"ตู่ นันทิดา" เผยวินาทีเฉียดตาย! เจ็บท้องหนัก อยู่บ้านคนเดียว ร้องให้ช่วยไม่มีใครได้ยินจนสลบคาที่!

อันตรายกว่าที่คิดนะคะเนี่ย.. แต่อย่างไรก็ตามก็ขอเป็นกำลังใจให้คุณตู่หายไวๆนะคะ
Sponsored Ad

        ก่อนหน้านี้น้องเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ได้ลงรูปแม่ตู่ นันทิดา เตรียมเข้าห้องผ่าครั้งที่ 3 ในชีวิต โดยที่ไม่มีใครทราบว่านักร้องชื่อดังไม่สบายเป็นอะไร และล่าสุด เมื่อได้เจอมาดามตู่ นักข่าวก็ไม่พลาดที่จะอัพเดตอาการป่วยที่เกิดขึ้น ซึ่งนักร้องเสียงคุณภาพได้เปิดเผยถึงอาการป่วยล่าสุดของตัวเองให้ได้ฟังว่า  

Sponsored Ad

มีภาพล่าสุดนอนโรงพยาบาล?
        "บังเอิญมันกะทันหันมากๆ เลย วันที่ 24 ตุลาคมปวดท้องจนตัวเกร็งและหายใจเองไม่ได้เลย ตอนนั้นอยู่บ้านข้างบนคนเดียว ก็โทรศัพท์เรียกรถพยาบาลเลย ก็นั่งรถพยาบาลไปใส่ออกซิเจนด้วย พอไปถึงก็ไม่รู้เรื่องแล้วก็เลยมีการให้ยาคลายปวดก่อนเพราะมันจุกแน่นที่สุดเลย ทำให้รู้ว่าอาการปวดแบบนี้มันไม่มีการเตือนมาก่อนเลย มีแค่ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ไปร้องเพลงแล้วเราทานน้ำและรู้สึกว่ามันจุกและคลื่นไส้นิดๆ แค่นั้นเอง เป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ หลังจากนั้น 1 เดือนก็ไม่มีอาการอะไรเลยจนมันเป็นหนักวันนั้นเลยไปโรงพยาบาลเลย ก็เป็นเรื่องฉุกเฉินและปรากฏว่าตรวจเจอเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ก็เลยต้องตัดถุงน้ำดีทิ้ง"

เห็นว่าตอนนั้นอยู่คนเดียวด้วย?
        "ก็ต้องตั้งสติ ถ้าตอนนั้นเราไม่ช่วยตัวเองหันไปมองตรงนั้นแล้วคุณแม่อยู่ข้างล่าง คุณลุงคนขับรถก็อยู่ที่โรงรถคือตะโกนเรียกไม่มีใครได้ยินเลย จนกระทั่งเราต้องโทรไปบอกรุ่นน้องที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน บังเอิญเขายังไม่ออกไปไหนแต่กำลังจะไป จ.ระยอง ก็พูดสั้นๆ ว่ามาหาพี่ทีพี่ไม่สบายเท่านี้เองและตัวเองก็กดโทรศัพท์วางไว้อย่างนั้น ไม่รู้เรื่องแล้ว"

เกิดจากสาเหตุอะไร?
        "ของตู่เป็นนิ่วไขมัน คุณหมอบอกมันมาจากหลายเคส แต่ตู่อ่านมาจากหนังสือคิดว่าน่าจะมาจากการลดน้ำหนักเร็วเกินไป น้ำหนักที่มันสวิงเกินไป และเมื่อก่อนตู่เคยเป็นโรคตับอักเสบมันก็จะมีไขมันที่ไม่สามารถ จะเอาไปได้หมดก็จะกลายเป็นน้ำดี ตอนนี้ผ่าตัดไปแล้วครบวันที่ 13 อาการท้องอืดยังมีอยู่ เวลาจะดื่มอะไรก็ตามมันก็จะแน่นท้องเพราะมันเป็นช่วงที่ร่างกายเราต้องปรับก่อน ยิ่งเราไม่มีถุงน้ำดีในการพัก ตับก็เป็นตัวผลิตน้ำดีมันก็ต้องรอนิดนึงให้เขาเคยชินและเรียนรู้กันเองก่อนก็คิดว่าน่าจะสัก 3 เดือน"

