"พิม พิมประภา" เปิดใจ ไม่ได้เป็นคุณหนูพันล้าน แม่เป็นชาวนา เคยแบกกระสอบผ้าเร่ขายมาแล้ว

LIEKR:

“เมื่อก่อนพ่อกับแม่บอกว่าเขาอยู่ด้วยกันด้วย 70 บาท..” #พิมพิมประภา เล่า // คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกเก่งมาก ๆ เลยค่ะ เป็นครอบครัวที่น่ารักมาก

        หากลองเสิร์จชื่อของนักแสดงสาว พิม พิมประภา ตั้งประภาพร เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนน่าจะได้เห็นสื่อออนไลน์หลายสำนักได้บอกว่า..

        “เธอเป็นลูกคุณหนูที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยระดับพันล้าน”

 

Sponsored Ad

 

        ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเคยชี้แจงผ่านช่องยูทูบของตัวเองไปแล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เข้าใจผิด ๆ อยู่ดี

 

Sponsored Ad

 

        ล่าสุดเจ้าตัวได้มีโอกาสออกมาเปิดใจผ่านรายการ TODAY SHOW อีกครั้ง โดยสาวพิมได้เผยว่า ครั้งแรกที่ตนได้ยินเรื่องที่มีคนคิดว่าตัวเองเป็นลูกเจ้าสัวคือไปรับประทานอาหารร้านอาหารตามสั่งร้านประจำหน้าหมู่บ้าน 

        แล้วคุณป้าที่ร้านก็เดินมาคุยกับตนว่า “โหยลูก กินอาหารป้ามานาน ป้าเพิ่งรู้ว่าหนูเป็นลูกเศรษฐี” ตนได้ยินแบบนั้นก็งงมาก เลยถามคุณป้าว่าคุณป้าเอามาจากไหน คุณป้าจึงได้หยิบหนังสือพิมพ์มากางให้ดู ซึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นได้เขียนว่า ตนเป็นลูกเจ้าสัว ลูกเศรษฐีพันล้าน ซึ่งตนก็งงมาก ๆ 

 

Sponsored Ad

 

        ทั้งนี้สาวพิมก็ยังได้เผยถึงชีวิตจริงของเธอให้ทุกคนได้ฟังกัน 

 

Sponsored Ad

 

        โดยเธอเผยว่า คุณแม่เป็นคนชัยนาท มีอาชีพเป็นชาวนา ส่วนคุณพ่อเป็นคนจีนแท้ ๆ ที่ครอบครัวย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทย โดยคุณพ่อคุณแม่พบรักกันที่จังหวัดชัยนาท คุณพ่อเล่าให้ฟังว่าเจอคุณแม่ที่นา แล้วรู้สึกว่าคุณแม่เป็นชาวนาที่สวยมากก็เลยเข้าไปจีบ

        และหลังจากนั้นคุณพ่อกับคุณแม่ก็ย้ายมาที่กรุงเทพ ซึ่งคุณแม่ก็ไม่ได้ทำนาแล้ว ส่วนคุณพ่อก็เป็นช่วงที่ทำงานช่วงแรก ๆ อยู่ ซึ่งตอนนั้นคุณแม่ได้เล่าให้สาวพิมฟังว่า คุณพ่อกับคุณแม่อยู่กัน 2 คน มีวันละ 70 บาท 

 

Sponsored Ad

 

        “เขาบอกว่าเขาอยู่ด้วยกันด้วย 70 บาท แล้วก็พยายามบริหารให้พอภายใน 70 บาท” สาวพิมเล่า

 

Sponsored Ad

 

        แล้วหลังจากนั้นสาวพิมเกิดมา คุณพ่อคุณแม่ก็บอกว่าตั้งแต่ตนเกิดมาทุก ๆ อย่างก็ดีขึ้น ตอนแรกคุณพ่อคุณแม่ตั้งชื่อตนว่า “โบนัส” เพราะรู้สึกว่าตั้งแต่มีลูกคนนี้เหมือนเป็นโบนัส เหมือนชีวิตค่อย ๆ ดีขึ้น แล้วค่อยเปลี่ยนมาเป็นชื่อ “พิม” อย่างที่ใช้ในทุกวันนี้

        อย่างที่เล่าไปว่าตอนแรกคุณแม่เป็นชาวนา ก่อนที่จะมาเป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงานอะไร จนกระทั่งสาวพิมเกิดมาได้สักพัก จากนั้นคุณแม่ก็มาเป็นแม่ค้าขายเสื้อผ้า ซึ่งตนก็ไปช่วยคุณแม่ตลอด เพราะคุณแม่ขายส่ง ต้องแบกเสื้อผ้าเป็นกระสอบ ๆ ตนก็ไปช่วยคุณแม่ตั้งแต่ตอนที่คุณแม่ยังไม่มีหน้าร้าน ต้องกองแบขายกับดินตนก็ทำมาแล้ว จนปัจจุบันนี้คุณแม่มีหน้าร้านแล้ว 

Sponsored Ad

        ส่วนคุณพ่อของตนก็ทำมาแล้วทุกอาชีพ ทำตั้งแต่แบกหาม และเคยเป็นแม้กระทั่งเซลล์ขายผ้าอนามัย ซึ่งตอนนั้นก็จะโดนผู้หญิงล้อว่าดูสิผู้ชายมาขายผ้าอนามัย แต่คุณพ่อของตนก็ไม่สนใจ คุณพ่อยอมรับว่า “อาย..แต่ต้องขาย” เพราะมันเป็นอาชีพสุจริต 

        และคุณพ่อก็พูดกับตนเสมอว่า คนเราทำได้ทุกอาชีพซึ่งคุณพ่อไม่ใช่แค่พูด เพราะคุณพ่อทำแบบนั้นมาแล้วจริง ๆ ทุกอาชีพสามารถสร้างรายได้ได้หมด 

        ซึ่งปัจจุบันคุณพ่อของสาวพิมดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกโคมัตสุเซลส์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลจากประเทศญี่ปุ่น

        “พิมพูดได้เลยว่าที่พิมมีวันนี้เพราะคุณพ่อคุณแม่เลย เพราะพวกท่านเป็นคนที่ขยันมาก แล้วก็เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของพิมมาก ๆ” สาวพิมกล่าว

        คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงตนและน้องสาวมาอย่างดี พ่อกับแม่เคยบอกตนว่า เมื่อก่อนพ่อกับแม่ไม่มีกิน แต่ลูก ๆ ต้องได้กินทุกอย่างที่พวกท่านไม่ได้กิน ลูกอยากเรียนที่ไหน ต้องได้เรียน

        “พ่อกับแม่บอกกับหนูเสมอว่า เขาไม่มีทรัพย์สมบัติ ไม่มีมรดกอะไรทิ้งไว้ให้นะ เพราะฉะนั้นอยากเรียนอะไร อยากจะเรียนดีแค่ไหน เขาจะใส่เต็มที่เลย เพราะเป็นมรดกชิ้นเดียวที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้เราได้ก็คือการศึกษา” สาวพิมกล่าว

        โดยประวัติด้านการศึกษาของสาวพิม ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจาก Heathfield International School, ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจาก Bromsgrove International School (ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หรือเทียบเท่า) 

        และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ (หลักสูตรนานาชาติ) หรือ Communication Design 

        โดยสาวพิมเผยว่า ครอบครัวไม่เคยบังคับหรือกดดันให้ตนต้องเข้าจุฬาให้ได้ แต่ตนรู้สึกว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ครอบครัวส่งให้ตนเรียน ด้วยความที่หน้าที่การงานของคุณพ่อคุณแม่ตอนนั้นมันไม่ใช่ง่าย ๆ กับการส่งลูกเรียนอินเตอร์ มันแพงมาก ซึ่งตอนนั้นลูก 2 คนเรียนอินเตอร์ แล้วลูกอีกคนเรียนไทย ถือว่าหนักมาก ๆ สำหรับคุณพ่อคุณแม่ 

        หนูจึงรู้สึกว่าหนูโชคดีมาก และทุกวิชาทุกชั่วโมงที่หนูเรียน มันคือเงินที่พวกท่านลำบากหามา หนูจึงบ้าเรียนมาก ๆ ต้องเรียนให้ได้ดีที่สุด ทุกนาทีที่ได้เรียนคือต้องคุ้ม สาวพิมกล่าว

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิก <<<

ที่มา : BornTvOfficial, Instagram pimprapa.t

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