อดีตหน้าม้าแฉกลโกง "ซุ้มเกมวงล้อ" ลูกค้าทำยังไงก็ไม่ชนะ ทั้งที่โต๊ะเป็นกระจกใส โกยได้วันนับหมื่น!

อดีตหน้าม้าวงล้อดูดทรัพย์ออกมาแฉเอง
Sponsored Ad

        จากกรณีที่มีการแฉกลโกงซุ้มเกมวงล้อ ทำให้ผู้เล่นหลายรายถูกหลอกเอาเงินไปเป็นจำนวนมากนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 รายการทุบโต๊ะข่าว รายงานว่า นายอ๊อฟ (นามสมมติ) อดีตหน้าม้าวงล้อเสี่ยงโชค ได้กล่าวถึงเส้นทางการเป็นหน้าม้าว่า เดิมนั้นได้ไปเที่ยวงานที่ตลาดสะแกงาม ย่านบางขุนเทียน ก็ยืนดูวิธีการเล่น กระทั่งคืนที่ 2 ที่ไปดูนั้น ก็ถูกชักชวนให้เป็นหน้าม้า ได้เงินคืนละ 800-1,000 บาท แต่คนคุมโต๊ะได้กำไรจากลูกค้าไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท

Sponsored Ad

        ส่วนกลโกงนั้น ใต้โต๊ะสี่เหลี่ยมเป็นกระจกใส เพื่อให้เห็นว่าไม่มีการโกง แต่จริงแล้วการโกงจะเกิดขึ้นใต้โครงสร้างของโต๊ะเสี่ยงโชค มีสี่เหลี่ยมกากบาท ภายในมีเส้นเล็ก ๆ ใต้โครงโต๊ะคอยบังคับทิศทางลูกศร หากต้องการให้ลูกศรหยุดที่เลขใด ก็จะใช้เอวหรือลำตัวดันหาโต๊ะ แล้วใช้เหล็กเส้นบังคับแกนลูกศรให้หยุดในจุดที่ต้องการ ทำให้คนเล่นแทบไม่มีโอกาสได้ของรางวัลเลย

        นอกจากนี้ เกมซุ้มต่าง ๆ ในงานจะรู้จักกันหมด ตอนแรกเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้จัด แต่พอเคลียร์กันก็จัดต่อได้ ซึ่งตนก็ทราบตอนหลังว่า การจัดเกมวงล้อเสี่ยงโชคแบบนี้ผิดกฎหมาย ขณะที่นายหนึ่ง (นามสมมติ) ผู้เสียหายจากการเล่นเกมวงล้อเสี่ยงโชค เปิดเผยว่า เคยไปเล่นเกมวงล้อเสี่ยงโชคที่งานลอยกระทงย่านพระราม 7 เห็นว่าจุดดังกล่าวมีคนเยอะจึงเข้าไปดู พบมีคนเล่นได้บ้าง เล่นไม่ได้บ้างสลับกันไป ดูไปสักพักจึงตัดสินใจเล่น ตอนนั้นมีประมาณ 500 บาท ลงเล่นครั้งละ 200 บาท แต่ก็ไม่ได้รางวัลอะไร

Sponsored Ad

        อย่างไรก็ตาม ตนก็สังเกตคนที่มาเล่นมีหน้าเดิมอยู่ 3 คน คิดได้ทีหลังอาจจะเป็นหน้าม้า ชอบทำทีเป็นลองเล่น แล้วก็ได้เงินรางวัลกลับมารอบละหลายพันบาท

        นอกจากนี้ 1 ในหน้าม้า เคยมาถามตนว่า จะเล่นหรือไม่ มีเงินกี่บาท ตอนนั้นตนไม่มีเงิน ชายคนดังกล่าวบอก เดี๋ยวลงเงินเผื่อให้ จนได้เงินมา 2 รอบ รวม 4,000 บาท และรอบหนึ่งวงล้อตรงกับตรงที่ได้เงิน 20,000 บาท แต่เจ้ามือไม่ให้เงิน บอกว่าตนไม่มีเงินทุนในการวางเกม ตนจึงตัดสินใจเดินออกมาจากร้าน เพราะคิดว่าอาจจะถูกหลอก แต่ชายคนดังกล่าวก็ตามมาทวงเงิน 4,000 บาท บอกว่า เป็นเงินที่ยืมมา ตนจึงถามว่า พี่เป็นหน้าม้าหรือเปล่า อีกฝ่ายก็โมโห ขู่ว่ารู้จักกับตำรวจ จะเรียกมาคุย

        ทั้งนี้ ตนกลัวมีเรื่อง จึงยอมกดเงินจากเอทีเอ็มอีก 3,000 บาท พร้อมขอต่อรองเก็บไว้ 500 บาท เพื่อเก็บเงินไว้กินข้าว เรื่องจึงยุติ

        สุดท้าย สาเหตุที่ตนเสียเงินกว่า 4,000 บาท เป็นเพราะความโลภ และการที่เอามาออกสื่อ อยากให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ไม่มีใครเป็นเหยื่อแบบตนอีก

ชมคลิป..

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก amarintvkapook