สมบัติกูใครห้ามยุ่ง !! เผยตำนาน "ผียายจันทร์" เรื่องหลอนสุดน่ากลัว แห่งหมู่บ้านยวน เมื่อผีหวงสมบัติเพราะความอยากได้ของคน !!

  • 2017-08-14

    เรื่องของตำนานความหลอนความเฮี้ยนของสิ่งลี้ลับ มีอยู่ในทุกพื้นที่รอบตัวเรา บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่เชื่อว่าเกิดขึ้นจริง บางเรื่องก็เป็นแค่ตำนาน อย่างเช่นเรื่องหลอน "ตำนานผียายจันทร์" ผีเฮี้ยนแห่งหมู่บ้านยวน ที่สมาชิกพันทิปหมายเลข 3876170 ได้มาถ่ายทอดเอาไว้ จะหลอนขนาดไหน ไปดูกันเลยค่ะ

    จังหวัดนครสวรรค์ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งตอนนี้ได้พัฒนาไปตามยุคสมัย แสงไฟสว่างจ้า มีถนนกว้างขวางมีรถวิ่งเข้าออกทั้งวัน แต่สมัยก่อนนั้นหมู่บ้านแห่งนี้ทุรกันดารไฟฟ้าไม่มี ถนนคับแคบผู้คนมีอยู่ไม่กี่หลังบ้านบ้าน ส่วนมากก็ทำอาชีพขายปลาขายไก่ มีบ้านหลังนึงใหญ่โตพื้นที่กว้างขวาง บ้านนั้นตั้งเด่นสง่าอยู่ต้นซอยมีผลไม้ปลูกไว้เต็มบ้าน เจ้าของนั้นเป็นแค่ยายแก่ๆ ชื่อยายจันทร์ แกอยู่คนเดียวไม่มีลูกหลานดูแล ทุกๆวันยายจะตื่นแต่เช้ามาลดน้ำต้นไม้และสำรวจข้าวของ และผลไม้ว่าหายมากแค่ไหนสิ่งที่ยายชอบทำคือนั้งอยู่บนบ้านมองลงมาที่สวนผลไม้ใครผ่านไปผ่านมาต้องเห็นแกนั้งแบบนั้นจนพลบค่ำจึงเข้านอน

    ช่วงเวลาที่แกเข้านอนนั้นจะมีคนปีนกำแพงขโขยผลไม้ทุกวัน ยายรู้ดีว่าพวกนั้นมาขโมยผลไม้ แต่แกก็ปล่อยให้พวกนั้นขโมยไปจนวันที่ยายจันทร์ตายก็ไม่มีลูกหลานมาทำงานศพ คนที่เข้าไปเก็บศพเล่าว่า แกนอนบนกองเลือดข้างๆศพมีข้อความว่า  "สมบัติของกูห้ามใครแตะต้องลูกหลานห้ามมอง มือไม้ห้ามจับแม้ตอนกูตาย เป็นผีอีเฒ่ากูจะคอยเฝ้าสมบัติของกูไอ้อีตนได เข้ามายุ่มย่ามกูจะตามฆ่า หลอกหลอนทั้งโคตร...."

    ตอนมีชีวิตอยู่ยายจันทร์อยู่อย่างโดดเดี่ยวลูกหลานหายหมด จะกลับมาเยี่ยมเมื่อได้ข่าวว่าแกไม่สบายใกล้ตายเท่านั้นสมบัติยายจันทร์ไม่ถูกยกให้ใคร มีพินัยกรรมหรือกระดาษเก่าๆข้อความว่า "กูยายจันทร์เจ้าของทุกอย่างในที่ดินนี้ มีลูกหลานเป็น 10 กว่าคนแต่ไม่สามารถพึ่งพาใครได้ ตอนมีชีวิตอยู่ไม่เคยเข้ามาเยี่ยมเยียน เมื่อใดที่กูตายอย่าเหยียบเข้าบ้านกู สมบัติกูก็จะไม่มีใครได้ทั้งนั้น กูจะอยู่ดูแลเอง"

    บ้านถูกปิดตายล็อคกุนแจแน่นหนาการตายของยายจันทร์ สร้างความน่ากลัวแก่คนในหมู่บ้าน ทุกคนในหมู่บ้านต้องเดินผ่านบ้านแกเวรกรรมตกอยู่กับพวกทำงานนอกบ้านแล้วต้องกลับบ้านดึกๆ เวลากลับบ้านวิ่งหน้าตั้งกันทุกคนบางคนอยากลองดีเดินช้าๆ มองเข้าไปในบ้านเห็นยายจันทร์นั้งอยู่บนต้นมะม่วง ชี้หน้าด่าตวาด "มาขโมยของกูใช่ไหม ไปไกลๆบ้านกูเลยนะ" จนไม่มีใครกล้ากลับบ้านค่ำๆ ผ่านมาสักระยะเริ่มมีรถรับจ้างเป็นรถซาเล้งเก่าๆ 4-5 คน มาจอดรถเรียแถวคอยรับส่งคนในหมู่บ้านและคนนอกหมู่บ้าน คนรับจ้างทุกคนเป็นคนนอกหมู่บ้านจึงไม่รู้เรื่องผียายจันทร์

    คนในหมู่บ้านเวลากลับบ้านดึกๆ ก็จะจ้างรถซาเล้งเข้าไปส่งถึงหน้าบ้านคนขับซาเล้งสังเกตุว่าบ้านยายจันทร์ไม่มีคนอยู่แต่บ้านกลับไม่ทรุดโทรมแถมยังมีผลไม้เต็มไปหมด จึงวางแผนขโมยผลไม้พอส่งลูกค้าในหมู่บ้านเสร็จ เลยแวะขโมยผลไม้ขณะที่กำลังปีนกำแพงจะถึงยอดต้นมะม่วง เห็นยายจันทร์นั้งยองๆบนต้นไม้ดวงตาสีขาวโพนอ้าปากกว้าง ส่งเสียงกรีดร้องคนขับซาเล้งตกใจพลัดตกกำแพง วิ่งลืมรถ เสียงยายจันทร์ดังก้องอยู่ในหูทำให้หูบอดไม่สามารถได้ยินเสียงภายนอกแต่กลับได้ยินเสียงยายจันทร์ตลอดเวลา ที่น่าแปลกใจคือรถซาเล้งที่คนขับลืมไว้เข้าไปอยู่ในบ้านยายจันทร์ ทั้งๆที่บ้านถูกปิดตายไม่มีใครเข้าไปได้ แต่รถกลับเข้าไปจอดอยู่ 

    รถซาเล้งเข้าไปจอดในบ้านยายจันทร์กลายเป็นปริศนาที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ ผู้ที่ล็อคกุญแจบ้านให้ยายจันทร์บอกว่า "ผมเผากุนแจไปพร้อมศพยายจันทร์แล้วคับ"

    ซาเล้งที่ไม่กลัวยังคงรับจ้างต่อไป วันหนึ่งมีคนขับซาเล้งอยากไปลองดีที่บ้านผียายจันทร์ ส่งเสียงดังด่าทอ "อีแก่อีจันไร ตายแล้วจะหวงสมบัติไปทำไมหลอกเพื่อนกูจนหูบอดแล้วยังหลอกคนในหมู่บ้านอีก วันนี้กูมาท้า!! แน่จริงออกมาสู้กับกู กูจะตบให้คว่ำเลย กูจะเอาของไปขายให้หมด" ซาเล้งคนนี้ปีนรั่วบ้านยายจันทร์เก็บมะม่วงขว้างลงมาบนถนนเต็มไปหมดเก็บไปบ่นไป "ไหนล่ะผีอีแก่ ออกมาสิโว้ย" เมื่อเห็นว่าไม่มีผีจึงหันหลังกำลังจะกระโดดลงจากกำแพง ได้ยินเสียงคนรดน้ำต้นไม้ปากก็ร้องเพลง 

     "วัดเอ่ยวัดโบสถ์ มีตาลตะโนดอยู่เจ็ดต้น เอย..พ่อขุนทองก็ไปปล้น..เออ..ป่านฉะนี้ไม่เห็นมาเมียคดข้าวใส่ห่อ..เอย..ถ่อเรือไปตามหาเขาก็เล่าลือมา ว่าพ่อขุนทองตายแล้วเอ่อเออเอ๊อเออเอย เอ่อเอ้ยเอ้ยเอย.."

    คนขับซาเล้งหันกลับไปดูเห็นผียายจันทร์ยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วง ตะเกียดตะกายปีนขึ้นมาหาคนขับซาเล้ง วินาทีนั้นคนขับซาเล้งช็อคจนตกลงมาจากกำแพง รีบขี่รถออกไปปากก็ร้องโวยวาย "ผะๆๆผี ช่วยกูด้วยๆ"ตาเหลือบมองกระจกข้างเห็นผียายจันทร์นั้งอยู่ข้างหลัง หน้าตาเยาะเย้ยหัวเราะเสียงแหลมๆ "จะตบกูหรอ ตบกูสิ ตบกูสิ ตบกู"

    ชาวบ้านไม่ไหวกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงร้องเรียนกับทางผู้ใหญ่บ้านให้รื้อบ้านยายจันทร์ทิ้งผู้ใหญ่บ้านอยากได้ที่ดินของยายจันทร์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อรู้ที่ชาวบ้านเดือดร้อนจึงเข้าแผนของเขา ผู้ใหญ่บ้านจึงวางแผนทุบทิ้ง และจะซื้อต่อ... แต่ไม่เป็นไปตามที่วางแผน อยู่ๆผู้ใหญ่บ้านก็หายตัวไปเฉยๆ ชาวบ้านช่วยกันตามหา และไปดูที่บ้านยายจันทร์แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ ตามหาอยู่เกือบ 3 สัปดาห์ เจออีกทีเป็นศพถูกแขวนคออยู่หน้ารั้วบ้านยายจันทร์ สภาพศพอืดจนเต็มที่ตาถลนลิ้นจุกปาก แต่ก่อนหน้านี้กลับไม่มีใครเห็นศพ

     ชาวบ้านเลยไปยุ่งกับบ้านยายจันทร์ อีกกลัวว่าจะต้องตายแบบผู้ใหญ่บ้านเหตุการณ์นี้ทำให้ผียายจันทร์โกรธเคืองส่งเสียงกรีดร้องทุกค่ำคืน เวลา1ทุ่มทุกบ้านปิดประตูมิดชิดมีคนเล่าว่า ยายจันทร์เดินเคาะประตูถามทุกบ้าน

    "ช่างฟ้องช่างยุปากว่างมากใช่ไหมกูจะตัดลิ้นพวกเมิงทิ้ง"

    ยายจันทร์เริ่มแก้แค้นพวกที่เอาเรื่องแกไปฟ้องผู้ใหญ่บ้าน โดยเริ่มจากตัวแกนนำ ป้าคนนี้ชื่อแดงเป็นญาติห่างๆของผู้ใหญ่บ้าน ป้าแดงได้รับข้อเสนอของผู้ใหญ่บ้านว่าถ้ายุยงคนในหมู่บ้านให้ลงมติรื้อบ้านยายจันทร์ทิ้งได้ ป้าแดงจะได้ส่วนแบ่งจำนวนมากจึงทำให้เกิดความโลภเป่าหูให้ชาวบ้านให้เชื่อคำของตน ชาวบ้านเชื่อ อย่างง่ายดายเพราะใจก็กลัวผียายจันทร์อยู่แล้ว.. 

    ข่าวการตายของผู้ใหญ่บ้านเป็นที่พูดถึงในช่วงนั้น ชาวบ้านคิดไปต่างๆนาๆ ว่าผู้ใหญ่บ้านตายเพราะยายจันทร์ฆ่า ป้าแดงเมื่อรู้การตายแบบปริศนาของผู้ใหญ่บ้านเกิดความกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้านไม่เจอหน้าผู้คน ผียายจันทร์ไปหาป้าแดงเคาะประตูเรียก "อีแดง อีแดงออกมา กูจะเอาเมิงไปอยู่กับไอ้ผู้ใหญ่ออกมา"

    ตัวป้าแดงเริ่มมีกลิ่นเน่า มีแผลตามตัวแขนขาบิดเบี้ยวผิดรูป พูดคุยคนเดียวตาเหลือกไปมา ในระยะเวลาไม่นานป้าแดงกลายเป็นคนบ้าพูดถึงแต่ยายจันทร์จนวันนึง ป้าแดงกรี๊ดเสียงดังวิ่งไปตรงที่บ้านของยายจันทร์ ร้องไห้ฟูมฟายหันหน้าพูดกับบ้านยายจันทร์

    ป้าแดง: กูขอโทษ กูขอโทษ ปล่อยกูไปเถอะอย่าหักแขนหักขากูอีกเลยนะกูจะทำบุญไปให้

    ป้าแดง: ไม่ๆกูเจ็บหมดแล้ว ไม่หักแล้วจะทำอะไร จะทำอะไรปล่อยกู

    ป้าแดงดิ้นทุรนทุรายเอามือเข้าปากแล้วก็ดึงลิ้นตัวเองออกมา "โอ้ยยยปล่อยกูไปเถอะกู..ยังพูดไม่จบแกดึงลิ้นตัวเองจนขาดนอนชักอยู่กับพื้น ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือจนแกหยุดดิ้นและตายไปเอง...ส่วนคนที่เหลือก็เป็นใบ้ไปเฉยๆหรือบางคนเดินไปผูกคอตายที่รั่วบ้านยายจันทร์

    ผ่านมาสักระยะ สภาพบ้านเริ่มทรุดโทรมใบไม้ต้นหญ้าขึ้นรกจนมองไม่ออกว่านี่คือบ้านที่เคยสวยที่สุดในหมู่บ้าน..

    เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนสภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปด้วยถนนในหมู่บ้านถูกสร้างเพิ่มขึ้น จากที่เคยมีแค่ 1 ซอยเพื่มเป็น 4 ซอย ไฟ้ฟ้าเข้าถึงมากขึ้นไม่น่ากลัวเหมือนแต่ก่อน จึงทำให้ชาวบ้านไม่ค่อยกลัว การเดินทางซอย1ยังคงถูกเลี่ยง ผียายจันทร์ยังมาให้คนเห็นเรื่อยๆแต่ไม่น่ากลัวมากเท่าแต่ก่อนอาจเป็นเพราะไม่มีใครผ่านไปใกล้บ้านแกมีโรงเรียนเอกชนและรัฐบาลมาเปิดอยู่ระแวกหมู่บ้านทำให้มีเด็กๆพลุกพล่าน.. เด็กรุ่นใหม่บางคนไม่รู้เรื่องผียายจันทร์คิดพิเรนนัดกันหลังเลิกเรียนไปเล่นในบ้านยายจันทร์ เด็กชาย A และเด็กชาย B ปีนรั้วเข้าไป...

    ห้องเก็บของเป็นห้องแรกและห้องสุดท้ายในห้องพระมีระนาดเอกเก่าๆ ตั้งอยู่ เด็ก2คนชวนขึ้นไปเหยียบเล่นบ้างก็กระโดดจนเครื่องหักเล่นกันสนุกจนลืมเวลาจวนจะ 6 โมงเย็น อยากกลับบ้านแต่หาทางออกไม่เจอเด็กชายเริ่มร้องไห้ส่งเสียงดัง ...ไอ้เด็กเ_ี้ย 

     AB เศร้ามองหน้ากัน ใครพูด

     A: ลุกขึ้นยืน แขนตั้งฉากนิ้วมือจีบเข้าหากัน กระทืบเท้าแรงๆ หัวเราะเสียงแหลม

     B: A เป็นอะไร หยุดเล่นเดี่ยวนี้

     A: รำสวยไหม เมิงดูอะไรนี่

    ข้อมือเด็กชาย A งอจนสุด ก๊อก!!!

    ข้อมือหักทั้ง 2 ข้าง เท้าที่กระทิบพื้นรัวๆ เล็บเปิดหมดทุกเล็บ

   ทำของกูหัก กูจะเอากระดูกพวกไปใช้แทน สิ้นเสียงมีหญิงแก่ๆคลานมาหา AB ดวงตาขาวโพนยิ้มถึงรูหู พวกต้องชดใช้!!!

    เด็กชาย B สติแตกวิ่งหนีเอาตัวรอดทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลัง ใจคิดถึงพ่อแม่จู่ๆก็หาทางออกเจอเขารีบปีนรั้วออกมา วิ่งไปหาชาวบ้านให้มาช่วยเพื่อนตน คนที่เข้าไปช่วยคือลุงของเราเองลุงไปตามชาวบ้านมาช่วยกันแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเห็นแต่รอยเลือดเป็นทางยาวเข้าไปในห้องเก็บของ..แต่ก็ไม่มีอะไรเห็นแต่ระนาดเอกเครื่องใหญ่ๆตั้งอยู่ ลุงบอกระนาดสภาพดีมากไม่มีรอยหักเหมือนที่เด็กชายเล่า หากันถึง3ทุ่มจึงเลิกหาผียายจันทร์คงบังตาไว้ วันรุ่งขึ้นพ่อแม่เด็กมาช่วยตามหาไม่เจอผ่านพ่อเด็กเริ่มโมโห "เมิงปล่อยลูกกู อีจันไรเป็นผีไม่อยู่ส่วนผีทำร้ายกระทั่งเด็ก ถ้าไม่ปล่อยกูจะเผาบ้านเมิง" พ่อเด็กวิ่งไปหาลูกในห้องเก็บของอีกครั้งเจอลูกนอนตัวบิดเหมือนน็อตตัวอ่อนไม่มีกระดูก คอหักแขนขาเลือดออกปากอ้าตาเหลือกค้าง เลือดออกปากออกหู

