สาวเผยเคล็ดลับ ลดน้ำหนักลง 43 กิโลกรัม ในเวลาเพียง 11 เดือน เปลี่ยนเธออย่างกับคนละคน

LIEKR:

สุดยอด นับถือใจมากค่ะ เห็นแล้วมีไฟในการลดบ้างเลยค่ะ

        วันนี้เราขอหยิบเอาเคล็ดลับลดน้ำหนักที่ส่งตรงมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Patchara Saralee Intikas มาดูกันค่ะ ว่าวิธีลดน้ำหนักกว่า 43 กิโลกรัมในเวลาเพียง 11 เดือนต้องทำอะไรบ้าง

Sponsored Ad

        สวัสดีค่ะ ชื่ออั้มนะคะ คืออยากจะมา รี วิ วลดน้ำหนักจาก 99 กิโลกรัม เหลือ 56 กิโลกรัม อั้มสูง 165 เซนติเมตร ใช้เวลาประมาณ 11 เดือนค่ะ ตอนนี้ผ่านมาปีกว่าแล้วน้ำหนักยังคงที่ค่ะ

Sponsored Ad

        เมื่อก่อนมีปัญหาสุขภาพค ว  า ม ดั น พอลดแล้วดีขึ้นมาก มีความสุขขึ้นมาก เลยอยากเป็นกำลังใจให้หลายๆ คนที่อยากจะลดบ้าง

Sponsored Ad

17 เคล็ดลับการลดน้ำหนักของอั้ม

        1) ตื่นเช้า กินน้ำอุ่นกับมะนาว 1 ลูก (ห้ามใส่น้ำตาล-น้ำผึ้ง) จากนั้นกินข้าวเช้า (ต้องกินข้าวเช้านะคะ ห้ามอด) ควรจะเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี กับข้าวควรจะต้ม นึ่ง งดน้ำมัน ถ้างดไม่ได้ก็ลดปริมาณลง ใช้น้ำมันนิดเดียว และทุกมื้ออาหารต้องมีผัก

        2) ลองใช้จาน-ชามสีเข้ม จะกินได้น้อย ตักข้าวนิดเดียวพอ พยายามเคี้ยวข้าวช้าๆ เคี้ยวอย่างละเอียด และดื่มน้ำ 1 แก้วก่อนกินข้าว

Sponsored Ad

        3) อีกสัก 2 ชั่วโมงถ้าหิว กินผลไม้ที่ไม่อ้วนแทนขนมหรืออาหารว่าง เช่น มะละกอ แตงโม สับปะรด ฝรั่ง กินแต่พอดี เพราะผลไม้ทุกอย่างมีน้ำตาล จากนั้นกินข้าวเที่ยง (ต้องกินครบทุกมื้อนะ) ถ้าเป็นก๋วยเตี๋ยว สั่งเลยว่าไม่ใส่กระเทียม (ถ้าให้ดี ควรทำอาหารเองที่บ้าน เพราะถ้าอาหารตามสั่งนอกบ้านเขาใส่น้ำมันเยอะมาก)

Sponsored Ad

        4) อีกสัก 2-3 ชั่วโมงถ้าหิว กินผลไม้เข้าไปอีกค่ะ อาหารว่างควรเป็นผลไม้หรือไม่ก็ผักลวก

Sponsored Ad

        5) ประมาณ 6 โมง กินอาหารเย็น ไม่ควรกินค่ำเกิน ควรเป็นต้มจืด, ต้มแตงกวา, ต้มแซ่บ, ปลานึ่ง, น้ำพริกผักลวก, ยำ, ฟักทองนึ่ง และอื่นๆ เลือกกินเอา กินแต่พอดี

        6) ก่อนอาบน้ำ ดื่มน้ำอุ่นกับมะนาว 1 ลูก ไม่ควรนอนดึกเกิน เพราะจะหิว

        7) ระหว่างวันควรดื่มน้ำเยอะๆ

Sponsored Ad

        8) ถ้าออกกำลังกายทุกวันจะลดได้ดีมาก ถ้าไม่มีเวลาเข้ายิม ก็วิ่งที่สนามกีฬาแถวบ้านนะ วิ่ง 30 นาที ออกกำลังเฉพาะส่วนอีก 30 นาที (หาดูในเน็ตแล้วทำเองที่บ้านก็ได้ค่ะ)

        9) งดน้ำหวาน ขนมทุกชนิด ถ้าหิวหรืออยากได้ขนมกินเล่น ควรเป็นฟักทองนึ่ง มันนึ่ง และควรกินแต่พอดี ทุกอย่างเยอะไปก็ไม่ดี

        10) ช่วงลดน้ำหนัก เรางดเข้า 7-11 เลยค่ะ เพราะขนมเยอะ กลัวอดใจไม่อยู่

        11) พยายามอยู่คนเดียว เพราะจะได้ไม่เห็นสิ่งยั่วยุ

        12) นม โยเกิร์ต ควรเป็นสูตรน้ำตาลน้อย แคลอรีต่ำ อ่านฉลากดูดีๆ

        13) น้ำผลไม้ควรดื่ม เพราะมีประโยชน์ แต่เลือกดื่มแบบไม่มีน้ำตาล และแคลอรีต่ำ

        14) พยายามขับถ่ายทุกวัน

        15) ประมาณ 2 สัปดาห์ลองชั่งน้ำหนักดู ถ้าน้ำหนักลด เราจะมีเป้าหมายและดีใจมาก ทำให้เราจะตั้งใจทำขึ้นเรื่อยๆ

        16) งดข้าวขาวเลยนะจ๊ะ กินแต่ไรซ์เบอร์รี

        17) ซื้อบรอกโคลีกับกะหล่ำดอกติดตู้เย็นไว้เลย หิวปุ๊บ ไม่รู้กินอะไรก็ต้มผักกินเลย

        อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนลดความอ้วนอย่างถูกวิธี ทุกวันนี้ผ่านมาปีกว่าแล้วน้ำหนักคงที่ อยู่ที่ 56 กิโลกรัมค่ะ สู้ๆ นะคะ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจล้วนๆ ต้องอดทน ลดน้ำหนักไม่ใช่จะเห็นผลในเวลาสั้นๆ ต้องใช้เวลาระยะยาว แต่ได้ผลระยะยาว ถ้าลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีก็ไม่โยโย่แน่นอนค่ะ

        อย่างที่คุณอั้มบอกไว้ว่าทุกคนลดน้ำหนักได้ ขอแค่มีกำลังใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง มีแรงใจที่อยากจะอยู่อย่างสุขภาพดี ซึ่งจะช่วยให้เรามีวินัยในการลดความอ้วนอย่างต่อเนื่อง มาพาตัวเราไปอยู่ในจุดที่เรียกว่าหุ่นดี มีความเฮลธ์ตี้ตั้งแต่หัวจรดเท้ากันดีกว่า

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Patchara Saralee Intikas, kapook

บทความที่คุณอาจสนใจ