ลูกค้าไม่สนใจเวลาเปิดปิดร้านบอก "ก็ฉันจะกิน" พอถึงเวลาเก็บเงินถึงกับต้องผงะ เมื่อเห็นราคาทั้งหมด!

ลูกค้าประเภทนี้เจอแบบนี้ก็เหมาะแล้วนะคะว่ามั้ย?
Sponsored Ad

        ถ้าพูดถึงอาชีพบริการแล้วแน่นอนว่าหลายคนต้องคุ้นชินกับคำว่า "ลูกค้าเป็นใหญ่ที่สุดเสมอ" คำนี้ไม่ได้มีแค่ในประเทศไทยเท่านั้น สำหรับไต้หวันเองก็ยึดคำนี้เป็นหลักเช่นกัน ไม่ว่าลูกค้าจะแย่แค่ไหนก็ต้องพยายามต้อนรับให้ดีที่สุด แต่กับลูกค้าบางคนแล้วมันไม่ไหวจริงๆ

Sponsored Ad

        เมื่อไม่นานมานี้มีชาวเน็ตชาวไต้หวันคนหนึ่งโพสลงบนเฟซบุ๊ก เขาเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านฮอตพอตแห่งหนึ่ง ปกติร้านจะปิดเวลาสี่ทุ่ม วันหนึ่ง 20 นาทีก่อนร้านปิดก็มีแขกกลุ่มหนึ่งเดินเข้าร้านมา ทั้งผู้จัดการร้านและพนักงานพยายามจะบอกลูกค้ากลุ่มนี้ว่าอีก 20 นาทีร้านก็จะปิดแล้ว เพราะไม่อยากให้ลูกค้ารับประทานแบบรีบๆเร่งๆ

Sponsored Ad

        แต่ลูกค้าชาวออสเตรเลียกลุ่มนี้ก็ไม่ได้สนใจคำแนะนำของพนักงาน ทำท่าประมาณว่า "ยุ่งอะไรด้วย พวกเราจะกิน" สุดท้ายพนักงานก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากให้ลูกค้าเข้ามาสั่งอาหาร แต่ก็พยายามเน้นว่ากินได้ถึงแค่สี่ทุ่ม ไม่รู้ว่าลูกค้าชาวออสซี่กลุ่มนี้ได้ยินหรือแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน พวกเขาก็ยังคงคุยเล่นกันต่อไป

Sponsored Ad

        สี่ทุ่ม 10 นาที ลูกค้ากลุ่มนี้ก็ยังกินไปคุยกันไป พนักงานก็เลยเดินไปเตือนว่าได้เวลาปิดร้านแล้ว คาดไม่ถึงว่าหนึ่งในลูกค้าจะหันมาอารมณ์เสียใส่ว่า "เธอไม่เห็นหรือไงว่าพวกเรายังกินไม่เสร็จ รอสักหน่อยจะเป็นไรไป" ผู้จัดการร้านทนดูต่อไปไม่ไหวก็เลยช่วยเข้ามาเจรจากับลูกค้า "จะนั่งกินต่อก็ได้ แต่พวกคุณต้องรับผิดชอบค่าทำงานล่วงเวลาของพนักงาน" ลูกค้าก็ทำหน้าแบบเสียมิได้แล้วว่า "จะสักเท่าไหร่กัน จ่ายก็จ่ายสิ!"


Sponsored Ad

        ลูกค้าออสซี่กลุ่มนี้กินถึงห้าทุ่ม 20 นาที เลยเวลาปิดร้านมาชั่วโมงกว่า พนักงานทั้งหมดต้องรอพวกเขากินเสร็จโดยไม่กล้าเลิกงาน พอคิดเงิน "ทั้งหมด 1,4xx ค่ะ" ลูกค้าได้ยินดังนั้นก็โวยวาย "จะบ้าเหรอแค่ฮอตพอต 4 หม้อตั้ง 1,4xx คิดยังไงเนี่ย」 พนักงานก็รีบอธิบายทันทีว่านี่เป็นราคาอาหารรวมค่าทำงานล่วงเวลาของพนักงาน ถ้าอยากเห็นรายละเอียดก็สามารถขอดูได้

        ได้ยินดังนั้นหน้าลูกค้าก็ช็อคไป อาจจะไม่คิดว่าจะต้องเสียค่าล่วงเวลาให้พนักงานจริงๆ เริ่มพูดอย่างตะกุกตะกัก "พวกเราบอกว่าจะจ่ายค่าล่วงเวลาให้ที่ไหนกัน!" พนักงานก็เลยยิ้มๆแล้วให้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดพร้อมเสียงที่บันทึกไว้ พอลูกค้าได้ยินดังนั้นก็พูดไม่ออก แล้วสุดท้ายก็ต้องยอมจ่ายแม้จะไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ แถมยังด่าทิ้งท้ายว่า "ร้านอะไรห่วยขนาดนี้ ไม่มาอีกแล้ว" ทำให้พนักงานทั้งโกรธทั้งขำ

        ชาวเน็ตอ่านแล้วก็คอมเม้นท์ พร้อมชมว่า "ขอกดสักหมื่นไลค์ให้ผู้จัดการร้าน" แต่ก็มีชาวเน็ตบางคนบอกว่า "จริงๆ แล้วผู้จักการร้านไม่ควรรับออเดอร์ลูกค้ากลุ่มนี้จะดีกว่า"

        ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไร ทุกคนล้วนพยายามเพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง ถ้าเราเอาใจเขามาใส่ใจเรา ปัญหาบนโลกนี้ก็จะน้อยลงไปมากมาย 

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR