หลังติดคุกไป 15 ปีในที่สุดก็เป็นอิสระ เขาคิดว่า "ตัวเองไม่เหลืออะไรแล้ว" แต่พอกลับไปบ้านนอกกลับพบว่าภรรยา...

  • 2017-04-20

    15 ปีที่แล้ว อาเฉียงพลั้งมือฆ่าคนตายก็เลยโดนตัดสินจำคุกไป 15 ปี ซึ่ง 15 ปีมานี้พ่อแม่ไม่มาหาเขาสักครั้ง เมียที่เพิ่งแต่งงานใหม่ก็ทำตัวเหมือนหายสาปสูญ เขารู้ว่าพ่อแม่โกรธที่เขาทำลายความสุขของครอบครัว ก็เลยไม่เคยมาเยี่ยมเขาเลย ส่วนเมียที่เพิ่งแต่งงานก็คงจะหนีหายไปแล้ว ดีไม่ดีอาจจะแต่งงานใหม่ไปแล้วด้วยซ้ำ

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

    เขายืนอยู่หน้าประตูคุกอยู่นาน ก่อนจะสะพายเป้แล้วเดินจากมา เขาไปถึงที่ๆเขาเคยอาศัยอยู่เมื่อ 15 ปีก่อน นึกไม่ถึงว่าจะได้ยินเจ้าของบ้านบอกว่า เจ้าของบ้านเมื่อ 15 ปีที่แล้วขายบ้านไปแล้วและไม่รู้ว่าตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ไหน

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

บ้านนี้จริงๆแล้วเป็นบ้านที่อาเฉียงซื้อเอง แล้วอย่างนี้จะไปตามหาพ่อแม่ได้ที่ไหน แล้วเขาก็คิดได้ว่าพ่อแม่อาจจะกลับไปอยู่บ้านนอก คิดได้ดังนั้นก็เลยไปหาเพื่อนที่เคยสนิทกันเพื่อขอยืมเงินนิดหน่อยเพื่อกลับบ้าน แต่ก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เขาติดต่อเพื่อนไม่ได้สักคน เขาก็เลยคิดว่า งั้นหางานทำก่อน พอมีเงินสักหน่อยค่อยกลับบ้านก็ได้ แต่พอทุกคนรู้ว่าเขาเคยติดคุกก็ไม่ยอมจ้างเขา สุดท้ายไม่มีทางเลือกเขาต้องไปทำงานในโรงงานทำอิฐ 2 สัปดาห์ผ่านไปเขาได้รับเงินค่าจ้างก้อนแรกก็เลยซื้อตั๋วกลับบ้านนอก

เมื่อรถทัวร์มาถึงทางเข้าหมู่บ้าน เขาก็ลงจากรถมายืนมองบ้านเกิดที่ไม่ได้เห็นมา 15 ปี เขาเกิดความกลัวขึ้นมาซะอย่างนั้น ยืนทำใจอยู่นานถึงได้เดินมุ่งหน้าไปที่บ้าน

พอเดินมาถึงหน้าประตูเขาก็ไม่กล้าเข้าไป ยืนลังเลอยู่ข้างหน้า พอดีกับเด็กวัยรุ่นคนนึงสะพายกระเป๋านักเรียนเดินมาทางเขา มองเขาอยู่พักนึงแล้วก็ถามว่าเขาเป็นใคร ทำไมมายืนอยู่หน้าบ้าน

เขามองเด็กหนุ่มกลับ มือเขาเริ่มสั่น ถามออกไปว่านี่บ้านของ หม่าเทียนฉายใช่มั้ย

 

เด็กชายพนักหน้า แล้วจ้องหน้าเขา ถึงตอนนั้นเองประตูก็เปิดออก หญิงวัย 40 กว่าเดินออกมาจากข้างใน มองไปที่เด็กหนุ่ม : “คุยกับใครน่ะลูก แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปคุยกับคนแปลกหน้า”

เขาได้ยินเสียงนั้น ก็รีบหันไปมอง ที่แท้ก็คืออาโยภรรยาของเขานั่นเอง ตอนนี้เธอไม่ได้สวยหยดย้อยเหมือนสมัยก่อน ผมก็เริ่มมีสีขาวประปราย อาเฉียงเรียกชื่อเธอออกมาเบาๆ : “อาโย”

อาโยหันมามองอาเฉียง จ้องอยู่นานแล้วก็เดินเข้าไปจับมือเขา ยังไม่ได้พูดอะไรเธอก็น้ำตาไหลพราก เด็กหนุ่มก็เลยมองหน้าเขาอย่างสงสัย

อาเฉียงได้กลับมาเจอเมีย เจอแม่อีกครั้ง แถมยังได้รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นก็คือลูกชายของเขาเอง เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเหตุการณ์จะกลายเป็นแบบนี้ แม่เขาเป็นอัมพาตต้องนอนอยู่บนเตียง ทำอะไรเองไม่ได้ ต้องให้เมียเขาเป็นคนดูแล ส่วนพ่อก็เสียชีวิตไปในอุบัติเหตุรถยนต์ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีที่แล้วหลังเขาเข้าคุกไปไม่นาน

 

ที่แท้เมื่อ 15 ปีก่อน พอพ่อแม่รู้ว่าเขาฆ่าคนตายต้องติดคุก แม่ก็เป็นลมไป เลือดออกในสมองส่งผลให้เป็นอัมพาตครึ่งซีก 15 ปีมานี้อาโยไม่เคยจากไปไหน เธอขายบ้านเพื่อเอาเงินมารักษาแม่ แล้วก็ย้ายกลับมาอยู่บ้านนอกแทน เธอต้องดูแลแม่เขาที่ป่วยพร้อมๆกับการอุ้มท้องที่โตขึ้นทุกวัน

หลังอาเฉียงติดคุก อาโยถึงได้รู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ แต่ตอนนั้นพ่อสามีก็เกิดอุบัติเหตุรถชน แม่สามีก็เข้าโรงพยาบาล เธอก็เลยไม่มีเวลาไปเยี่ยมอาเฉียง หลังจากนั้นก็มีเรื่องมากมายให้ต้องจัดการ ทำให้เธอเหนื่อยจนเป็นลมต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วถึงได้รู้ว่าตัวเองท้อง แล้วเธอก็แพ้ท้องเป็นอย่างมาก จากนั้นฐานะทางเศรษฐกิจของที่บ้านก็เริ่มแย่จนเธอต้องพาแม่สามีกลับมาอยู่บ้านนอก แล้วก็ให้กำเนิดลูกชายที่นี่ จากนั้นเธอก็ต้องทั้งดูแลแม่สามี ดูแลลูก ทำงานหาเงิน ไปมีเวลาไปหาสามี

15 ปีมานี้เธอเข้มแข็งขึ้นอย่างมาก แม่ว่าบางครั้งจะเหนื่อยจนต้องแอบร้องไห้ตอนกลางคืน แต่พอเห็นหน้าลูก เธอก็เต็มไปด้วยความสุข และความหวัง

ถึงวันนี้อาเฉียงกลับมาแล้ว เธอดีใจเป็นอย่างมาก แต่ก็รู้สึกผิดที่ 15 ปีมานี้ไม่ได้ไปเยี่ยมเขาเลย ไม่รู้ว่าสามีจะโกรธมั้ย

 

ส่วนอาเฉียงได้ยินก็ซึ้งใจจนน้ำตาร้อนๆไหลออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาสวมกอดภรรยาร้องไห้โฮ ผู้ชายไม่ควรให้ใครเห็นน้ำตา แต่พอเขาเห็นภรรยา แม่ และลูกชายรอคอยเขากลับมา ในใจเขาก็เจ็บแปลบ กอดภรรยาไว้ไม่ยอมปล่อย

ส่วนลูกชายก็ยืนเงียบๆอยู่ข้างๆ ไม่เรียกพ่อ ไม่พูดอะไร ใบหน้าเรียบเฉย ไม่มีสีหน้าแบบที่วัยรุ่นควรมี

อาเฉียงรู้ตัวว่าต้องให้เวลาลูกปรับตัว เขาสาบานกับตัวเองในใจ ต่อจากนี้ไปเขาจะไม่ให้ภรรยาต้องลำบากอีกแล้ว

(เป็นเพียงรูปประกอบเท่านั้น)

วันต่อมาอาเฉียงก็เริ่มต้นดูแลทุกคนด้วยการทำอาหาร ดูแลแม่ที่นอนเป็นอัมพาต เขาทำงานหนักทุกวันแต่ก็มีความสุข โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาภรรยามองมาอย่างอ่อนโยน ก็ทำให้ใจของเขายิ่งอบอุ่น เขาเริ่มทำสวนผลไม้บนที่ดิน 2 ไร่ของตัวเอง ไม่มีเงินลงทุนก็ไปขอเขายืมก่อน

แม้ว่าลูกชายจะยังไม่เรียกเขาว่าพ่อ แต่ความสัมพันธ์พ่อลูกก็ดีขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งลูกยังเป็นคนเริ่มบทสนทนากับเขาเอง แม้ว่าจะไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย แต่อาเฉียงก็หน้าบานไปครึ่งวัน ยิ้มไม่หุบ

3 ปีผ่านไป อาเฉียงก็ปลูกบ้านใหม่ จ้างคนมาช่วยดูแลสวนผลไม้ วันๆนึงยุ่งกับทั้งงานในบ้าน ในสวน ตกเย็นก็พาภรรยาไปเดินเล่น

สามปีมานี้ เขาใช้การกระทำของตนเองทำให้ลูกใจอ่อน ลูกชายเรียกเขาว่าพ่อแล้ว หลังเลิกเรียนเขาจะเข้าไปในสวนกับพ่อ ชีวิตแบบนี้อาเฉียงไม่เคยคิดถึงมาก่อน เขารู้ว่าเขามีทุกสิ่งทุกอย่างวันนี้ได้ก็เพราะภรรยา!

สมมติว่าถ้า 3 ปีที่แล้วเขากลับมาแล้วไม่เจอภรรยา ไม่เจอแม่ ไม่เจอลูกชาย เขาก็จะไม่มีชีวิตแบบนี้ เพราะงั้นในใจเขาแล้ว นอกจากแม่ ก็มีแค่เมียนี่แหล่ะที่เขาทั้งรักและบูชา เขาอยากตอบแทนทุกสิ่งที่เธอทำให้ใน 15 ปีที่ผ่านมา

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

บทความที่คุณอาจสนใจ