   "กูปล่อยลูกแล้ว กูสั่งสอนให้ ลูกเมิงจะได้ไม่ทำลายข้าวของของคนอื่น แต่มันต้องชดใช้ที่ทำของกูพัง ออกไป" เสียงดังก้องอยู่ในหูพ่อเด็กรีบเอาศพลูกออกไป ชาวบ้านเห็นศพเด็กแล้วบอกว่ามันน่ากลัวจนมองไม่ได้..

   บ้านยายจันทร์มีป้ายติดหน้าบ้าน "บ้านนี้ผีดุ อย่าเข้าใกล้"ตอนนั้นพี่สาวเราอยู่ป.4 เล่าให้ฟังว่า...

   วันหนึ่ง..นายรุ่ง ลูกชายยายจันทร์ผู้ที่เคยร่ำรวยมาก่อนดวงตกทำมาค้าขายไม่ขึ้นหมดตัวไม่เหลือแม้แต่บ้านซุกหัวนอน กลับมาบ้านแม่ตนเอง นายรุ่งไม่คิดจะมาอยู่แต่จะเอาที่ดินยายจันทร์ไปขาย นายรุ่งมาพร้อมกับขวานอันใหญ่พอถึงหน้าบ้านนายรุ่งฟันเข้าไปที่กุนแจล็อคบ้านยายจันทร์เหตุการณ์นี้ชาวบ้านนำไปถูกพูดสนุกปากเพราะยายจันทร์เคยบอกไว้แล้ว "ห้ามยุ่งสมบัติแก แม้แต่ลูกหลานก็ห้ามยุ่ง"

    นายรุ่งหาโฉนดทั้งวัน ตลอดเวลาระหว่างที่นายรุ่งหาโฉนดที่ดินเขาได้กลิ่นน้ำหอมยายจันทร์ลอยมาไกลๆใจก็กลัวแต่อยากได้โฉนด หาจนเริ่มมืดข้าวยังไม่ตกถึงท้องตัดใจออกไปกินข้าวก่อนพอกินเสร็จรีบกลับมาหาต่อ ระหว่างที่เดินเข้าบ้าน

     รุ่ง : นายรุ่งหันหน้าตามเสียง 

    ... กูบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเข้ามาเหยียบ

     รุ่ง: แม่ ผมไม่มีที่ไปแล้วให้ผมเถอะ แม่ตายไปแล้วนะ 

    ...กูไม่มีทางให้คนแบบพวกเมิง คนเนรคุณแบบเมิง ต้องเจอแบบกู กูทำให้เกิดได้กูก็ทำให้ตายได้!!!

    ตอนเช้ามีคนเจอนายรุ่งนั้งดึงผมตัวเอง ตาปูดเขียวเนื้อตัวมีรอยถลอก ปากพูดประโยคที่คุยกับยายจันทร์ซ้ำๆ จนทุกวันแกก็ยังอยู่ยังนั้งพูดประโยคนั้น...

    บ้านยายจันทร์กลายเป็นตำนานของหมู่บ้านยวนขึ้นชื่อว่า บ้านผียายจันทร์ ปัจจุบันบ้านยายจันทร์ยังอยู่ไม่มีใครเข้าไปยุ่ง แม้แต่เดินผ่านยังไม่มีใครเดิน ชาวบ้านคิดว่าแกยังไม่ไปเกิดเพราะทุกวันนี้ยังได้ยินเสียงรดน้ำต้นไม้ เสียงกวาดใบไม้ เสียงร้องเพลง เสียงโหยหวนตามสายลม แต่ลูกๆยายจันทร์กลับโดนเวรกรรมที่ทำไว้กับแม่ คือลูกๆของพวกเขาเองก็ไม่ดูและพวกเขาเหมือนที่ไม่ดูแลยายจันทร์ และไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับบ้านนั้นอีกเลย

     หลอนมากๆเลยทีเดียวค่ะ ขอเตือนว่าถ้าใจไม่ถึงอย่าอ่านคนเดียวนะคะ

ข้อมูลและภาพจาก kaijeaw

บทความที่คุณอาจสนใจ