พ่อดูหนังโป๊จนหน้ามืด! ข่มขืนลูกสาววัย 15 แถมบังคับให้เรียก "ผัวจ๋า" เลียนแบบหนังโป๊ หลังถูกจับยังปฏิเสธหน้าเฉย

พ่อดูหนังโป๊จนหน้ามืด! ข่มขืนลูกสาววัย 15 แถมบังคับให้เรียก "ผัวจ๋า" เลียนแบบหนังโป๊ หลังถูกจับยังปฏิเสธหน้าเฉย!
Sponsored Ad

        สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ประเทศไต้หวัน เขตจีหลง  เหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อพ่อแม่ของเด็กถูกจับเข้าคุกคดีค้ายาเสพติด จึงได้นำลูกสาวให้คุณย่าเลี้ยง พ่อของเด็กถูกปล่อยตัวออกมาก่อนแม่ จึงได้กลับบ้านนำลูกสาวกลับมาเลี้ยง

Sponsored Ad

        แต่เพราะพ่อไม่ได้มีเรื่องแบบนั้นมานานมาก จึงดูหนังโป๊คนเดียวระหว่างนั้นลูกสาววัย 15 ปี ที่ไม่ได้เจอมานานก็กลับบ้านมา เมื่อพ่อเห็นลูกสาวโตเป็นสาวมีสัดส่วนที่โตเต็มวัย มีหน้าอก ก้น ทำให้เกิดอารมณ์ ห้ามใจไม่อยู่ จึงเข้าไปข่มขืนลูกสาวแท้ๆของตนเอง ขณะที่กำลังข่มขืนนั้นยังสั่งให้ลูกเรียกตนเองว่า "ผัวจ๋า" อีกด้วย แต่เนื่องจากลูกไม่ให้ความร่วมมือ จึงเปลี่ยนให้ลูกทำท่าตามที่ดาราหนังโป๊ทำกัน

        วันหนึ่งขณะที่กำลังนั่งเรียนคาบสุขศึกษาอยู่นั้น คุณครูได้พูดถึงประเด็นการข่มขืน จนทำให้เด็กทนไม่ไหว นำเรื่องนี้ไปบอกกับคุณครูที่โรงเรียน ว่าพ่อได้ทำอนาจารตนเอง ทำให้คุณนำเรื่องนี้ไปแจ้งตำรวจ เพื่อจับพ่อของเด็ก

        หลังจากการสอบสวนพบว่า พ่อได้ข่มขืนลูกสาวมานานเป็นเวลากว่า 10 เดือน  ตอนแรกพ่อให้การปฏิเสธบอกว่าลูกสาวชอบพูดโกโห แต่เมื่อตรวจร่างกายพบว่าช่องคลอดของลูกสาวมีบาดแผลการถูกข่มขืนจริง  และในกางเกงในพบชิ้นส่วน DNA ของพ่อ ศาลจึงตัดสินใจจำคุกพ่อเป็นเวลา 20 ปี และรอลงอาญาอีกด้วย

นี่เป็นข่าวจริงที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน เพราะฉะนั้นแล้ว พ่อแม่ควรใส่ใจลูกให้มากขึ้น  เรื่องเพศศึกษาเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องสอนลูกไว้

 สอนให้ลูกรู้จักวิธีป้องกันตนเอง 

        คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนลูกให้ป้องกันตนเองในยามที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย เช่น ให้ลูกพกนกหวีดติดตัว เมื่อมีเหตุร้ายเกิดขึ้นให้ลูกเป่านกหวีด เพื่อเป็นการเรียกให้คนมาช่วยเหลือได้ หรือให้กดเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินที่บันทึกเอาไว้นอกจากนี้ ถ้าเป็นไปได้คุณพ่อคุณแม่อาจพาลูกไปเรียนหรือฝึกวิธีป้องกันตนเองเบื้องต้นไว้ก็เป็นการดี ซึ่งผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีการบรรจุเรื่องของการป้องกันภัยของเด็กๆ ไว้ในหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียนด้วยการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก หรือการที่เด็กตกเป็นเหยื่อของการถูกกระทำชำเรามีเพิ่มขึ้นและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

        ดังนั้น คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่าคิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่ควรให้ความใส่ใจ ควรระมัดระวังบุตรหลานและเด็กๆ ที่อยู่ในความดูแลของท่านอย่างจริงจัง เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้มีเหตุการณ์ที่เศร้าสลดเช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในสังคมไทยของเราอีกต่อไป

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

ข้อมูลบางส่วนจาก manager