Sponsored Ad

ระวังอะไรพิเศษ?
        "คุณหมอไม่ได้พูดอะไรพิเศษ แต่เราต้องเปลี่ยนหลายสไตล์ชีวิตของเราเท่านั้นเองต้องระวังเรื่องอาหารอย่างอาหารที่มัน และต้องเคี้ยวอาหารช้าๆ ค่อยๆ ทานแล้วก็หยุด คือ มันอาจจะกลับมาเป็นได้เพราะเราไม่มีถุงน้ำดีแล้วแต่มันอาจจะกลับมาเป็นได้ในลำไส้กระเพาะอาหาร ซึ่งโรคนิ่วในถุงน้ำดีจะเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอายุ 40 ขึ้นไปแล้วก็ต้องดูอย่างตู่มัวแต่ดูมะเร็งในลำไส้ แต่พอเป็นนิวในถุงน้ำดีก็ให้ระวังเพราะมันปวดแล้วเอาเรื่อง ก็เบาใจลงนะที่ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงกว่านี้คิดว่าเป็นแค่นี้ก็ดีแล้วแหละ เพราะวันที่ลืมตาขึ้นมาครั้งแรกน้องเพลงบอกว่าหน้าเขียว"

ตอนนี้ทำงานยังไง?
        "หมอก็ให้เริ่มเดินตั้งแต่วันแรกเพราะเราใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้องอาการท้องอืดยังมีอยู่แต่มันดีที่เราไม่มีอาการจุกเสียดก็รู้สึกรำคาญเพราะเราไม่เคยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบนี้ ก็ค่อนข้างจะอึดอัดเพราะเราเป็นนักร้องพอร้องเพลงนะรู้สึกมันแน่นไปหมดเลยก็คงต้องใช้เวลานิดนึง

น้องเพลงว่ายังไงตอนเราป่วย?
        "น้องร้องไห้ คือตอนนี้น้องกำลังเรียนคอร์สสั้นๆ อยู่จริงๆ ตู่จะไม่บอกให้ลูกรู้ ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะผ่าตัดด้วยซ้ำแต่พอดีแม่ของตู่ให้โทรไปบอกน้องเพลงเขาก็ออกจากคลาสเรียนมาทันที เขาไม่ได้เรียนเลย พี่เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เองก็โทรมาบอกว่าลูกร้องไห้เหมือนเธอตาย (ยิ้ม) เขาก็ถามว่าอย่างนี้อยู่ใช่ไหมยังไม่ตาย ตู่ก็บอกว่าโอเคก็ให้กำลังใจปกติคือ ตู่เป็นคนที่ไม่สบายมากที่สุดในครอบครัว เข้าโรงพยาบาลบ่อยที่สุด พอน้องเพลงขึ้นไอจีปุ๊บคนจะคิดว่าคุณยายป่วยเหรอแต่เปล่าเป็นคุณแม่ค่ะ

        ด้วยความที่เราไม่เคยปิดปากบ่นจะทนก็เลยป่วยจนได้ จริงๆ ตู่ก็ตรวจสุขภาพบ่อย เอาเลือดไปตรวจแต่ลืมอัลตราซาวนด์ ซึ่งตู่ก็ผ่าตัดมาสามครั้งแล้ว ครั้งแรกผ่าตัดเนื้องอกในมดลูก ครั้งที่สอง ผ่ากระดูกที่คอและใส่ไทเทเนี่ยม แต่ตอนนี้ก็มีไทเทเนี่ยมอีกอันที่เขาขลิบไว้ พอผ่าเอาถุงน้ำดีออกเขาก็ขลิบไว้เลยค่ะ ไม่ต้องเย็บแล้ว ชนะเลิศมากเพื่อนก็มาเตือนๆ บอกเดือน เม.ย.ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับท้องและคอ จะมีอีกเราก็คิดอะไรละคือตู่เป็นคริสเตียนแต่เพื่อนเอาดวงไปดูให้พอเหอะ"

กังวลมั้ยอยู่คนเดียวและเกิดเรื่องแบบนี้?
        "จริงๆ การที่เราเจ็บป่วยทำให้รู้เลยว่าการที่เราไปนั่งสมาธิเรารู้เลยว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเป็นยังไง นับ 1 2 3 ให้ตัวเองหายใจและมีสติและพูดรู้เรื่องว่าฉันเป็นอะไรยังไงแม้กระทั่งอยู่ในรถพยาบาลทุกเฉินเรายังบอกตัวเองได้ว่าเราแพ้ยาอะไร สติสำคัญที่สุดเลยค่ะ 2 ครั้งแล้วที่ใช้วิธีแบบนี้"

พบหมออีกทีเมื่อไหร่?
        "เดี๋ยวเช็กอาทิตย์หน้าต้องเช็กใหญ่อีกทีนะ"

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก thairath