เมื่อกู้ภัยต้องนำศพหนักกว่า 100 โลลงตึก แต่เจ้าของตึกกลับไม่ให้ใช้ลิฟท์ เพียงเพราะเหตุผลนี้!!?

โห.. แอดนับถือน้ำใจเหล่าจิตอาสาทุกท่านจริง ๆ ค่ะ พวกคุณคือผู้เสียสละที่แท้จริง!
Sponsored Ad

เมื่อกู้ภัยต้องนำศพหนักกว่า 100 โลลงตึก แต่เจ้าของตึกกลับไม่ให้ใช้ลิฟท์ เพียงเพราะเหตุผลนี้!!? 

        เป็นเรื่องราวสุดฮือฮาที่กู้ภัยท่านหนึ่งได้ออกมาโพสต์ระบายความรู้สึก เพื่อให้ทุกคนที่ไม่เคยทำงานตรงส่วนนี้ได้รู้ถึงความลำบาก นี่เป็นการระบายความรู้สึกตั้งแต่ปี 59 และเราได้คัดลอกมาเพื่อนำมาให้อ่านและอยากให้เพื่อนสมาชิกได้อ่านเพื่อเป็นขวัญกำลังใจสำหรับคนทำความดีจะได้มีกำลังใจทำความดีต่อไปค่ะ โดยข้อความระบุว่า.. "เคยมีใครรู้ไหมว่า.. "คนกู้ภัย!" ต้องเดินแบกศพลงจากตึกสูง! เพราะเป็นการรักษาชื่อให้ "สถานที่" ข้อความดังกล่าวเป็นการระบายความในใจของน้องกู้ภัยท่านหนึ่ง ที่พูดถึงการทำงานที่ค่อนข้างเหนื่อย เวลาพบศพตามตึกสูง อาคารใหญ่ กับการทำงานเพื่อรักษาหน้าตาของสถานที่ ว่า ณ ที่แห่งนี้.. "ไม่มีคนตาย"


Sponsored Ad

        หลากหลายคราที่พวกเราคนกู้ภัยต้องแบกร่างอันไร้วิญญาณนับสิบชั้น ให้สำเร็จตามเป้าหมายของพวกเรา คือ.. นำศพส่งชันสูตร ตามคำสั่งของผู้เกี่ยวข้อง เพราะมันคือหน้าที่ของพวกเรานั่นเอง! ไม่มีตึกใด สถานที่ใด ที่มีผู้เสียชีวิตแล้วยินยอมให้เราใช้ลิฟต์โดยสารเคลื่อนย้ายศพเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นห้องเช่า ห้องซื้อ คอนโดหรู อาคารใหญ่ ร้อยทั้งร้อยเราต้องใช้.. "บันไดหนีไฟ" ดั่งเช่นความในใจดังต่อไปนี้ ที่พูดได้เลยว่า ใครไม่มายืนตรงที่ที่เราทำ ก็ไม่สามารถพูด หรือ เข้าใจความรู้สึกพวกเราได้..

        "กู้ภัยขอระบาย ขอโทษที่ระเบิดอารมณ์ใส่ เรื่องของเรื่องผู้ตายมีน้ำหนักกว่า 100 กิโล พวกผมพยายามกู้ร่างผู้เสียชีวิตที่อยู่ห้องพักชั้นที่ 5 เพื่อลงมาขึ้นรถด้านล่างส่งชันสูตร แต่เจ้าของอาคารที่เกิดเหตุไม่อนุญาตให้ใช้ลิฟต์โดยสาร! โดยบอกว่าให้แบกลงบันไดหนีไฟลงไปชั้นล่าง (โอ้วแม่จ้าววววว!) ที่เห็นในภาพ คือ พวกผมหมดแรงจะแบกจะยกอย่างต่อเนื่องจริง ๆ ครับ จนสุดท้ายต้องขอขมาศพผู้เสียชีวิตแล้ววางศพพี่เขาลงกับพื้น แต่คุณเจ๊ที่ดูแลตึกก็ไล่ตามมาบ่นทุกชั้นตลอดเวลา ด้วยข้อความซ้ำ ๆ ว่า.. "ช่วยหน่อยเหอะ รีบ ๆ เอาไปให้เร็ว ๆ เหอะ ลูกบ้านฉันเริ่มจะกลับเข้าตึก ฉันไม่อยากให้ลูกบ้านรู้ว่ามีคนตาย" 

Sponsored Ad

        ผมเลยยกมือตามที่เห็นในภาพนั้นแหละครับ! แล้วพูดสวนเจ๊ไปด้วยความโมโหและรำคาญ ประมาณว่า.. "เจ๊! หยุดพูดมากเหอะ! ไม่เห็นเหรอว่าน้อง ๆ พวกผมมันเหนื่อย! ไม่ไหวกันแล้ว! แค่ขอพักชั้นละไม่เกิน 5 นาที ไม่ได้เลยหรือไง? หรือเจ๊มีคนมาแบกกันเองไหมละ? บอกผมก็ได้นะ! พวกผมจะมอบหน้าที่ให้ เพราะต้องการคนช่วยอยู่แล้ว" บอกเลยนาน ๆ ทีจะเจอคนแบบนี้! ผมนี้ขึ้นเหมือนกันครับ ทั้ง ๆ ที่เป็นคนใจเย็น นิ่ง ๆ  เงียบ ๆ แต่สุดท้ายพวกผมก็พาร่างของพี่เขาขึ้นรถไปกับพวกผมจนได้!"

        นี่ความจริงที่คนนอกวงการไม่รู้ ว่าการเสียสละมาทำงานอาสาเช่นนี้ จะต้องมารองรับอารมณ์ของใครอีกหลาย ๆ คน รักษา ปกป้อง ชื่อเสียง สถานที่ บุคคล อีกมากมายก่ายกอง เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่อ่านแล้วต้องเห็นใจเป็นอย่างมาก ยิ่งช่วงเทศกาลกู้ภัยต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ยังไงพวกเราก็ขอเป็นกำลังใจให้กับกู้ภัยทุกท่านที่ทำหน้าที่เพื่อสังคมด้วยนะคะ   

ข้อมูลและภาพจาก kaijeaw