"ตา แก้วรุ้ง" จากเด็กไร้ต้นทุน เรียนไม่จบ พลิกชีวิตด้วยน้ำชา ปลดหนี้ 7 แสน สู่นักธุรกิจร้อยล้าน

LIEKR:

"จำไว้ว่า เกิดมาจนคุณไม่ผิด แต่ถ้าตาย แล้วยังจนคุณนั่นแหละผิด!" คุณตา เจ้าของ "ชาปากยูน" ร้อยล้าน!

        หลายคนที่เป็นคอชาคอเครื่องดื่ม คงจะไม่มีทางไม่รู้จัก T-ZA ชาปากยูน” เครื่องดื่มชารสชาติเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์จากถิ่นด้ามขวานสยามแดนใต้  ที่หลายคนเคยได้ชิมรสชาติแล้วถูกอกถูกใจและพบเห็นการเปิดให้บริการขยายสาขาเป็นจำนวนมากทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

        คุณแก้วรุ่ง หมัดบินเฮด หรือ “ตา” ในวัยเพียง 30 ปีเศษ “นักล่าฝันอายุน้อย” ซึ่งปลุกปั้นแบรนด์ธุรกิจชาปากยูน จนกระทั่งประสบความสำเร็จ ใหญ่เกินคาด มาไกลเกินฝัน คุณแก้วรุ่ง อาจไม่ใช่คนเก่ง แต่มีหัวใจแกร่ง และใฝ่ดี บวกกับความมุ่งมั่นและความพยายามเกิน 100 ที่ต้องการยกระดับชีวิตตนเองและครอบครัวให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในอดีต

Sponsored Ad

        "สวัสดีครับ ผม แก้วรุ้ง หมัดบินเฮด ชื่อเล่น ตา อายุ 28 ปี เป็นเจ้าของแฟรนไชส์ T-ZA ชาปากยูน ซึ่งปัจจุบันมี 102 สาขาทั่วประเทศ จากการขยายภายในระยะเวลา 1 ปี CEO T-ZA GROUP"

        ทราบว่าชีวิตกว่าจะมาถึงวันนี้ก็ทำงานมาแทบทุกอย่าง หนักเอาเบาสู้มาตลอด

Sponsored Ad

        "ใช่ครับ !! เรียกได้ว่าทำมาแทบทุกอย่างที่ได้ตังค์และสุจริต ตั้งแต่รับจ๊อบเป็นพนักงานเสิร์ฟตอนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ขายตรง ขายประกัน ขายของออนไลน์

ถึงตอนนี้ตาก็ยังไม่ได้จบปริญญาตรีนะ เพราะเกิดวิกฤติทางบ้านตอนนั้น พ่อ เ สี ย ชี วิ ต ขณะเรียนอยู่ปี 2 ทำให้เราต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง และไม่อยากเป็นภาระของแม่ในตอนนั้น ตาก็เลยออกมาทำงานประจำแบบเต็มเวลา 

        งานแรกของเด็กที่พกเพียงวุฒิ ม.6 ก็คือ พนักงาน KFC รับรายได้ ชม. ละ 30 บาท หรือวันละ 240 บาท ทำหน้าที่ทุกอย่าง ตั้งแต่เก็บจาน ถูพื้น ล้างจาน เอาซอสใส่ขวด ทำไปซักพักก็ได้เลื่อนไปหน้าที่ใหม่ก็คือ แคชเชียร์ แต่รายได้เท่าเดิมนะ ภาระตอนนั้นก็คือส่งเงินให้แม่ที่บ้านเดือนละ 2000 ค่าเช่าหอพัก เดือนละ 2000 เหลือให้ใช้ในชีวิตประจำวันเพียงเดือนละ 2 พันกว่าบาท ฉะนั้นอาหารกลางวันของพนักงานอย่างผมก็คือ แกงถุงละ 15 บาท บวกข้าวสวยฟรีจากการรวมเงินกันซื้อของพนักงานในร้าน KFC  เลิกงานก็ไม่ต้องฝันถึงอาหารมื้อหรู นอกจากอาหารตามสั่ง ทุกครั้งที่กลับถึงที่พัก ตามักจะบอกตัวเองเสมอว่า ซักวันต้องดีกว่านี้"

