแบบการขับขี่อย่างมาก  ทำให้พวกเขาได้เชิญเหยื่อผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุจากทางรถยนต์ ขึ้นมาอภิปราย

    โดยสโมสรรถยนต์สหรัฐฯคาดการณ์ว่าในช่วง 10 วันหยุดยาว ก่อนวันหยุดคริสต์มาสที่แคลิฟอร์เนียตอนใต้ จะมีผู้คนเดินท่องเที่ยวมากกว่า 8.2 ล้านคน โดย 7.2 ล้านคนจะเลือกเดินทางโดยรถยนต์

  

Sponsored Ad

      โดยนาย Doug Shupeออกมาให้สัมภาษณ์ว่า : "พวกเราอยากที่จะเตือนทุกคน อย่าดื่มเหล้าหรือกินยา ก่อนจะขับรถเป็นอันขาด และอย่าวอกแวกต้องมีสมาธิ หากเหนื่อยล้าก็ให้หยุดรถพักข้างทาง"

    หลุยส์ บล็องก์ (Louis Bianco) ผู้ประสบภัยจากรถยนต์ออกมากล่าวว่า "ในปี ค.ศ. 2009 เธอ (คนขับรถที่ชนเขา) ลากผมทิ้งไว้ข้างทาง ในตอนนั้นผมเหมือนคนกำลังจะตาย เพราะเมื่อผมโดนชนจนล้มลงไป เธอขับรถเหยียบทับคอของผมไป และหนีหายไปโดยที่ไม่ช่วยเหลือผมเลย  สภาพตอนนั้นเธอเหมือนเมามาก อุบัติเหตุในครั้งนั้นทำให้ผมต้องนอนห้อง ICU นานกว่า 49 วัน "

    "กระดูกขากรรไกรของผม ถูกสร้างใหม่ด้วยโลหะ ที่สะโพกก็เหมือนกัน เพราะฉะนั้นแล้วทั่วร่างกายของผมก็เป็นโลหะเกือบทั้งหมด ผมเหมือนมนุษย์ไอรอนแมนมาก (ยิ้มๆ)"

    ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผมต้องแบกรับความดัน อุปสรรคทางร่างกายและจิตใจทุกชนิด และร่างกายยังต้องพึ่งพาสุนัขพิเศษอีกด้วย เพื่อให้เดินและยืนอย่างสะดวก  สุนัขตัวนี้จะช่วยในการเก็บสิ่งของที่ตกพื้นให้เขา เพราะว่าเขาจะทำของตกบ่อยๆ เนื่องจากมือไม้ที่ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ตอนที่เกิดอุบัติเหตุ มือของเขาฉีกขาด จะถือจับสิ่งของไม่ได้นาน  สุนัขตัวนี้แตกต่างตากสุนัขตัวอื่นคือ มันจะช่วยเหลือหลุยส์ทุกอย่าง ตลอดชีวิตประจำวัน

โดยหลุยส์หวังว่าผู้ขับขี่ทุกคนจะตระหนักถึงความปลอดภัยของคนในรถและคนอื่นๆด้วย

ชมคลิป

    โดยหลุยส์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "ในปีนั้นผมต้องฉลองวันคริสต์มาส ปีใหม่  และวันเกิดบนเตียงผู้ป่วย โดยนอนเสียบสายยางต่างๆมากมาย ครอบครัวของผมร้องไห้เสียใจมาก แต่ผมก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาบอกพวกเขาได้ว่า ผมไม่เป็นไรแล้ว สุดท้ายผมหวังว่า พฤติกรรมของผู้ขับรถไม่เพียงทำร้ายตนเองเท่านั้น แต่ยังทำร้ายผม และญาติของของผมอีกด้วย"

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR