ลูกสาวจับได้ว่าพ่อนอกใจแม่ จึงแกล้งเป็นเมียน้อยอีกคนของพ่อ ปรากฏว่ากลายเป็น ... !!

  • 2017-01-27

วันหนึ่งลูกสาววัย 7 ขวบ หยิบเอามือถือของพ่อมาเล่น และในตอนนั้นเอง ก็มีข้อความส่งเข้ามาในมือถือ ทำให้เธอรู้ว่าพ่อกำลังนอกใจแม่อยู่...

นี่คือบทสนทนาในมือถือ

พ่อ : “ผมเองนะที่รัก”
ผู้หญิงคนนั้น : “คืนนี้เจอกันที่โรงแรม XX รีบมานะที่รัก!”


(ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)

หลังจากที่ได้อ่านข้อความที่พ่อคุยกับหญิงอื่น ความรู้สึกที่ลูกสาวเคยนับถือและเชื่อใจตัวพ่อก็พังทลายในพริบตา เธอรู้สึกสงสารแม่ และโกรธในสิ่งที่พ่อทำ เพราะว่าตอนนี้แม่กำลังไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด แต่พ่อกลับแอบไปมีคนอื่นลับหลังแม่!


ด้วยความโมโห ลูกสาวจึงใช้โทรศัพท์ของพ่อส่งข้อความตอบกลับไปว่า : “ตอนแรกก็นึกว่าตัวเองเป็นมือที่ 3 แต่ที่แท้ฉันเป็นมือที่ 4 หรือเนี่ย ! เขาไม่อยู่หรอก เขาไปอาบน้ำ” ฝ่ายหญิงพอได้อ่านข้อความก็งงมาก ส่วนเด็กน้อยกลับยิ้มให้กับความฉลาดของตัวเอง

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของพ่อก็ดังขึ้น เสียงพ่อกับแม่ทะเลาะกันผ่านทางโทรศัพท์ดังออกมา เด็กน้อยคิดอยู่ในใจว่า “นี่แม่รู้ความจริงแล้วหรือ นี่เรารู้ช้าไปหรือนี่ !”

ทันทีที่พ่อวางสายจากแม่ไป ก็หันมามองหน้าลูกสาวทันที และถามว่า “ข้อความมือที่ 3 คือเธอส่งใช่ไหม”

“ใช่ หนูส่งเอง ใครอยากให้พ่อแอบมีเมียน้อยละ!”



ทันทีที่ได้ยินลูกสาวตอบช่นนี้ พ่อถึงกับอึ้งไปเลย พูดว่า “ลูกรักของพ่อ ลูกโดนหลอกเสียแล้ว นั่นเป็นข้อความที่พ่อคุยกับแม่ของหนูเอง” 

ที่แท้นี่เป็นการเล่นพิเรนทร์ของแม่ที่กำลังออกไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด ทำให้ลูกสาวเกิดเข้าใจผิด

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากของลูกสาว แม่ก็รู้สึกซึ้งใจในสิ่งที่ลูกสาวทำ และคิดว่าต่อไปนี้ แม่ก็คงไม่ต้องกลัวว่าพ่อจะนอกใจแล้ว ส่วนพ่อเองก็ได้บทเรียนนี้ ต่อไปจะใส่รหัสในโทรศัพท์ไว้เพื่อป้องกันเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก



(ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)


เพราะเหตุใดเด็กจึงอ่อนไหวต่อเรื่องที่พ่อแม่นอกใจมากเป็นพิเศษ?

สำหรับเด็กๆแล้ว พ่อแม่เป็นที่พึ่งพาเดียวของพวกเขา ที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย ดังนั้นทุก ๆ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในบ้าน จึงส่งผลต่อเด็ก ๆ มาก หากเด็กเริ่มรู้สึกว่า พ่อแม่เกิดคิดไม่ซื่อ มีการนอกใจ เด็กก็จะรู้สึกว่าที่พึ่งของเขานั้นเริ่มจะไม่มั่นคง ทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองขาดความปลอดภัย และจะทำให้หวาดกลัว ตื่นตระหนก  นอกจากนี้เด็กยังอ่อนไหวต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านได้ง่ายด้วย เช่น หากที่บ้านเกิดมีการทะเลาะกัน พ่อกับแม่ทำสงครามเย็นกัน เด็กก็จะสามารถรับรู้ได้ทันที


ผลการสำรวจพบว่า ครอบครัวที่พ่อหรือแม่นอกใจนั้น จะมีผลต่อเด็กในมุมมองของการแต่งงาน เด็กที่ผ่านครอบครัวที่หย่าร้าง ในอนาคตเด็กเหล่านี้ก็จะตัดสินใจจบปัญหาครอบครัวด้วยการหย่าร้างเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเทียบกับครอบครัวที่ไม่ได้หย่าร้างนั้น มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าถึง 3.85% เด็กที่เคยผ่านความผิดหวังในชีวิตครอบครัวมาก่อน ก็จะมองชีวิตครอบครัวเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัว ลังเล และไม่กล้าเชื่อใจหรือไว้ใจใครได้ ในขณะที่พ่อแม่เริ่มมีปัญหากันนั้น เด็กที่บ้านก็อาจจะเรียกร้องความสนใจมากขึ้น เช่น ร้องไห้ ทำลายข้าวของ อารมณ์ฉุนเฉียว ซึมเศร้าหรือแม้กระทั่งการฆ่าตัวตาย ซึ่งพวกเขาเพียงแค่หวังให้พ่อกับแม่หันมาดูแลเอาใจใส่ และคิดว่าอาจสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยเชื่อมความสัมพันธ์ของพ่อและแม่กลับมาเหมือนเดิมได้



(ภาพประกอบเนื้อหาเท่านั้น)


ความรักที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะให้ลูกได้ คือ ความรักของพ่อต่อแม่

ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง มีคู่สามีภรรยากำลังนั่งพูดคุยกันอย่างมีความสุข สามีจับมือภรรยาไว้ มีการแสดงออกถึงความรักต่อกัน เด็กที่นั่งอยู่ด้วยก็มีความสุขตามไปด้วย ในขณะเดียวกันมีสามีภรรยาอีกคู่หนึ่งที่ทะเลาะกันอยู่ และกำลังจะหย่าร้างกัน เด็กที่นั่งอยู่ด้วยก็จะมีแต่ความทุกข์ สามีที่รักครอบครัวและภรรยา จะทำให้ภรรยาปฏิบัติต่อคนรอบด้านด้วยความอ่อนโยน ใจกว้าง และยังสืบเนื่องมาถึงครอบครัวที่จะได้รับการดูแลอย่างดี ทุกคนในครอบครัวก็จะมีความสุขไปด้วย ครอบครัวที่อยู่ด้วยความรักจากภรรยา สามีก็ไว้ใจสามารถมอบทุกสิ่งในบ้านเพื่อให้ภรรยาดูแล และออกไปทำงานหาเงินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวอย่างเต็มที่ เด็กที่เติบโตมาจากครอบครัวที่สมบูรณ์เช่นนี้ จะได้รับความอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัย 


แต่ถ้าหากคู่สามีภรรยาหมดรักต่อกันแล้ว ควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนจิตใจของเด็กล่ะ ?

แนะนำว่าผู้ใหญ่ไม่ควรเอาเด็กเข้าไปอยู่ในวังวนของอารมณ์เหล่านั้น ต่อหน้าเด็กควรจะเก็บอาการและอารมณ์เอาไว้ ไม่ควรแสดงความโกรธออกมา ควรวางตัวเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสงบ และค่อยไปจัดการกับอารมณ์ที่ประทุอยู่ภายในใจภายหลัง ไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะยังใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปหรือไม่ก็ตาม อย่าให้เด็กต้องมารับรู้ความเสียใจ หากไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้แล้วจริง ๆ ช่วงที่จะต้องบอกความจริงกับเด็กก็อย่าลืมที่จะบอกว่า ต่อไปแม้ว่าพ่อกับแม่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้วก็ตาม แต่พ่อกับแม่จะยังรักลูกไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากที่หย่าร้างกันแล้ว อย่าให้เรื่องส่วนตัวของใครคนหนึ่งต้องมากระทบต่อชีวิตเด็ก และควรมีเวลาให้เด็กเท่าเดิม เราหวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์ต่อใครที่กำลังมีปัญหาเดียวกันนะคะ ! อย่าลืมแชร์ให้คนที่คุณรักอ่านนะคะ !



บทความที่คุณอาจสนใจ