สาววัย 17 ปีช่วยแม่ "คืนหนี้ 10 ล้าน" หลังจากนั้น 6 ปี เธอป่วยเนื้องอกในสมอง จนต้องทำพินัยกรรม

อีกด้านของชีวิตที่ต้องสู้จนเกือบตายมาแล้ว.. เป็นกำลังใจที่ดีสำหรับคนที่คิดจะท้อ
Sponsored Ad

    ไม่มีชีวิตของใครที่ถูกลิขิตให้เป็นดาราตั้งแต่เกิด เส้นทางในวงการบันเทิงก็ไม่ได้ถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป ถึงแม้ดาราหลายๆคนที่ดูภายนอกนั้นแสนสวยงาม แต่ชีวิตจริงของเขาเหล่านั้นมีเรื่องที่ลำบากมากมายที่ผู้คนไม่รู้!

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อพูดถึง หลิน อี่เฉิน ทุกคนต้องพูดถึงบทบาทนางเอกที่โง่แต่น่ารัก หยวน เซียงฉิน , รักในวัยสาว เฉินเหย่วชิน , กล้ารักกล้าชัง นางฟ้าองค์ที่เจ็ด , หรือจะบทนางเอกแปลกๆ หวางโหย่ง เธอรับบทบาทที่น่าติดตามขึ้นเรื่อยๆ ใครจะรู้ว่าก่อนจะเข้าสู่เส้นทางบันเทิงนี้ เธอผ่านอุปสรรคมาอย่างมากมาย

Sponsored Ad

    หลิน อีเฉิน เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1982 พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก แม่ดูแลเธอและน้องชายเพียงลำพัง ขณะเมื่อเธออายุ 5 ขวบ พ่อแม่ก็ได้หย่าร้างกัน แม่ของเธอได้บิดบังเรื่องนี้ไม่ให้พวกเขารู้เพราะกลัวจะเสียใจ เลยบอกว่าพ่อทำงานต่างประเทศ จนเมื่อเธออยู่ ม.5 แม่เธอได้ล้ม เธอถึงรู้ความจริงว่าพ่อแม่หย่าร้างกันนานแล้ว แถมยังติดหนี้อยู่ห้าล้าน เนื่องจากแม้ของเธอรายได้น้อย จึงต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตเพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูลูก เมื่อเธออายุ 17 แม่ล้มป่วยเพราะมีก้อนเนื้องอกในสมอง แม่ถึงยอมบอกความจริง

    คราวที่ครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก จำนวนเงินที่ติดหนี้หลักสิบล้าน ถือเป็นจำนวนเงินมหาศาลสำหรับเด็กสาววัย 17 ปี  หลิน อีเฉิน ได้เข้าร่วมการประกวดซูเปอร์โมเดล และได้รับรางวัลชนะเลิศ สื่อได้สัมภาษณ์เธอถึงสาเหตุที่เธอมาประกวด เพราะเป็นความฝันตั้งแต่เด็กใช่หรือไม่? เธอตอบอย่างตรงมากว่าเป็นเพราะเงิน "เงิน 30,000 เหรียญ ถือเป็นเหมือนบัตรกำนัลเอาไว้ซื้อของในห้างเลย" แท้จริงแล้วเธอต้องการนำเงินส่วนนี้ซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ให้กับน้องชาย

    หลังจากนั้นเธอได้เข้าสู่รั้วมหาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่ง และได้ถ่าย MV แรก ร่วมกับ จ่าย จ๋าย ช่วง ค.ศ. 2000 ในวงการบันเทิงไต้หวันนั้น มีดาราหญิงที่โด่ดังเพียงไม่กี่คน ได้แก่ เฉินเฉียวเอิน, ต้าเอส, เฉินยี่หย่ง, เหลียวผิงเหยียน เป็นต้น น้อยคนที่จะยอมรับเธอ

    ในเดือนเมษาปี 2002 เธอได้แสดงนำในซีรีย์เรื่องแรก "ข้อตกลงตอนอายุ 18 ปี"  ซึ่งเป็นงานเปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เธอตื่นเต้นในเรื่องแรกและเป็นอาชีพที่จะนำรายได้มาเลี้ยงครอบครัว ทุกๆวันเธอจึงทั้งเรียนและทำงานไปด้วย อะไรที่ประหยัดได้ก็ประหยัด เธอไม่ได้บ่นต่อชะตาชีวิตแต่อย่างไร พร้อมทั้งยังเผชิญกับมันอย่างเต็มที่ เพราะยุ่งกับการหาเงินคืนหนี้ เธอต้องทำงานอย่างหนัก อดหลับอดนอน เดินทางเป็นประจำ เธอได้ทำพินัยกรรมตั้งแต่อายุ 23 เพราะไม่อยากเสียใจภายหลัง ถ้าต้องทิ้งแม่อยู่ลำพัง

