พ่อกลุ้ม! ลูกสอบได้ที่ 23 จาก 50 คน จัดให้เรียนพิเศษอย่างหนัก คะแนนก็ไม่ดีขึ้น จนคุณครูโทรมา..

พ่อแม่หลายคนคงยังทำใจไม่ได้ ที่ลูกของตนเองสอบได้ลำดับที่ไม่ดี แต่พ่อของนักเรียนคนนี้ กลับได้รับสิ่งที่มีมากกว่าลำดับการสอบของลูก
Sponsored Ad

    เชื่อว่าหลายครอบครัวคงทราบการใช้ชีวิตของคนเรานั้นเป็นสิ่งทีสำคัญมาก และ การช่วยเหลืิอซึ่งกันและกัน นั้นมันมีข้อดีหลายๆด้าน แต่ต้องเป็นการช่วยเหลือที่มาจากใจจริง  เพราะว่าคนเราไม่ได้โง่ ดูออกว่าคนไหนจริงใจคนไหนไม่จริงใจ

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีลูกสาวของครอบครัวหนึ่งเรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมต้น เพื่อนๆมักเรียกเขาว่า "เลขที่ 23"

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

Sponsored Ad

    ในชั้นเรียนของลูกสาวมีทั้งหมด 50 คน และทุกครั้งที่สอบ ลูกสาวจะสอบได้ที่ 23 ตลอดทำให้เป็นที่มาของชื่อเรียกของเธอ  นักเรียนหญิงคนนี้มีผลการเรียนที่ปานกลาง เราอาจจะคิดว่าชื่อเรียกที่เพื่อนๆตั้งให้นั้นฟังดูแล้วทิ่มแทงใจยังไงไม่รู้ แต่นักเรียนหญิงคนนี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร

    พ่อของเด็กคนนี้กล่าวด้วยอาการเศร้าใจว่า  เมื่อมีงานกิจกรรมของบริษัท หรืองานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนเก่า ทุกคนก็จะอวดลูกๆของตนเองว่าเป็น "Superman ตัวน้อย" ต่างก็พากันอวดว่าลูกๆของตนเองเก่งและมีความสามารถมากมาย  

    แต่ลูกสาวของเราสอบได้ที่ 23 ของห้อง ไม่มีอะไรที่น่ายกย่องหรือโอ้อวดได้ แต่หลังจากนั้นเมื่อคุณพ่อได้เห็นข่าว เด็กวัย 9 ขวบคนหนึ่ง เป็นอัจฉริยะ สอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุยังน้อย  ทำให้พ่อคนนี้เดินไปถามลูกสาวว่า "ลูกจ๋า ทำไมลูกไม่เป็นเด็กที่เก่งกาญ?" ลูกสาวตอบกลับไปว่า "เพราะว่าพ่อไม่ได้เป็นเทวดาหนิค่ะ" ทำให้พ่อถึงกับหัวเราะอออกมา 

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

    และแล้ววันไหว้พระจันทร์ก็มาถึง ญาติพี่น้องก็มาพบหน้ากัน เป็นวันรวมญาติ มีการดื่มเหล้า เมื่อเริ่มเมาได้ที่ผู้ใหญ่ก็ให้เด็กบอกอาชีพที่อยากทำในอนาคต บางคนก็ว่านักเปียโน,ดารา,นักการเมือง,ขนาดเด็ก 4ขวบยังมีความฝันโดยบอกว่า โตมาจะเป็นนักประกาศข่าวทางทีวี เหลือเพียงแต่ลูกสาวของเขาอายุ 15 ปี ที่ยังไม่ได้พูดออกมา

    เธอตอบว่า "โตขึ้น ความฝันอย่างแรกของฉันก็คืออยากเป็นคุณครูสอนอนุบาล พาเด็กร้องเพลง เต้นรำ เล่นเกม"  ทุกคนก็ชมว่าดีๆ แต่เมื่อถามถึงความฝันต่อมาคืออะไร? เธอก็พูดด้วยความภาคภูมิใจว่า "ฉันอยากเป็นแม่คน ใส่ผ้าคลุมกันเปื้อนรูปแมว ยืนทำอาหารที่ห้องครัว จากนั้นก็เล่านิทานให้ลูกของตนเองฟัง พาลูกๆไปนอนดูดาวที่ระเบียงบ้าน" พ่อแม่เพื่อนๆคนอื่นก็มองหน้ากันด้วยความงงๆ  สายตาพ่อของเด็กสาวคนนี้ก็เขินอาย

    หลังจากที่กลับถึงบ้าน  พ่อถอนหายใจแล้วพูดว่า "คุณอยากจะให้ลูกสาวโตมาเป็นครูอนุบาลจริงหรอ? เราจะนั่งมองเฉยๆ ปล่อยให้ลูกกลายเป็นนักเรียนที่สอบได้ลำดับกลางๆของห้องตลอดไปหรอ"   ความจริงแล้วคุณพ่อรายได้พยายามหาวิธีที่จะช่วยทำให้ลูกสาวมีผลการเรียนที่ดีขึ้น เชิญครูสอนพิเศษมาสอนที่บ้านโดยเฉพาะ หรือซื้อหนังสือ อุปกรณ์ที่เสริมสมอง ลูกสาวก็เริ่มเข้าใจและไม่ค่อยวาดการ์ตูนแล้ว เริ่มตั้งใจเรียนพิเศษมากขึ้น วันๆแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนหรือเวลาส่วนตัว

