"สะใภ้หลวง" เจอข่าวลือไม่ดี จนต้องเก็บตัว แต่วันนี้ก้าวขึ้นสู่ "สมเด็จพระจักรพรรดินี" อย่างสมพระเกียรติ

LIEKR:

นับตั้งแต่เข้ามาเป็นสะใภ้หลวง พระองค์ก็ต้องแบกรับแรงกดดันและเผชิญข่าวลือต่างๆ นานาจนกระทบกับพระพลานามัย และต้องเก็บตัวจากงานสังคมอยู่หลายปี จนวันนี้ก้าวขึ้นสู่ #สมเด็จพระจักรพรรดินี อย่างสมพระเกียรติ

        นับตั้งแต่เข้ามาเป็นสะใภ้หลวง พระองค์ก็ต้องแบกรับแรงกดดันและเผชิญข่าวลือต่างๆ นานาจนกระทบกับพระพลานามัย และต้องเก็บตัวจากงานสังคมอยู่หลายปี

Sponsored Ad

        “หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่ดี และยังเต็มไปด้วยจินตนาการของผู้เขียน โดยไม่มีข้อเท็จจริงมารองรับ จริงอยู่ว่าไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ราชวงศ์ของญี่ปุ่นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องได้ และการคาดเดาของผู้เขียนก็ดูสมเหตุสมผล แต่ดูเหมือนผู้เขียนจะเชื่อมั่นในความคิดเห็นของตัวเองอย่างมาก เต็มไปด้วยการคาดเดาและการอนุมาน” หนึ่งในความคิดเห็นจากผู้อ่านในเว็บไซต์ goodreads.com พูดถึงหนังสือ Princess Masako: Prisoner of the Chrysanthemum Throne (เจ้าหญิงมาซาโกะ นักโทษแห่งบัลลังก์ดอกเบญจมาส) หนังสือที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความถูกต้องแม่นยำของเนื้อหา

Sponsored Ad

        หนังสือ Princess Masako: Prisoner of the Chrysanthemum Throne ที่ถูกมองว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับเรื่องจริงอันน่าเศร้าของอดีตมกุฏราชกุมารีของญี่ปุ่นเล่มนี้ เขียนโดย เบน ฮิลส์ นักข่าวสืบสวนสอบสวนชาวออสเตรเลีย จากการรวบรวมข้อมูลเป็นเวลาหนึ่งปีในญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหรัฐ และอังกฤษ จากบรรดาพระสหาย พระอาจารย์ และเพื่อนร่วมงานของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะและสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะ

Sponsored Ad

        เนื้อหาบางส่วนของหนังสือเล่มนี้ระบุว่า สมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะทรงถูกบังคับให้ยุติการศึกษาที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เนื่องจากหัวข้อวิทยานิพนธ์ของพระองค์อาจนำมาซึ่งการโต้แย้ง หรือระบุว่าสำนักพระราชวังญี่ปุ่นขัดขวางการเสกสมรสของพระองค์กับสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และกลั่นแกล้งสมเด็จพระจักรพรรดินีจนทรงต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล รวมทั้งการระบุว่าเจ้าหญิงไอโก พระธิดาทรงประสูติจากการทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งไม่น่าจะถูกต้อง เนื่องจากหากทรงใช้วิธีดังกล่าวจริงแล้วเหตุใดจึงไม่เลือกเพศเป็นพระโอรสตามที่คนทั้งญี่ปุ่นคาดหวังและเฝ้ารอ

Sponsored Ad

        จากเนื้อหาดังกล่าวข้างต้นทำให้ผลงานของฮิลส์เป็นหนังสือเจ้าปัญหาตั้งแต่ยังไม่เริ่มพิมพ์ที่ญี่ปุ่นด้วยซ้ำ เดิมทีสำนักพิมพ์โคดันชะ ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จะแปลหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาญี่ปุ่น แต่จะขอแก้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบางส่วนตามที่สำนักพระราชวังญี่ปุ่นแจ้งมา อาทิ การถอดข้อความที่เกี่ยวข้องกับการทำเด็กหลอดแก้วออกทั้งหมด หรือการขอใช้คำว่า “มีปัญหาด้านการปรับตัว” แทนคำว่า “โรคซึมเศร้า” เป็นต้น ทว่านอกจากผู้เขียนไม่ยินยอมแก้ไขแล้ว ยังกล่าวหาว่าทางการญี่ปุ่นกำลังพยายามเซ็นเซอร์หนังสือของเขาด้วย การตีพิมพ์จึงต้องยุติไป

Sponsored Ad

        ประเด็นเรื่องเนื้อหานี้ใหญ่โตถึงขั้นที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นต้องตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2007 โต้แย้งว่าหนังสือของผู้สื่อข่าวชาวออสเตรเลียเป็นการดูหมิ่นคนญี่ปุ่นและราชวงศ์ เนื่องจากมีการใช้ถ้อยคำบรรยายที่แสดงถึงความไม่เคารพ บิดเบือนความจริง และอนุมานเรื่องต่างๆ จากตรรกะเลื่อนลอย โดยทูตญี่ปุ่นประจำสหรัฐและออสเตรเลียยังจัดการแถลงข่าวทำนองเดียวกันด้วย

Sponsored Ad

        กระทั่งเมื่อเดือน ส.ค. 2007 สำนักพิมพ์ไดซังโชกัง ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์เล็กๆ ของญี่ปุ่น ตัดสินใจพิมพ์หนังสือเล่มนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษออกมาพร้อมๆ กับหนังสือ The truth about ‘Princess Masako’: Mystery of the Contents Which Were Censored ของมิเนโอะ โนดะ นักข่าวสืบสวนสอบสวน ซึ่งอ้างว่าเป็นการตีแผ่วิธีการที่สำนักพระราชวังญี่ปุ่นสกัดไม่ให้หนังสือเรื่อง Princess Masako: Prisoner of the Chrysanthemum Throne ได้รับการตีพิมพ์

Sponsored Ad

        ส่วนความคิดเห็นของผู้ที่อ่านหนังสือ Princess Masako: Prisoner of the Chrysanthemum Throne บางส่วนมองว่าผู้เขียนพยายามยัดเยียดการตีความของตัวเองมากเกินไป ผู้อ่านที่ระบุชื่อว่า Amy รีวิวไว้ในเว็บไซต์ goodreads.com ว่า ผู้แต่งได้อ้างคำพูดของบุคคลคนหนึ่งจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย (Pennsylvania University) แต่บุคคลนั้นกลับไม่มีตัวตนอยู่จริง และติงเรื่องชื่อมหาวิทยาลัยข้างต้นว่าไม่แน่ใจว่าผู้เขียนหมายถึงมหาวิทยาลัยไหนระหว่าง Penn State University หรือ University of Pennsylvania เนื่องจากพื้นเพของเธอเป็นคนเพนซิลเวเนียจึงทราบรายละเอียดนี้ดี เธอจึงสงสัยว่าในหนังสือเล่มนี้อาจจะมีความคลาดเคลื่อนที่เธอไม่ทราบอีกหลายจุด

        ส่วนผู้อ่านชื่อ Leslie มองว่าหนังสือเล่มนี้ใช้น้ำเสียงในการบอกเล่าไม่ต่างจากหนังสือพิมพ์แนวแท็บลอยด์ และมองญี่ปุ่นเป็นประเทศที่แปลก

        หลังจากหนังสือเล่มนี้ออกมาเมื่อกว่า 10 ปีก่อน การพูดถึงสมเด็จพระจักรพรรดินีมาซาโกะก็ไม่เคยหลุดพ้นไปจากข่าวลือต่างๆ ที่ยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับพระองค์เลย เมื่อปลายปีที่แล้วพระองค์ทรงมีพระดำรัสในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระชนมายุ 55 พรรษา ถึงการที่พระองค์จะต้องขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีว่า เมื่อคิดถึงอนาคตที่กำลังจะมาถึง บางครั้งพระองค์ก็หวั่นพระทัย และยังตรัสอีกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อชาวญี่ปุ่น แต่พระองค์จะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ประชาชนมีความสุข

        จนเมื่อวันที่ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระจักรพรรดินีนี้เองที่โทนการพูดถึงพระองค์เปลี่ยนไปเป็นการมองอนาคตที่สดใสข้างหน้าแทน

ข้อมูลและภาพ จาก posttoday

บทความที่คุณอาจสนใจ