"เดี๋ยวลงไปจดซะนะ" ครั้งเมื่อราษฎรขอถวายฎีกาปากเปล่า ร.๙ ทำข้าราชบริพารใกล้ชิดยืนตัวสั่น

LIEKR:

"ท่านอยากจะทราบว่าประชาชนซึ่งเหมือนกับลูกของท่านนี่ เขาต้องการอะไรจากท่าน…"

    เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ยังเป็นที่ตราตรึงหัวใจของพสนกนิกรไทยหลายคน ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2530 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครอบ 5 รอบของ พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีราษฎรไปรอรับเสด็จฯ ที่วัดพระแก้วเป็นจำนวนมาก

    ในครั้งนั้น ราษฎรสามารถเข้าเฝ้าฯ ถวายดอกไม้ พวงมาลัย เงิน หรือแม้กระทั่งฎีกาได้ ทั้งที่เป็นฎีกาแบบลายลักษณ์อักษร และฎีกาปากเปล่า ปกติแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จะรับสั่งคนที่มาถวายฎีกาว่า ให้บอกเรื่องฎีกาไว้กับ "ดร.วินิจ วินิจนัยภาค" รองราชเลขาธิการพระราชวังฝ่ายที่ประทับ ผู้ที่ถือเป็นข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิด คอยตามเสด็จถือดอกไม้ พวงมาลัย และยังคอยยื่นฎีกาที่ประชาชนผู้เดือดร้อนต้องการให้พระองค์ท่านทรงทราบทั้งหมด

 

Sponsored Ad

 

    ดร.วินิจ วินิจนัยภาค ได้เปิดใจเล่าเรื่องราวสุดตื้นตันใจในวันดังกล่าวว่า ปกติท่านจะให้เจ้าหน้าที่มาดูแลผู้ที่ถวายฎีกาปากเปล่าไว้ก่อน และเมื่อดำเนินพิธีในพระอุโบสถเสร็จสิ้นแล้ว ดร.วินิจ จึงจะออกมาจดความต้องการของราษฎรผู้ถวายฎีกา ทว่าในวันนั้น กลับมีข้าวของทั้งดอกไม้ เงิน ของถวายมากมาย ด้วยจำนวนของประชาชนที่แน่นขนัด

 

Sponsored Ad

 

    ด้วยความรีบ ในเวลานั้นมีผู้ขอยื่นฎีกาปากเปล่า 2 คน ดร.วินิจ จึงตัดสินใจยื่นนามบัตรของตัวเองให้ และบอกให้เขาติดต่อมาในเวลาราชการหรือจะโทรศัพท์มาหาเขาโดยตรงก็ได้ จากนั้นก็รีบเดินตามเสด็จมาได้เพียง 2 เมตร ในหลวง ร.๙ ก็รับสั่งเบาๆ กับท่านว่า "เดี๋ยวลงไปจดซะนะ" 

    เวลานั้น ดร.วินิจ ยื่นอึ้งตัวสั่น รู้สึกอยากจะร้องไห้ ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าลำบาก แต่อยากจะร้องเพราะความดีของพระองค์ท่าน ที่ห่วงใยในตัวราษฎรที่พระองค์ทรงรักเหมือนลูก พระองค์ท่านทรงอยากทราบว่า ราษฎรต้องการอะไรจากตัวพระองค์ท่าน เพราะการที่ ดร.วินิจ ให้แต่นามบัตรไป เขาอาจจะไม่กล้าติดต่อโทรศัพท์มา หรืออาจจะไม่มีค่ารถมาหาอีกครั้ง นี่อาจจะเป็นโอกาสที่จะได้ยื่นฎีกาเพียงครั้งเดียวของเขาก็ได้

.

ดร.วินิจ วินิจนัยภาค ผู้เล่าเรื่องราว

ที่มา : mahidol

บทความที่คุณอาจสนใจ