Sponsored Ad

    ปีค.ศ. 2004 เธอแสดงภาพยนต์เรื่องแรก "leap love sea" และได้รับรางวัล Golden Horse Award สำหรับนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จนเมื่อเธอแสดงเรื่อง แกล้งจุ๊ปให้รู้ว่ารัก ทำให้เธอกลายเป็นที่รู้จักและมีผู้ติดตามอย่างมาก ปีค.ศ. 2008 เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก แกล้งจุ๊ปให้รู้ว่ารัก ภาค2 เธอได้กล่าวในงานว่า "หน้าที่ของนักแสดงคือการถ่ายทอดบทบาทของคนนั้นออกมาอย่างลึกซึ้ง หวังว่าผลงานที่ฉันทำจะสามารถแสดงมันออกมา ฉันเชื่อว่าในชีวิตประจำวันทุกคนก็ได้ทำบทบาทของตนเองอย่างเต็มที่"

    เพื่อการแสดงที่สมบทบาท เธอก็ได้ทำการบ้าน ทำความเข้าใจกับบทที่ได้รับอย่างละเอียด ปีที่ผ่านมา Golden Eangle Festival หูเกอ ได้กล่าวขอบคุณเธอที่ทำให้เขาเข้าใจถึงความหมายของการแสดง เขาได้ร่วมแสดงกับหลิน อีเฉิน และเห็นถึงความทุ่มเทของเธอ ในสามวันเธอพักผ่อนแค่50นาที ถึงขั้นไม่นอนเป็นอาทิตย์

    ปีค.ศ. 2008 ผลการตรวจร่างกายพบว่าเธอมีเนื้องอกในสมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัด เธอออกมายอมรับ "เพราะแม่ต้องการให้เธอเป็นแบบอย่างให้น้องชาย แต่เธอก็ทำงานหนักจนเกินไป"  หมอออกมาเปิดเผยว่าโรคที่เธอป่วยนั้น เกิดจากการเคร่งเครียดมากไป ดังนั้นเธอจึงต้องพักงานและรักษาตัวอยู่เป็นเวลานาน

    การป่วยในครั้งนั้น ทำให้เธอตระหนักได้ว่าไม่มีใครที่จะทำได้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อทำสุดความสามารถแล้ว สิ่งที่ทำไม่ได้ก็ต้องปล่อยวาง

เพื่อการถ่ายทำ เธอได้ลงทุนไม่กินข้าว 20 วัน ไม่อาบน้ำเป็นเวลา 6 วัน ทำให้เธอได้รับรางวัลอีกครั้ง หลังจากเรื่อง "ฉันไม่อาจรักเธอ" ออนแอร์จบ มีผู้คนมากมายถามว่าเธอมีเรื่องกุ๊กกิ๊กกับ ลี ต้าเหยิน? เธอก็ได้ออกมาตอบอย่างเช่นเจนว่าไม่ได้คิดแบบนั้น

Sponsored Ad

    หลิน อีเฉิน ได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวในงานแต่งของเพื่อน ได้พบและรู้จักกับ หลิน ยู๋เชา ทั้งสองได้คบกัน พบว่าเขามีนิสัยคล้ายกันมาก มีความรับผิดชอบสูง และช่วยเหลือเธอตลอด เธอกล่าวว่า เธอสามารถเปิดใจคุยได้ทุกเรื่องกับเขา ทั้งสองต่างไม่เคยมีเรื่องกิ๊กอย่างแน่นอน

    หลิน อีเฉิน ใช้เวลากับครอบครัวอย่างเต็มที่ ไม่มีเรื่องขัดใจกับแม่สามี ร่วมทั้งยังทำความเข้าใจและคืนดีพ่อของตัวเองด้วย หลังจากเรียนจบจากอังกฤษ เธอก็ไม่รับงาน ตื่นและนอนเป็นเวลา หน้าเธอเด็กจนดูไม่ออกว่า อายุ 35 แล้ว

    แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่เธอก็ยังคงเป็นที่ชื่นชมจากเพื่อนร่วมงาน เธอกล่าวว่า "อย่าปฏิเสธที่จะทำในเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบ เพราะจะทำให้ไม่มีสิ่งท้าทายใหม่ๆเข้ามาในชีวิต" แต่ถ้าผลที่ได้ไม่น่าพอใจล่ะ? เธอว่า "อย่างน้อยก็ได้ลอง คนเราก็มักมองข้อผิดพลาด แต่กลับลืมมองเห็นข้อดีของมัน"

    คนที่มีความพยายามและผลิกชีวิตตัวเองอย่างเธอ  แบบนี้จะให้ไม่ชอบเธอได้อย่างไรกันล่ะ?

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR