หญิงสุดแสบ ร่วมมือกับลูกชาย "สร้างเรื่อง" ว่าตัวเองตาย หวัง "เงินประกัน" สุดท้ายคดีพลิก !!

หญิงสุดแสบ ร่วมมือกับลูกชาย "สร้างเรื่อง" ว่าตัวเองตาย หวัง "เงินประกัน" สุดท้ายคดีพลิก !!
Sponsored Ad

    หญิงแสบรวมหัวกับลูกแกล้งว่าตัวเองตายแล้ว เพื่อหวังเรียกเงินประกัน 6 ล้านบาท ไปใช้หนี้บัตรเครดิต ซึ่งเธอได้วางแผนอย่างแนบเนียน โดยแกล้งตายในประเทศหนึ่ง ก่อนหลบหนีไปใช้ชีวิตอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งมีรายงานเกี่ยวกับเรื่องราวคดีฉ้อโกง เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 หลังจากที่ นางอราฟา นาสซิบ วัย 48 ปี ได้วางแผนร่วมกันกับ นายอาดิล คาซิม วัย 18 ปี ลูกชายของเธอ ในการปลอมแปลงใบมรณะบัตร และอ้างว่าตัวเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ขณะเดินทางไปยังประเทศแทนซาเนีย เพื่อจะได้เรียกร้องเอาเงินประกันชีวิตจำนวน 136,530 ปอนด์ (ประมาณ 6 ล้านบาท) จากบริษัทประกันชีวิตในประเทศสกอตแลนด์

Sponsored Ad

    ส่วนสาเหตุที่ต้องทำแบบนี้ เกิดขึ้นจากนางอราฟาเป็นหนี้บัตรเครดิตจำนวนมากถึง 80,000 ปอนด์ (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) โดยเงินจากบัตรเครดิตที่เธอเป็นหนี้ มาจากการซื้อเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงมาตกแต่งห้องเช่าของเธอ รวมทั้งการเงินส่งไปให้กลุ่มลักลอบนำคนเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย เพื่อหวังจะช่วยให้คนในครอบครัวของเธอ ซึ่งถูกกักตัวอยู่ที่แคมป์ผู้อพยพในแทนซาเนีย ได้เดินทางเข้ามายังสหราชอาณาจักร

    สำหรับเหตุทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนปี 2559 ตอนนั้นนางอราฟา อดีตผู้ลี้ภัยจากโซมาเลีย ได้เดินทางไปเยี่ยมญาติ ๆ ในแคมป์ผู้อพยพที่แทนซาเนีย จากนั้นเธอก็วางแผนให้คนรู้จักจัดหาใบมรณะบัตรมาให้ โดยระบุข้อมูลว่าเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในวันที่ 14 เมษายน 2559 ก่อนจะให้ลูกชายซึ่งอยู่ในประเทศสกอตแลนด์ ส่งจดหมายมาเรียกร้องเงินประกันพร้อมเอกสารใบมรณะบัตรไปยังบริษัทประกันภัย

Sponsored Ad

    ในวันเดียวกันนั้นนางอราฟายังได้นั่งเครื่องบินมายังเมืองเบอร์มิงแฮม ในประเทศอังกฤษ โดยยังมีการโทรศัพท์ติดต่อกับลูกชายอีกหลายสาย ก่อนจะรีบเดินทางออกไปยังเมืองออตตาวา ประเทศแคนาดา เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ และหวังว่าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น

    ซึ่งหลังจากที่ทางบริษัทประกันชีวิตได้รับเรื่องจากลูกชายของนางอราฟา ก็ได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารจนพบพิรุธบางอย่าง จึงได้ส่งเรื่องให้ทางตำรวจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบไปยังแทนซาเนีย ก็ได้รับรายงานว่าไม่มีอุบัติเหตุตามที่ถูกกล่าวอ้าง และไม่มีการนำศพผู้เสียชีวิตไปฝังตามจุดที่กำหนด อีกทั้งใบมรณะบัตรยังไม่สามารถออกได้จากโรงพยาบาลโดยตรง ทำให้ทางตำรวจได้ข้อสรุปว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงการจัดฉากเพื่อจะหลอกเอาเงินประกันชีวิตเท่านั้น และได้จับกุมตัวนายอาดิลในวันที่ 22 ธันวาคม 2559

    และหลังจากการจับกุม นายอาดิลก็ยอมรับสารภาพว่าได้กุเรื่องทั้งหมดขึ้นมา และแม่ของเขายังมีชีวิตอยู่ที่ต่างแดน ทางตำรวจจึงมีการติดตามตัวหานางอราฟาจนพบ พร้อมแจ้งให้เธอยินยอมกลับมามอบตัว ด้วยเหตุนี้นางอราฟาจึงได้ยอมนั่งเครื่องบินกลับมาสหราชอาณาจักร และถูกจับกุมตัวในที่สุด เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 โดยจากการพิจารณาคดีของนางอราฟา จะต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลานาน 2 ปีครึ่ง ในข้อหาฉ้อโกง โดยจะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในเดือนกรกฎาคมนี้ ขณะที่นายอาดิลผู้เป็นลูกได้รับการลดโทษ เหลือเพียงถูกควบคุมตัวในสถานพินิจเป็นเวลา 1 ปี และเข้ากิจกรรมฟื้นฟูอีก 10 วัน โดยทางศาลเชื่อว่าผู้เป็นลูกชายน่าจะทำเรื่องทั้งหมดภายใต้คำแนะนำของแม่ 

ข้อมูลและภาพจาก baabin