พรหมลิขิต! เมื่อเธอพบว่าสามี คือผู้ชายที่พระพรหมลิขิตมาตั้งแต่ 16 ปีที่แล้ว

เรื่องบังเอิญเกิดขึ้นในชีวิตได้เสมอ!
Sponsored Ad

เรื่องของวันนี้ช่างเหมือนละคร เมื่อสองสามีภรรยาพบเจอเรื่องราวที่ทำให้เชื่อว่าพรหมลิขิตมีอยู่จริง


29 พฤษภาคม เป็นวันที่ทั้งสองตัดสินใจจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ ก่อนแต่งงานเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็เลยเอารูปสมัยเด็กๆมาสแกนเพื่อประกอบคลิปวิดีโอในงานแต่ง

Sponsored Ad

 

เมื่อเจ้าบ่าวกำลังสแกนรูปเมื่อ 16 ปีที่แล้วรูปนึงอยู่ เจ้าสาวมองมาเห็นก็ร้องเสียงดังถาม “ผู้หญิงที่ใส่เสื้อสีแดงข้างหลังคือแม่ฉันไม่ใช่หรอ”

 

มันจะบังเอิญอะไรขนาดนั้น จากคู่แต่งงานที่ธรรมดาๆทั่วไป เจ้าสาวอายุ 25 ปี เจ้าบ่าวอายุ 30 ปี ทั้งสองเป็นชาวเมืองหนานหู บ้านอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจนถึงเดือนมีนาคม ปี 2015 ที่เพื่อนๆแนะนำให้รู้จักกัน แล้วทั้งสองก็ชอบพอกันจนคบหากันต่อมา

 

“ตอนที่เจอเขาครั้งแรก ฉันจำได้แม่นเลยว่า รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ดูมึนๆ แต่ก็ดูเป็นคนดี ดูใจดี เป็นธรรมชาติ เหมือนคนในครอบครัว ถ้าต้องแต่งงานกับผู้ชายสักคนก็น่าจะต้องเป็นคนนี้” เจ้าสาวเล่า เมื่อคบกันมาได้ครึ่งปี ความสัมพันธ์ก็เจริญงอกงาม จนทั้งคู่ตัดสินใจจูงมือเข้าสู่ประตูวิวาห์

Sponsored Ad

รูปถ่ายของทั้งคู่

เจ้าสาวเล่าว่าความรักของพวกเขาแสนจะธรรมดา เจอกัน คบกัน รักกัน ไปกินข้าวด้วยกัน ไปดูหนังกัน เมื่อถึงเวลาก็ตัดสินใจแต่งงานกัน ไม่มีขั้นตอนไหนพิเศษเลย

“ถ้าคุณให้ฉันเล่าเรื่องให้ฟังอย่างละเอียด ฉันอาจจะจำไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะมันก็ไม่ต่างกับคู่รักทั่วไป คบกัน แล้วก็แต่งงานกัน” เมื่อตอนต้นปี เราเริ่มคุยกันถึงเรื่องแต่งงาน แล้วก็ตัดสินใจเลือกวันที่ 29 เดือนพฤษภาคม

Sponsored Ad

 

ในงานแต่งงานควรจะมีอะไรโรแมนติกให้แขกประทับใจบ้าง ทั้งสองคิดอยู่นานแล้วก็ตัดสินใจเอารูปสมัยก่อนมาเจอกันมาร้อยเป็นเรื่องราวเล่าให้แขกฟัง ก่อนงานแต่งหนึ่งสัปดาห์ทั้งคู่ก็เลยเอารูปที่เป็นกระดาษออกมาสแกนเพื่อใส่ในคลิปงานแต่งงาน เมื่อสแกนถึงรูปภาพหนึ่งทั้งคู่ก็ต้องย้อนไปถึงความทรงจำในครั้งนั้น

 

เธอคือคนที่ผมรอมา 16 ปี

“คุณมาดูเร็ว นี่ตอนผมอายุ 14 เราทั้งครอบครัวไปไหว้พระด้วยกัน สมัยเด็กๆผมก็หล่อไม่เบานะเนี่ย” เมื่อเจ้าสาวชะโงกหน้ามาดูสิ่งที่เธอสนใจกลับไม่ใช่เด็กหนุ่มในภาพ 

Sponsored Ad

“ขยายรูปใหญ่ขึ้นอีกหน่อยได้มั้ยคะ อีกนิดค่ะ ผู้หญิงเสื้อแดงข้างหลังคือแม่ฉันไม่ใช่หรอคะ”

ว่าที่เจ้าสาวพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น  วันนั้นแม่ของเธอมาช่วยจัดของเข้าบ้านใหม่ด้วย เธอจึงรีบเรียกแม่มาช่วยยืนยัน

เมื่อแม่เธอเห็นภาพก็ตะลึงจนต้องพูดซ้ำๆว่า “เป็นไปได้ยังไง อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้”

 

แม่เธอจำได้ว่าวันนั้นไปเที่ยวด้วยกันทั้งครอบครัว แล้วก็ได้ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ด้วย เธอรีบกลับไปบ้านแม่ ค้นรูปเก่าๆออกมาดู แล้วก็พบรูปภาพนั้น ที่ถูกถ่ายที่สถานที่เดียวกัน ในเสื้อตัวเดียวกัน

ภาพที่เจ้าสาวค้นเจอ

นอกจากรูปแล้วอีกเรื่องที่แสนบังเอิญก็คือ ทั้งสองครอบครัวเก็บตั๋วสำหรับเข้าไปเที่ยวในวันนั้นไว้ เจ้าบ่าวเล่าว่า พ่อของเขาเปลี่ยนกระเป๋าตังค์ไปแล้วหลายใบ แต่ตั๋วก็ยังถูกเปลี่ยนไปไว้ในกระเป๋าใหม่ตลอด

 

“ที่แท้ผู้หญิงที่ผมเฝ้ารอมา 16 ปีก็คือคุณ” เจ้าบ่าวดึงเจ้าสาวเข้าไปกอดแน่น

จากเรื่องราวที่ธรรมดาของคนสองคน กลายเป็นเรื่องราวสุดโรแมนติก เจ้าสาวรีบโทรเล่าเรื่องทั้งหมดให้ออกาไนซ์เซอร์งานแต่งฟังทันที และบอกให้เขาพูดเรื่องนี้ในงาน

 

ในวันแต่งงานแขกทุกๆคนที่ได้ยินได้ฟังเรื่องราวสุดแสนโรแมนติกนี้ ต่างซาบซึ้ง ปนสงสัยไปตามๆกัน เพื่อนๆของเจ้าสาวถึงกลับเมสเสจมาถามว่านี่โฟโต้ชอปรึเปล่า

 

บนเวทีในงานแต่ง ฝ่ายชายพูดว่า “แม้ว่าเราจะเพิ่งมารู้จักกันไม่นาน แต่ฟ้าได้กำหนดให้เราเป็นคู่กันมาตั้งแต่ 16 ปีที่แล้วแล้ว และในอนาคตผมสัญญาว่า ผมจะรักษาดูแลความต้องการของฟ้าไว้ตลอดไป”

ภาพในชุดแต่งงานของทั้งคู่

หลังงานแต่งงาน ทั้งสองตัดสินใจไปฮันนีมูนที่ยุโรป “เราสองคนจะไปฝรั่งเศส และสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่แสนโรแมนติก ฉันเคยคิดมาตลอดว่าความรักระหว่างเราสองคนไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย แต่หลังจากเจอภาพนั้น ฉันก็เปลี่ยนความคิดใหม่” เจ้าสาวหมาดๆเล่า ทั้งสองคนวางแผนไว้ว่าตลอดระยะเวลาที่ไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ จะเล่าเรื่องต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตให้กันและกันฟัง เผื่อเรื่องบังเอิญจะไม่ได้เกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว

 

ฟังจากน้ำเสียง ฉันรับรู้ได้ว่าเจ้าสาวตื่นเต้นและดีใจมาก ฉันบอกเธอไปว่า ถ้าหนังสือตีพิมพ์เมื่อไหร่ จะส่งไปให้เธอเป็นของขวัญ

“หนังสือเล่มนี้จะเป็นสิ่งมีค่าในชีวิตฉันเลย” เธอกล่าว