ปิดทองหลังพระ! เธอเสี่ยงชีวิตช่วยเด็กชาวยิวกว่า 2500 คนออกจากค่ายกักกันโดยไม่มีใครรู้?

น่านับถือจิตใจเธอจริงๆค่ะ
Sponsored Ad

เมื่อเดือนกันยายนปี ค.ศ. 1999 Megan Stewart, Elizabeth Cambers และ Sabrina Coons นักเรียนชั้น ม.ปลาย จากสหรัฐอเมริกาทั้ง  3 คน ได้เข้าร่วมการแข่งขันในงานเทศกาลประวัติศาสตร์นานาชาติ โดยเธอได้นำรายงานหัวข้อ “วีรบุรุษที่น่าจดจำในยุคการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของนาซี” ซึ่งเธอได้นำเสนอเรื่องราวของพ่อค้าคนหนึ่งที่ชื่อว่า Oskar Schindler โดยเขาได้ช่วยเหลือคนกว่า 1,200 คนได้สำเร็จ และภายหลังยังได้มีการจัดสร้างเป็นภาพยนตร์อีกด้วย แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ พวกเธอยังได้ทำการค้นคว้าในสิ่งที่ยังไม่เคยมีใครรู้เพิ่มเติม และพวกเธอค้นพบว่ายังมีวีรสตรีอีกท่านหนึ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป นั่นคือ Irena Sendlerowa ซึ่งเธอเคยช่วยเหลือชีวิตเด็กชาวยิวกว่า 2500 คนออกมาจากค่ายกักกันนาซี ซึ่งรายงานฉบับนี้ได้กลายเป็นบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญในเวลาต่อมา



 

Sponsored Ad

ในตอนแรกยังไม่มีใครเชื่อว่าวีรสตรีท่านนี้จะมีอยู่จริง แต่ภายหลังสมาคมชาวยิวได้นำหลักฐานที่สำคัญออกมายืนยันว่า เธอเคยช่วยเหลือชาวยิวเป็นจำนวนมากในยุคสมัยนั้นจริง และที่สำคัญเธอยังมีชีวิตอยู่ ณ เมืองแห่งหนึ่งในประเทศโปแลนด์ และปัจจุบันมีอายุกว่า 90 ปีแล้ว



 

Sponsored Ad

ไอรีน่า เกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปี 1910 เธอเป็นลูกของนายแพทย์คนหนึ่งในโปแลนด์ แต่เมื่อเธออายุได้ 7 ปี พ่อของเธอก็ได้เสียชีวิตลง เนื่องจากโรคติดต่อที่ระบาดในยุคสมัยนั้น เมื่อโตขึ้นเธอจึงได้เข้ารับราชการในหน่วยงานสวัสดิการสังคมแห่งหนึ่งในเมืองวอร์ซอ หลังจากที่ทหารเยอรมันบุกโปแลนด์ในปี 1939 เนื่องด้วยภาระความเกี่ยวข้องด้านหน้าที่ จึงทำให้เธอสามารถมีบัตรอนุญาตผ่านเข้าออกค่ายกักกันชาวยิวได้ ในช่วงแรกเธอได้นำเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ยาและอาหาร ลักลอบเข้าไปในค่ายกักกันแบ่งให้นักโทษชาวยิว ต่อมาในปี 1942 มีชาวยิวกว่า 5 หมื่นคนที่กำลังรอการประหารในกรุงวอร์ซอ และในปีเดียวกันเธอได้ช่วยเหลือเด็กชาวยิวออกมาเป็นจำนวนมาก ด้วยวิธีการแอบยัดใส่กระสอบใส่ของ หรือลอดท่อระบายน้ำหนีออกจากค่ายกักกัน



 

Sponsored Ad

เธอเล่าว่ามีหลายครั้งที่พ่อแม่เด็กยังทำใจไม่ได้ที่ต้องจากลูกตัวเองไป จึงขอร้องเธอให้มารับเอาตัวเด็กในวันถัดไป เพื่อจะได้เตรียมใจบอกลากันเสียก่อน แต่ทุกครั้งที่เธอมารับตามนัดในวันถัดไป ก็จะพบว่าทั้งพ่อแม่และเด็กต่างถูกประหารชีวิตไปแล้ว ทำให้เธอเสียใจมาก หลังจากนั้นเป็นต้นมาเธอจึงพยายามช่วยเหลือเด็กมาให้ได้มากที่สุด รวมแล้วภายในระยะเวลา 18 เดือน เธอสามารถช่วยเหลือเด็กชาวยิวออกมาได้มากกว่า 2,500 คน แต่น่าเสียดายที่ในปี 1943 เธอถูกทหารนาซีจับได้ ถูกตัดสินทำโทษจำคุก แต่ไม่ว่าเธอจะถูกบีบเค้นด้วยวิธีใด เธอก็ไม่ยอมปริปากว่าตอนนี้เด็กไปอยู่ที่ไหน เธอจึงถูกตัดสินให้ประหารชีวิตในเวลาต่อมา แต่นับว่าโชคดีมากที่ผู้ทำหน้าที่ประหารเธอขณะนั้น เป็นคณะปฏิวัติใต้ดินปลอมตัวมาพอดี จึงทำให้เธอรอดพ้นจากการประหารไปได้อย่างเหลือเชื่อ



 

Sponsored Ad

หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เธอไม่เคยบอกเล่าเรื่องการช่วยเหลือเด็กชาวยิวกว่า 2,500 คนให้คนอื่นรู้เลย จนกระทั่งในปี 2006 ขณะที่เด็กนักเรียนชาวอเมริกันทั้ง 3 คนได้ทำการค้นคว้าอยู่และบังเอิญค้นพบชื่อของเธอเข้า หลังจากนั้นชื่อของเธอจึงเป็นที่รู้จักของชาวโลก และทำให้เธอได้รับเหรียญเกียรติยศจากเยอรมัน และเธอยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในขณะที่เธออายุ 96 ปีอีกด้วย มีหลายต่อหลายคนตั้งคำถามเธอว่า เพราะเหตุใดเธอจึงไม่ยอมเล่าเรื่องนี้ให้ใครรู้เลยสักคน เธอบอกว่า ถึงแม้เธอจะสามารถช่วยเหลือเด็กชาวยิวออกมาได้มากมายก็ตาม แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี เธอคิดว่าด้วยเหตุนี้จึงยังไม่สมควรที่จะให้สังคมรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเธอ เธอบอกว่าจริง ๆ แล้วในตอนนั้นเธอยังสามารถช่วยเหลือคนออกมาได้มากกว่านี้ 



ไอรีน่าได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบเมื่อวันที่ 12  พฤษภาคม 2008 ที่โปแลนด์ และถึงแม้เธอจะคิดว่าการที่เธอช่วยเหลือเด็กชาวยิวได้เพียง 2,500 คนนั้นเป็นจำนวนเพียงน้อยนิดก็ตาม แต่นั่นก็มากเพียงพอแล้วที่จะทำให้โลกนี้จดจำชื่อของเธอไว้ตลอดไป อย่าลืมแชร์บทความที่ประทับใจนี้ให้เพื่อนอ่านกันนะคะ