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

Sponsored Ad

    จนในที่สุดลูกสาวล้มป่วยบ่อยๆ ต้องนอนโรงพยาบาลหลายวัน แต่ลูกสาวก็พยายามตั้งแต่เขียนการบ้าน  สุดท้ายหมอบอกว่าลูกสาวป่วยเป็น "โรคปอดบวม"  ร่างกายคงแบกรับไม่ไหว หลังจากที่หายป่วย  ลูกสาวก็ผอมลงมาก

    เมื่อถึงการสอบปลายปี ลูกสาวของเขาก็ยังคงสอบได้ที่ 23 เหมือนเดิม จนพ่อของเขาต้องซื้ออาหารเสริมมาให้มากมาย เพื่อให้ร่างกายลูกแข็งแรง ทุกครั้งที่จะมีการสอบลูกสาวก็เครียดจนไม่กินข้าว นอนไม่หลับ เหงื่อแตกท่วมตัว  โดยครั้งล่าสุดผลการสอบของลูกทำพ่อแม่ถึงกับพูดไม่ได้ เธอสอบได้ที่ 33 ของห้อง

    พ่อแม่จึงล้มเลิกความตั้งใจที่จะเข้มงวดกวดวิชากับลูก กลับสู่สภาพการใช้ชีวิตแบบปกติ และยังอนุญาตให้ลูกวาดรูปได้ตามปกติอีกด้วย สุดสัปดาห์ก็ออกไปเที่ยวนอกบ้านด้วยกัน  และทำอาหารด้วยกัน พวกเราสนุกสนานกันมาก รอยยิ้มของลูกทำให้คนรอบข้าง ต่างก็มีความสุข

(เป็นเพียงภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

    โดยครั้งล่าสุดพ่อได้โทรไปที่โรงเรียนเพื่อถามผลสอบของลูกสาว แต่ก็เหมือนเดิม คุณครูบอกว่าลูกยังคงสอบได้ที่ระดับกลางๆของห้อง แต่คุณครูบอกว่า "มีเรื่องที่สำคัญกว่านั้นจะบอก ตั้งแต่ครูสอนมา 30 ปี นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ในข้อสอบวิชาภาษาจีน มีคำถามหนึ่งข้อถามว่า คุณชื่นชอบและยกย่อง เพื่อนนักเรียนคนไหนมากที่สุด? พร้อมบอกเหตุผล นอกจากลูกสาวของคุณแล้ว นักเรียนทั้งห้องเขียนชื่อลูกสาวของคุณเป็นคำตอบ พร้อมให้เหตุผลว่า เพราะเธอเป็นคนมีน้ำใจ,ชอบช่วยเหลือคนอื่น,ไม่เป็นคนขี้โมโห,และเหตุผลที่เขียนมากที่สุดคือ เธอเป็นคนร่าเริง มองโลกในแง่ดี"

    จนเพื่อนๆต่างเสนอชื่อเธอให้เป็นประธานห้อง โดยคุณครูบอกว่า "ลูกสาวของคุณเนี้ยถึงแม้ว่าการเรียนจะธรรมดาปานกลาง แต่ความประพฤติในการเข้าสังคมกับเพื่อนๆนั้นดีมาก" ทำพ่อถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว

    เมื่อลูกสาวกลับมาถึงบ้านพ่อจึงชมลูกสาวว่า "แหม นี่กลายเป็นฮีโร่ของโรงเรียนไปแล้วหรอเนี้ย ลูกสาวเรา" แม่จึงพูดขึ้นมาว่า "มีผู้คนรายล้อมรอบฮีโร่ เวลาเดินผ่านก็จะมีคนปรบมือต้อนรับ" ลูกสาวตอบบว่า "ขอเป็นคนรอบข้างที่ปรบมือดีกว่าคะแม่"

    เพื่อนๆของพ่อแม่ต่างมาให้กำลังใจว่า การที่ลูกมีร่างกายที่แข็งแรง เข้ากับเพื่อนๆได้ ที่สำคัญ เขาได้ทำตามในสิ่งที่ตนเองรักหรือถนัด นั้นเป็นสิ่งสำคัญ การสอบได้ที่ 1 ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาจะเป็นดีไม่ได้ และยังมีบางคนบอกว่า ลูกสอบได้ที่ 23 ถือว่าโอเคนะ พ่อไม่ลองมองกลับไปยังมีนักเรียนอีก 27 คนละ เขาจะทำยังไง? ถือแม้ผลการเรียนจะดีเลิศ แต่กลับเข้ากับเพื่อนๆไม่ได้ หรือเก็บกดก็จะไม่ดีนะ

      "พ่อไม่หวังให้ลูกเป็นอัจฉริยะ แต่หวังให้ลูกเป็นคนดี"  ลูกสาวจดจำคำนี้ของพ่อไว้ในใจเสมอนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR