ปัญหามือถือชาร์ตไฟเข้าช้า ที่แท้ก็เพราะอย่างนี้นี่เอง

หวังว่าจะชาร์ตไวขึ้นนะ
Sponsored Ad

หากคุณประสบปัญหาการชาร์ตโทรศัพท์ด้วยความเร็วเต่าคลานจนหงุดหงิดแล้วละก็ ลองอ่านข้อควรรู้ต่อไปนี้เลยจ้า

Sponsored Ad

1.สายชาร์ตชำรุดหรือใช้ไม่ถูกต้อง

เวลาที่ซื้อมือถือมาใหม่ เราควรจะอ่านคู่มือการใช้โดยเฉพาะที่เขียนแนะนำเกี่ยวกับการชาร์ตที่ถูกต้อง ถ้าใช้หัวชาร์ต iPhone ไปชาร์ตให้ iPad จะพบว่าความเร็วในการชาร์ตไม่ช้ามากนัก; ถ้าใช้หัวชาร์ตที่วัตต์สูงมาชาร์ตกับมือถือที่วัตต์ต่ำกว่าจะชาร์ตไฟได้เร็วขึ้น  แต่จะเป็นอันตรายกับโทรศัพท์ เพราะฉะนั้นใช้สายชาร์ตและหัวชาร์ตที่แถมมากับโทรศัพท์นั้นดีที่สุด

2.ใช้สายชาร์ตมั่ว

อย่าคิดว่าสายชาร์ตก็เหมือนๆกันหมด เพราะว่าสายชาร์ตแต่ละเส้นนั้นอาจจะรองรับการวิ่งของกระแสไฟได้ไม่เท่ากัน หากพบว่าการชาร์ตไฟนั้นช้าลงนอกจากจะสันนิษฐานว่ามากจากหัวชาร์ตแล้ว ก็อาจจะเป็นปัญหาจากสายชาร์ตก็ได้ เพราะฉะนั้นเราควรจะเลือกใช้สายชาร์ตที่มากับโทรศัพท์หรือของแท้จะดีกว่า

Sponsored Ad

3.เครื่องร้อนกว่าปกติเวลาชาร์ตไฟ

ในภาวะที่อุณหภูมิต่ำ กลไกการป้องกันอุณหภูมิต่ำของแบตลิเธียมจะคอยปกป้องไม่ให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีจึงอาจเป็นสาเหตุทำให้การชาร์ตแบตช้าลงหรือว่าชาร์ตไฟไม่เข้า ในภาวะที่อบอุ่นหรืออุณหภูมิสูงขึ้น แบตลิเธียมจะทำงานได้ดีกว่า แต่ว่าต้องระวังหากอยู่ในที่ที่อุณหภูมิสูงเกินไปก็อาจจะทำให้แบตเสื่อมสภาพได้เช่นกัน

Sponsored Ad

4. ฝุ่น

อย่าดูถูกฝุ่นละอองเล็กๆเหล่านี้นะ ถ้าหากว่ารูชาร์ตไฟของมือถือนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นก็อาจจะทำให้ขั้วชาร์ตประสานกันได้ไม่ดีและอาจจะทำให้การชาร์ตไฟนั้นเป็นไปได้ช้าลงเช่นกัน ถ้าเป็นหนักมากๆอาจจะทำให้ชาร์ตไฟไม่เข้าเลยล่ะ

คำแนะนำเกี่ยวกับการชาร์ตโทรศัพท์:

1.ปิดเครื่องเวลาชาร์ตโทรศัพท์จะทำให้แบตเต็มเร็วขึ้น หากไม่อยากปิดเครื่องล่ะก็เปลี่ยนเป็นโหมดเครื่องบินเวลาชาร์ตไฟก็ช่วยได้ไม่น้อยเลยล่ะ

2.การเสียบชาร์ตโทรศัพท์ผ่านหัวชาร์ตจะแบตจะเต็มเร็วกว่าการเสียบชาร์ตกับเครื่องคอมพิวเตอร์

3.ไม่ควรรอให้แบตหมดจนขึ้นเตือนแล้วค่อยเสียบชาร์ตเพราะจะทำให้อายุการใช้งานของแบตลดลง

4.เพื่อรักษาประสิทธิภาพของแบตลิเธียม ควรจะปล่อยให้แบตหมด 100% แล้วค่อยเสียบชาร์ตให้เต็มเดือนละ 1 ครั้ง