ผอ.สั่งทำแบบนี้กับตูบจรจัด! เพราะเสียงดังน่ารำคาญ เมื่อเห็นภาพตรงหน้ากู้ภัยถึงกับเข่าอ่อน!?

ขอบคุณจริง ๆ นะคะที่ไปช่วยมันได้ทันเวลา
Sponsored Ad

ผอ.สั่งทำแบบนี้กับตูบจรจัด! เพราะเสียงดังน่ารำคาญ เมื่อเห็นภาพตรงหน้ากู้ภัยถึงกับเข่าอ่อน!?

        บางครั้งในความโชคร้าย ก็แอบซ่อนความโชคดีเอาไว้ กับเรื่องราวของสุนัขพิการไร้บ้านตัวนี้ หากดูจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ชีวิตของมันควรจะต้องจบลงอย่างน่าเวทนา แต่ตรงกันข้าม ชีวิตของมันกลับผกผันได้อย่างไม่น่าเชื่อ!

Sponsored Ad

        "ลิลลี่" สุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาใต้ ลิลลี่ก็เหมือนกับสุนัขจรจัดตัวอื่น ๆ แต่ในกรณีของมันโชคร้ายกว่านั้น เมื่อมันเป็นสุนัขพิการที่ไร้บ้าน แต่ถึงอย่างนั้น ลิลลี่ก็ไม่เคยที่จะหยุดใช้ชีวิตของมัน มันคุ้ยหาอาหารตามท้องถนนและในบริเวณโรงเรียน ที่เมืองเคปทาวน์เพื่อหาอาหารประทังชีวิต

        วันหนึ่งขณะที่ลิลลี่กำลังคุ้ยหาอาหารอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนประถม Luhlaza Secondary School Khayelitsha เสียงเห่าของมันก็ไปกวนใจ "มาโนโน มัคฮาพีล่า" (Manono Makhaphela) ผู้อำนวยการของโรงเรียนเข้า เขาคิดว่าเสียงเห่าของมัน "น่ารำคาญ" และสั่งให้ภารโรงสองคนกำจัดมันทิ้งด้วยการ "ฝังทั้งเป็น!"

Sponsored Ad

        พนักงานในโรงอาหารของโรงเรียน มองดูเหตุการณ์อันโหดร้ายนั้นด้วยความตื่นตะลึง ขณะที่ลิลลี่ส่งเสียงร้องอย่างน่าเวทนาเพื่อขอความช่วยเหลือ พนักงานทำความสะอาดในโรงครัวก็โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ Mdzananda Animal Clinic ด้วยความตื่นตระหนก

        เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเดินทางมาถึง ลิลลี่ที่ถูกฝังอยู่ใต้ดินลึกถึง 5 ฟุต (1.5 เมตร) ก็เหลือเวลาเพียงไม่กี่นาทีที่จะมีชีวิตรอด เพราะมันถูกฝังอยู่ใต้นั้นมานานเกินกว่า 20 นาที

        เจ้าหน้าที่ช่วยกันดึงตัวลิลลี่ขึ้นมาจากใต้ดินและนำตัวมันส่งคลินิกอย่างเร่งด่วน พวกเขาเรียกลิลลี่ในตอนนั้นว่า "นักสู้" และต่อมาพวกเขาก็ตั้งชื่อให้มันว่า "ลิลลี่"

Sponsored Ad

        เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบว่าอาการอัมพาตครึ่งซีกที่ลิลลี่เป็นนั้น น่าจะมีสาเหตุมาจากอาการกระดูกสันหลังหักร้าว เมื่อสมัยที่ลิลลี่ยังคงเป็นแค่เพียงลูกสุนัข ลิลลี่เข้ารับการบำบัดด้วยวีธี ธาราบำบัด การฝังเข็มและวิธีบำบัดอื่น ๆ เพื่อช่วยฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของขาทั้งสองข้าง และอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ หลังจากนั้นได้รับความช่วยเหลือ ลิลลี่มีน้ำหนักตัวและมวลกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้น และยังได้รับความช่วยเหลือมากมายในหลาย ๆ ด้าน องค์กร IFAW ส่ง "ชิ้นผ้าสำหรับเขียนข้อความ" ไปยังเหล่าผู้บริจาคเพื่อเชิญชวนให้พวกเขาเขียนข้อความถึงลิลลี่

        องค์กร IFAW หวังเพียงว่าพวกเขาจะได้ "ชิ้นผ้า" มากพอที่จะนำมาเย็บเป็นผ้าห่มกันหนาวให้กับลิลลี่ และก็ต้องตกใจเมื่อพวกเขาได้รับชิ้นผ้ามากถึง 3,000 ชิ้น! เมื่อเรื่องราวของลิลลี่ปรากฏออกสู่สาธารณะ การสนับสนุนมากมายจากเหล่าคนรักสัตว์ก็หลั่งไหลเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก

        อนาคตของลิลลี่สดใสขึ้น เมื่อมันได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นให้เข้าเป็นสมาชิกภายในบ้านของ "เฮเลน วอลเน่" (Helen Walne) นักข่าวอิสระและสมาชิกผู้บริหารของคลินิกพิทักษ์สัตว์ Mdzananda Animal Clinic

        เรื่องราวของลิลลี่สร้างความตระหนักรู้ให้เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้ ว่าพวกเขายังมีอะไรต้องทำอีกมากมายเพื่อเป็นการปกป้องคุ้มครองเหล่าสัตว์ทั้งหลายภายในประเทศ อย่างไรก็ตามความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับลิลลี่ ก็ยังไม่ได้ให้ผลลัพธ์เหมือนกับที่องค์กร IFAW ของ Mdzananda Animal Clinic หวังเอาไว้ เพราะกว่า 4 ปีแล้วนับจากวันที่ลิลลี่ได้รับความช่วยเหลือขึ้นมาจากใต้ดิน แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ก่อเหตุก็ยังคงไม่ได้รับผลกรรมจากกระทำในครั้งนั้น

Sponsored Ad

        แม้ว่าภารโรงทั้งสองจะถูกจับกุมและตั้งข้อหาการกระทำทารุณกรรมต่อสัตว์ หากแต่ผู้อำนวยการของโรงเรียนก็ยังคงปฏิเสธที่จะนำเอาหลักสูตรคุ้มครองสัตว์เข้ามาสอนในโรงเรียน เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ มีความเข้าใจในเรื่องการคุ้มครองชีวิตสัตว์ให้มากยิ่งขึ้น คลินิกที่ให้การช่วยเหลือลิลลี่ไม่พอใจอย่างยิ่งกับการที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนไม่ได้รับบทลงโทษใด ๆ พวกเขาจึงแจ้งความเพื่อดำเนินคดี ผู้อำนวยการโรงเรียนถูกจับกุมและได้รับการตัดสินให้จำคุก แต่เขามีเวลาจนถึงวันที่ 18 กรกฏาคม 2015 ที่จะนำเอาหลักสูตรคุ้มครองสัตว์เข้ามาสอนภายในโรงเรียน หากเขาไม่ต้องการให้มีการบันทึกประวัติการกระทำผิดในครั้งนี้

        หลายปีต่อมา เรื่องราวของลิลลี่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความตื่นตัวให้เกิดขึ้นภายในสังคม ให้รู้ถึงสิทธิและการคุ้มครองสัตว์ หลาย ๆคนได้เรียนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลิลลี่ รวมไปถึงคนที่เคยทำร้ายมัน หนึ่งในภารโรงที่กระทำผิดในเหตุการณ์ครั้งนั้นรู้สึกผิดและเสียใจอย่างยิ่งต่อการกระทำของตัวเอง เขาจึงเข้าสมัครเป็นอาสาสมัครให้กับคลินิกที่ช่วยเหลือลิลลี่

        "เรื่องราวการต่อสู้เพื่อการมีชีวิตอยู่ของลิลลี่ เป็นการอุทิศให้กับความมุ่งมั่นของมันและเหล่าเจ้าหน้าที่ผู้ให้ความช่วยเหลือสัตว์ในเมืองเคปทาวน์ วันนี้ลิลลี่กลายเป็นสุนัขแสนรู้ เชื่อฟัง ขี้เล่น และเป็นทุกอย่างที่สุนัขที่มีความสุขตัวหนึ่งควรจะเป็น เรื่องราวของลิลลี่คือเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ" ลิซ่า คันท์-เฮเลตท์ (Lisa Cant-Haylett) IFAW Co-coordinator for Companion Animal Projects in South Africa 

        มันเป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของลิลลี่ในวันนี้ มันกลับมาเดิน วิ่ง และเล่นได้เหมือนกับสุนัขตัวอื่น ๆ และถึงแม้เรื่องราวชีวิตก่อนหน้านั้นของมันจะน่าเศร้า แต่ในวันนี้ลิลลี่คือ สุนัขที่แข็งแรง มีความสุขและเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัว

ข้อมูลจาก kiitdoo