Sponsored Ad

        สู้ชีวิตจริง ๆ แล้วมาพบกับธุรกิจชาได้อย่างไร

        "ตาเป็นพนักงาน KFC ประมาณปีกว่าๆ บอกตามตรงไม่มีเงินเก็บแม้แต่บาทเดียว สังเกตตัวเองแทบทุกวันในขณะทำงาน วันไหนขยันก็ได้เท่านี้ วันไหนขี้เกียจก็ได้แค่นี้ แล้วโอกาสก้าวหน้าอยู่ตรงไหน 

        สิ่งหนึ่งที่มันเปลี่ยนตาไปเลยก็คือ วิธีคิดว่าคนรวยส่วนใหญ่ต้องเป็นเจ้าของกิจการ ก็ตั้งเป้าหมายเลยว่า ต้องเป็นเด็กคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จและมี passive income หลักแสนต่อเดือน ก่อนอายุ 30 คือตากล้าฝัน ตั้งแต่ยังไม่มีเงินติดตัวแม้แต่บาทเดียว

        ความคิดเรื่องค้าขาย ทำธุรกิจเริ่มมา ก็เริ่มมองหาช่องทาง

Sponsored Ad

        พอคิดว่าต้องค้าขาย โจทย์ต่อมาคือแล้วจะขายอะไรดี ก็เริ่มคิดว่า อะไรที่คนกินทุกวันนอกจากอาหาร และขาดไม่ได้ นั่นก็คือน้ำ บวกกับตัวเองเป็นคนคลั่งไคล้ในโกโก้มากอยู่แล้ว ก็เป๊ะเลย และน้ำเป็นสินค้าที่ซื้อแล้วกินเลย จะหมดเร็วมาก ก็ทำให้เกิดการซื้อซ้ำภายในวันเดียวอย่างอัตโนมัติ ที่สำคัญ ไม่มีเหลือทิ้งแน่นอน 

        เชื่อมั้ยว่าตอนเริ่มคิดตัวตาเองไม่มีเงินแม้แต่บาทเดียว แม่ก็มีอยู่เพียงแค่ 2000 ซื้อหม้อน้ำชายังไม่ได้เลย ตอนนั้นตามีแค่ความเชื่ออย่างเดียวว่ามันจะขายได้ โชคดีที่แม่เพื่อนตาเอ็นดูเลยซื้อวัตถุดิบบางอย่าง ฝากมาให้จากหาดใหญ่ ถือเป็นของขวัญในการเริ่มต้นทำให้เรามีกำลังใจ โดยให้เราเอาเงินที่ได้จากการขายน้ำมาผ่อนจ่ายวันละ 300 คือกว่าจะเปิดร้านแรกได้เนี่ย ทั้งทะเลาะกับแม่ กับญาติ เสียน้ำตาด้วยความรันทดในโชคชะตาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่ด้วยความอยากที่มากพอทำให้ตาสามารถเปิดร้านในตลาดได้ โดยที่ยังไม่มีแบรนด์ วันแรกขายได้ 500 กว่าบาท ดีใจแล้ว 

        อยากเป็นมหาเศรษฐีต้องขายแบรนด์ แน่นอนครับอยากเป็นมหาเศรษฐี ตาก็ปิ๊งแว๊บ ต้องสร้างแบรนด์

Sponsored Ad

        ก็ขอช่วยให้รุ่นพี่ออกแบบโลโก้ให้ ตาก็คิด package แบบใหม่ที่จะดึงดูดลูกค้า และตาจะเปิดตัวแพคเกจใหม่แบบถังและถุงกระดาษ เปิดขายวันแรกสาขาน้องขายได้วันละ 5 พัน สาขาตาขายได้ 3 พันกว่าบาท ตาก็โปรโมทผ่านทางเฟสบุ๊ค ทำให้ลูกค้าที่หาดใหญ่อยากชิม

        กระทั่งได้มีโอกาสมาเปิดสาขา 3 ร่วมกับรุ่นพี่ที่เคยทำขายตรงร่วมกันมาที่หน้าห้างโอเดียนหาดใหญ่ ตอนนั้นทุกคนตื่นเต้นกับความแปลกใหม่ของแพคเกจแบบถัง บวกกับการชงสดด้วยหม้อต้มแบบโบราณทำให้ลูกค้าแวะเวียนมาไม่ขาดสาย สามารถสร้างยอดขายได้สูงสุดวันละ 15,000-18,000 บาท ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแบรนด์ และความแตกต่าง อีกทั้งรสชาติ ที่ลูกค้าพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เข้ม หวาน มัน เว่อร์ ทำให้ ทีซ่า ชาปากยูน เป็นที่รู้จักของชาวหาดใหญ่ภายในเวลาอันรวดเร็ว บวกกับทำเลที่อยู่ในย่านธุรกิจมีทั้งนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียแวะเวียนมาไม่ขาดสาย ก็ยังตื่นเต้นกับแพคเกจแบบถัง ถ่ายรูปกับแก้วแทบไม่ทันเลยทีเดียว

Sponsored Ad

        กลยุทธ์การขยายสาขา เข้าถึงกลุ่มลูกค้า

        ต้องแบ่งเป็น 2 ส่วนคือลูกค้าทั่วไป กับลูกค้าแฟรนไชส์

        ลูกค้าทั่วไป คือลูกค้าที่ซื้อเครื่องดื่มจากทางร้านแต่ละสาขา การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคือ เราสร้างเครื่องดื่มในราคาเริ่มต้นแก้วละ 25 บาทเพื่อให้เข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้า คือราคานี้ใครก็เอื้อมถึง พอมองว่าราคาแค่นี้กลุ่มคนไฮโซติดแบรนด์ก็อาจจะคิดว่า คงเหมือนร้านข้างๆทางทั่วไป ตาก็เลยใส่คุณค่า สร้างสตอรี่ให้ทีซ่าทุกๆแก้ว ถุง ถัง ด้วยกรรมวิธี ชง เชค ชิม กระทั่งเป็นจุดขายของกรรมวิธีการเชคสดที่กว่าจะได้มาแต่ละแก้ว นั่นคือคุณภาพที่เราคัดสรรมาให้ลูกค้าทุกท่าน จึงไม่แปลกที่วันนี้เราจะเห็นลูกค้าขับรถหรูมาจอดเพื่อซื้อชาเย็นและกาแฟโบราณ แก้วละ 25 บาท

Sponsored Ad

        สำหรับลูกค้าแฟรนไชส์ เราเลือกกลุ่มคนที่ต้องการมีรายได้เพิ่ม และด้วยระบบที่เรามี บวกกับแบรนด์ที่การันตีรายได้หลักหมื่นถึงหลักแสนให้กับผู้ซื้อแฟรนไชส์ทุกคน ทำให้ทุกวันนี้ลูกค้าต้องการเปิดสาขา 2 สาขา 3 เป็นจำนวนมาก บางคนมี 4-5 สาขาเลยทีเดียว

        หลักในการบริหารแฟรนไชส์ คือตาใช้สายสัมพันธ์นำธุรกิจ ด้วยความที่เจ้าของแฟรนไชส์อายุน้อยกว่าเจ้าของสาขาแทบทุกสาขา ทำให้แต่ละคนกล้า ที่จะพูดคุยปรึกษาแนะนำได้ทุกเรื่อง ซึ่งสายสัมพันธ์แบบพี่น้อง ทำให้ทุกคนมีแนวคิดไปในทางเดียวกันนั่นก็คือ พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง

        อะไรทำให้ น้องตา นำพาธุรกิจมาถึงวันนี้ เติบโตเร็วมาก

        ความอยากที่มากพอ จะสามารถเอาชนะความยากทุกประเภท กี่ล้านเสียงที่บอกว่าทำไม่ได้ ไม่มีทางดังกว่าหนึ่งเสียงในหัวใจที่บอกว่า เราอยากรวย

        เราสำเร็จเร็วขึ้น 10 ปี ครอบครัวเราสบายเร็วขึ้น 10 ปี เราสำเร็จช้าไป 10 ปี ครอบครัวเหนื่อยหนักไปอีก 10 ปี จงเป็นลูกที่ผ่อนแรง ไม่ใช่ลูกที่กินแรงความสำเร็จไม่ได้เริ่มต้นที่ทุนเท่าไหร่ แต่เริ่มจากใจว่าอยากจริงรึเปล่า

        ถ้ายังไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหน เก็บเรื่องราวของตา ที่ไม่มีต้นทุน ไม่มีแต้มต่อ เป็นแรงบันดาลใจ หากกำลังประสบปัญหามืดแปดด้าน หาทางที่ก้าวไม่เจอ ก็แค่ขอให้คุณเดินออกมาจากทางที่คุณเดินเข้าไป จำไว้ว่า เกิดมาจนคุณไม่ผิด แต่ถ้าต า ย แล้วยังจนคุณนั่นแหละผิด

ข้อมูลและภาพจาก taokaemai, flathailand, posttoday

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