2พี่น้องเป็น "ตับแข็ง" พ่อแม่ตัดสินใจช่วยคนน้อง พี่วัย 8 ขวบรู้กลับไม่ร้องไห้ เพราะรู้ว่าพ่อแม่ลำบากขนาดไหน!

ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับเด็กชายรายนี้ด้วยเถิด เขาจะได้อยู่รอดและเติบโตเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ
Sponsored Ad

        ใครที่เคยดูหนังแผ่นดินไหวฟอร์มยักษ์ "Aftershock" คงยังจำกันได้ว่า มีฉากหนึ่งที่ลูกชายกับลูกสาวถูกตึกที่ถล่มลงมาทับทั้งคู่ สุดท้ายคุณแม่เลือกช่วยชีวิตของลูกชายคนเล็กไว้ 

Sponsored Ad

        ซึ่งการกระทำของคุณแม่นี้ทำให้ลูกสาวเธอฝังใจจนโต แต่ความจริงในสายตาของคนที่เป็นพ่อแม่ ลูกชายหรือลูกสาวก็มีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด ไม่ว่าเลือกคนไหนก็คงต้องทุกข์ใจสุดๆ

Sponsored Ad

        เมื่อเด็กชายวัย 8 ขวบป่วยหนักเป็นโรคตับแข็ง พ่อแม่ทุ่มเทเงินหมดไปกับการรักษาตัวเขา ในขณะเดียวกันน้องชายที่เพิ่งครบ 1 ขวบนั้นก็ถูกตรวจพบว่าเป็นโรคตับแข็งเช่นกัน ซึ่งพ่อแม่ของเด็กทั้งสองนั้นมีแค่ทางเลือกเดียวคือช่วยได้แค่ชีวิตคนใดคนหนึ่งไว้  แน่นอนไม่ว่าเลือกลูกคนไหนไว้ พ่อแม่ก็คงต้องเสียใจสุดๆ

        เมื่อเดือนที่ผ่านมา หมอให้คำแนะนำว่า ต้องเปลี่ยนตับอย่างเดียวถึงจะช่วยชีวิตของเด็กชายคนโตไว้ได้  ต่อมาน้องชายอายุ 1 ขวบก็จะได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโรคตับแข็งเช่นกัน หลังผ่านการตรวจพบว่าน้องชายเพิ่งเป็นโรคตับแข็งในระยะแรกถ้ารีบรักษาก็มีโอกาสสูงที่จะหายได้

Sponsored Ad

        เด็กทั้งสองคนป่วยเป็นโรคตับแข็งตามๆ กัน ทำเอาครอบครัวเสียใจสุดๆ หลังจากได้คุยกัน พ่อแม่ตัดสินใจว่าจะช่วยลูกคนเล็กไว้ เมื่อลูกชายคนโตรู้ถึงการตัดสินใจของพ่อแม่ เขาไม่ได้ร้องไห้ เพราะเขารู้ว่าพ่อแม่ทั้งคู่ลำบากขนาดไหน เขาทำใจยอมรับกับผลสรุปนี้และได้เขียนสิ่งที่ตัวเองอยากทำลงบนกระดาษ

Sponsored Ad

        เมื่อพ่อแม่ของเด็กชายเห็นสิ่งต่างๆที่ลูกชายอยากจะทำก็ทุกข์ใจมากๆ ได้แต่พาลูกคนโตไปทำทีละอย่างก่อนที่ลูกจะเสียชีวิต

        เมื่อพ่อแม่พาเด็กชายมาถึงสวนของตัวเอง พอได้เห็นสนามหญ้าที่เป็นสีเขียวนั้น เด็กชายเริ่มรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยหนึ่ง แต่เมื่อพบว่าน้ำเต้าที่ตัวเองปลุกไว้นั้นออกดอกแต่ไม่ติดลูก เขาก็เสียใจร้องไห้ขึ้นมาทันที ทำเอาแม่น้ำตาไหลพราก

        ต่อมาพ่อแม่ก็พาเด็กชายไปถึงโรงเรียนของเขา ซึ่งโรงเรียนอยู่ในช่วงปิดเทอมอยู่ พวกเขาได้แต่มองดูโรงเรียนที่ข้างนอกเท่านั้น เด็กชายได้ยืนมองโรงเรียนของเขามาสักพักใหญ่ๆ ได้นึกถึงช่วงเวลาที่ตัวเองเรียนอยู่ที่นี่และได้เล่นกับพวกเพื่อนนักเรียนอย่างสนุกสนาน

        เมื่อเด็กชายอยากจะทำสิ่งอื่นต่อ คุณแม่ของเขาได้กอดเขาไว้และขอร้องให้เขาหยุดแค่นี้ เพราะเธอกลัวว่าเมื่อลูกชายทำครบทุกสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำแล้วจะจากไปและไม่มีวันกลับมาอีก

        จากนั้นพ่อแม่ได้ซื้อดินน้ำมันตามที่เขาอยากได้มาให้เขาเล่น พ่อแม่ทั้งคู่ได้เฝ้าดูอยู่ข้างๆ ดูไปน้ำตาไหลไปทั้งคู่

        ต่อมาคุณยายที่อยู่ห่างไกลนั้นก็เดินทางมาถึงบ้านพวกเขา เมื่อได้พบหน้ากับเด็กชาย คุณยายสงสารหลานชายมากๆจนน้ำตาไหล แต่เด็กชายกลับเช็ดน้ำตาให้คุณยายพร้อมกล่าวว่า ยายนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูจะได้เช็ดน้ำตาให้ยายแล้วนะ คุณยายฟังแล้วยิ่งเสียใจมากขึ้นจนน้ำตาไหลไม่หยุด

        เมื่อพ่อแม่ตั้งใจจะพาเด็กชายไปทำสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะทำ แต่ร่างกายของเด็กชายทรุดโทรมเร็วมากจนต้องกลับไปที่โรงพยาบาล ซึ่งสิ่งสุดท้ายที่เขาอยากจะทำก็คือการได้เล่นกับพวกเพื่อนนักเรียนของเขาเป็นครั้งสุดท้ายซึ่งนั้นคงได้แค่คิดเท่านั้น

        เด็กอายุแค่เพียง 8 ขวบต้องเผชิญกับความตาย น่าสงสารที่สุด ยิ่งได้เห็นดวงตาที่หมดหวังของเด็กชายคนนี้แล้ว รู้สึกปวดใจจริงๆ

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR