"มะขามป้อม" มีสารแอนตี้ออกซิเดชั่นสูงปรี๊ด! แค่กินวันละ1 ผล เห็นผลได้ถึงขนาดนี้!!

ไม่กินไม่ได้แล้ว "ทำงานหามรุ่งหามค่ำ-คอทองแดง" ห้ามพลาด!!
Sponsored Ad

"มะขามป้อม" มีสารแอนตี้ออกซิเดชั่นสูงปรี๊ด! แค่กินวันละ1 ผล เห็นผลได้ถึงขนาดนี้!!

มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นผลไม้ที่จัดเป็นโอสถในตัว พระภิกษุสามารถเก็บไว้ฉันได้แม้ในยามวิกาล ปัจจุบันมีการศึกษาประโยชน์ของมะขามป้อมมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดการยืนยันสรรพคุณของเก่า และค้นพบของใหม่ๆ มากขึ้น เช่น มะขามป้อมมีวิตามินซีสูงมาก กล่าวกันว่ามีมากกว่าแอปเปิ้ลถึง 160 เท่า และวิตามินซีในมะขามป้อมยังสามารถคงสภาพอยู่ได้แม้จะถูกทำให้แห้งหรือเก็บในสภาวะเย็นเป็นเวลานาน

Sponsored Ad

    การศึกษาในภายหลังช่วยให้เข้าใจเพิ่มขึ้นอีกว่า ในผลมะขามป้อมมีสารพวกแทนนินและโพลี่ฟีนอล ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดออกซิไดซ์ของวิตามินซี จึงทำให้วิตามินซีรักษาสภาพไว้ได้นาน ดังนั้น ทั้งปริมาณและคุณภาพของวิตามินซีในมะขามป้อมจึงไม่ต้องตั้งคำถามให้แคลงใจ

    เปรียบเทียบได้ว่า กินมะขามป้อมเพียง 1 ผล ก็จะได้รับวิตามินซีเพียงพอสำหรับร่างกายใน 1 วัน

    ในมะขามป้อมยังมีแร่ธาตุพวกฟอสฟอรัส แมกนีเซีย กำมะถันเหล็ก แมงกานีส สังกะสี คอปเปอร์ โซเดียม เซเลเนียม สูงกว่าแอปเปิ้ลหลายเท่าด้วย

    การที่มะขามป้อมมีวิตามินซีสูงจึงทำให้มะขามป้อมเป็นแหล่งของธาตุเหล็กได้ดี เพราะวิตามินซีช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก นอกจากนี้ มะขามป้อมยังมีกรมอะมิโนแอซิดที่จำเป็นแก่ร่างกาย ซึ่งพบได้น้อยในพืช คือ Iysine และ methionine กรดอะมิโนแอซิดเหล่านี้มีมากกว่าในแอปเปิ้ลถึง 3 เท่า

    ใครที่ต้องการควบคุมอาหาร แต่ก็กลัวขาดกรดอะมิโนแอซิดที่สำคัญ ไม่ควรมองข้ามมะขามป้อม

    สรรพคุณทางยาของผลมะขามป้อมมีมากมายหลายอย่าง ตั้งแต่ฤทธิ์ลดคอเลสเตอรอล ลดความดัน ต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

    แต่ฤทธิ์ที่น่าสนใจของผลมะขามป้อมในปัจจุบันคือ ฤทธิ์ยับยั้งความเป็นพิษต่อตับ มะขามป้อมอยู่ในสกุลเดียวกับพวกหญ้าใต้ใบที่เคยมีรายงานว่ามีฤทธิ์รักษาอาการตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

    ในการศึกษาฤทธิ์ของมะขามป้อมพบว่าน้ำคั้นผลมะขามป้อมสด มีฤทธิ์ป้องกันการเกิดพิษต่อตับของสารพิษพวกโลหะหนักได้ และยังมีรายงานว่าสารสกัดของมะขามป้อม ลูกใต้ใบและโกฐก้านพร้าว สามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งต่อตับได้ดีเมื่อทดสอบในสัตว์ทดลอง

Sponsored Ad

    นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาพบว่าผลมะขามป้อมมีฤทธิ์ต้านมะเร็งในหนูโดยกระตุ้น natural killer cells และ antibody dependent cellular cytotoxicity (ADCC) activities ในหนู ซึ่งอาจพูดได้ว่ามะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีสารแอนตี้ออกซิเดชั่นอย่างแรง

    ปัจจุบันมะขามป้อมได้ยกฐานะตนเองเป็นส่วนประกอบของยา ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรในอเมริกาแล้ว ซึ่งมีอยู่ในหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น Shawkat ซึ่งเป็นยาที่มีผลมะขามป้อมเป็นส่วนประกอบหลักถึง 40% ระบุว่า ใช้รักษาผู้ป่วยที่กำลังมีอาการของโรคตับอักเสบบีและซีได้ผลดี และยังระบุเพิ่มเติมว่ายาดังกล่าวมีผลกระตุ้นเซลล์ตับทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลาย ลดคอเลสเตอรอล กระตุ้นการทำงานของต่อมน้ำเหลือง และเพิ่มการตอบสนองของภูมิคุ้มกันส่งผลให้สามารถกำจัดดีเอ็นเอของไวรัสที่ยังไม่ตายจนหมดสิ้น

    ยาอีกชนิดหนึ่งที่มีมะขามป้อมเป็นส่วนประกอบและได้รับการจดสิทธิบัตรชื่อ Livzon ซึ่งเป็นสารสกัดด้วยน้ำของสมุนไพร 5 ชนิด ใช้สำหรับป้องกันหรือรักษาโรคจากสภาวะเอดส์ ไขหวัดใหญ่ วัณโรค ตับอักเสบ ตับแข็งและสภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนผสมของยา Livad รักษาตับอักเสบ ยา Glufac รักษาเบาหวาน เป็นต้น

    หมอยาพื้นบ้านของไทยนิยมใช้ผลมะขามป้อมแก้ไอขับเสมหะ แก้โรคลักปิดลักเปิด ริมสีดวงทวาร ดีซ่าน ยาระบาย บำรุงร่างกาย หรือจะเรียกว่ามะขามป้อมเป็นยาอายุวัฒนะของคนไทยดีๆ นี่เอง

ภาพจาก healthy2balance

Sponsored Ad

    ปัจจุบันรัฐบาลพยายามส่งเสริมโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หากคนไทยช่วยกันหันมามองคุณค่าของมะขามป้อม คิดค้นผลิตภัณฑ์จากมะขามป้อมก็คงจะดีไม่น้อย เพราะมะขามป้อมขึ้นได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย

    เป็นผลไม้ที่เรากินกันมานาน คุณค่ามากมายกว่าผลเล็กๆ

    ทุกวันนี้เห็นโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรผลิตน้ำมะขามป้อมบรรจุขวด แต่ติดที่กฎระเบียบของคณะกรรมการอาหารและยา ทำให้ไม่สามารถแจ้งสรรพคุณของมะขามป้อมได้ ก็ทำให้คนที่สนใจขวนขวายหาความรู้เอาเอง นอกจากเครื่องดื่มรสดี สรรพคุณคับขวดแล้ว โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรยังพัฒนามะขามป้อมเป็นยาน้ำแก้ไอ ที่ผู้บริโภคหลายท่านนิยมใช้

    คนในยุคนี้มีโอกาสจะเป็นโรคตับอักเสบ โดยเฉพาะคนไทยเป็นมะเร็งตับมากกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆ หากเราพัฒนาผลิตภัณฑ์จากมะขามป้อม เป็นเครื่องดื่ม เป็นยา เป็นอาหารกินเล่นก็จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพตับของคนไทย

    ไม่ต้องคอยซื้อผลิตภัณฑ์มะขามป้อมจดสิทธิบัตรยูเอสเอ !

ข้อมูลและภาพจาก matichonweekly