เปิดชีวิต "เอกราช" ยอมรับเคยหลงระเริง ใช้เงินไม่คิด ซื้อรถหรู 30 คัน จนงานหด ต้องกลับไปทำนา

LIEKR:

"เราเป็นเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง ไม่เคยเห็นเงินหมื่น เงินแสน เงินล้าน อย่างวันนี้เราได้เงินมาสองแสน เราก็ใช้หมดเลยวันนี้ เพราะเราคิดว่าพรุ่งนี้เราก็หาได้อีก ซื้อของแบรนด์เนม เลี้ยงเพื่อน" #เอกราชสุวรรณภูมิ #กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง กล่าว

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ

        ต้องบอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จัก สำหรับนักร้องลูกทุ่งเจ้าของฉายา "ลูกทุ่งล้านตลับ" เจ้าของเพลงฮิต "กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง" อย่าง "เอกราช สุวรรณภูมิ" 

 

        โดยล่าสุด เอกราช สุวรรณภูมิ ก็ได้มีโอกาสมาเล่าเรื่องราวชีวิตในรายการ ต้มยำอมรินทร์ แบบหมดเปลือกว่าหลังโด่งดังมีเงินทองมากมาย แต่กลับเดินผิดทาง หลงระเริงกับชื่อเสียงและเงินทอง ใช้ฟุ่มเฟือย ซื้อรถหรูและเปลี่ยนเป็นว่าเล่นกว่า 30 คัน ไม่ว่าจะเอาเงินไปทำธุรกิจอะไรก็ขาดทุนเกือบหมดตัว งานหดหายจนต้องกลับไปทำนา 

 

Sponsored Ad

 

        โดย เอกราช เผยว่าเพลง "กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง" ทำให้ดังระเบิดเลย เพลงนี้เพลงเดียวทำให้เทปขายได้ล้านหกแสนตลับ เพลงนี้เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเลยก็ว่าได้ ตอนนั้นไปที่ไหนคือดังไปถึงหมด ทุกที่เปิดหมดเลย มีงาน 2-3 งานต่อคืน เป็นแบบนี้ต่อเนื่องมาเกือบ 10 ปี 

 

Sponsored Ad

 

        ตอนที่กระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ดังเปรี้ยงออกมาประมาณปี 2543 จากนั้นก็มีเพลงดังต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็น สัญญาห้าบาท หรือขอแค่รู้ข่าว โดย เอกราชได้เผยว่า 3 เพลงนี้เป็นเพลงของ "ครูสลา" แต่งให้ทั้งหมดเลย "ครูสลาเป็นครูเพลงที่เปลี่ยนชีวิตให้กับผม" เอกราช สุวรรณภูมิ กล่าว

        และเมื่อถูกถามว่าตกใจไหม จากนักร้องโนเนมดังภายในข้ามคืน เอกราช ก็เผยว่า รู้สึกดีใจมากที่สุด เพราะตนเป็นคนที่ชอบร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก ๆ ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก ๆ เลย เข้ามาในกรุงเทพก็เพื่อมาเป็นนักร้อง แต่ตนก็ยังไม่ได้เป็น เข้ามาก็มาขายขนมปังสังขยา ขายลูกชิ้น แบกหามน้ำแข็ง ทำอยู่หลายปี กว่าจะได้มาเป็นนักร้อง รอและหาประสบการณ์ รู้จักคนเยอะๆ ไว้ก่อน เพื่อไปสมัครร้องเพลงตามร้านอาหารต่าง ๆ ไปสมัครที่ร้านอาหาร ตนก็ไปเป็นเด็กเสิร์ฟก่อน

 

Sponsored Ad

 

        จากนั้น เอกราช ก็ได้เผยถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตที่หลังจากโด่งดังมีเงินทองมากมาย ตนกลับเลือกเดินผิดทาง หลงระเริงกับชื่อเสียงเงินทอง ซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่า "สมัยที่เรามีชื่อเสียง เราเงินทองเยอะ แต่เพราะเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง พอเห็นเงินแสน เงินล้าน ได้เงิน ได้ทองก็อยากลงทุนนั่นนี่ อยากเปิดร้านอาหาร อยากไปทำธุรกิจ แต่ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จ เพราะพรสวรรค์ของเราไม่ได้ให้มา"

 

Sponsored Ad

 

        นอกจากนี้ยังไม่รอบคอบในการใช้เงินเพราะเอาเงินไปเปลี่ยนรถถึง 30 คัน ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยว่า ในอดีตตนชอบรถ รถทุกรุ่นที่ว่าดีตนขับมาหมดแล้ว สมมติว่าตนขับคันนี้มา 2-3 ปี พอเริ่มซ่อม ตนก็เปลี่ยน ตอนนั้นตนมองว่าเพราะตนต้องใช้รถในการทำงานก็ทำแบบนี้มาตลอด ขายซื้อใหม่ เพราะมันมีรุ่นใหม่ออกมาเรื่อย ๆ ตนใช้ไม่กี่ปี ตนก็ขายซื้อใหม่ มันก็เลยกลายเป็นเงินทุกบาทที่ตนหามาไปอยู่กับรถหมดเลย แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ตนก็คงไม่เอาแล้ว

        ทั้งนี้ เอกราช ก็ยังได้เล่าย้อนกลับไปถึงอดีตที่หลงระเริงกับชื่อเสียงและเงินทองอย่างหนักว่า ตอนนั้นตนยังเป็นเด็กบ้านนอก ไม่เคยเห็นเงินหมื่น เงินล้าน "อย่างวันนี้เราได้เงินมาสองแสน เราก็ใช้หมดเลยวันนี้ เพราะเราคิดว่าพรุ่งนี้เราก็หาได้อีก ซื้อของแบรนด์เนม เลี้ยงเพื่อน" เอกราช สุวรรณภูมิ กล่าว

 

Sponsored Ad

 

        จนกระทั้งชีวิตเปิดทางมาถึงช่วงหนึ่งที่ตนรู้สึกเบื่อกับการใช้ชีวิต เบื่อท้องถนนที่ต้องตะลอนไปหาเงินหาทอง แล้วก็ด้วยความที่ตนเป็นนักร้องมา 20 ปี ตนมีทุนอยู่ก้อนหนึ่ง ตนก็ไปลงทุนปลูกมันสำปะหลัง ก็ปลูกได้มา 2 ปี บางทีก็มีแมลงกินบ้าง เงินที่เราลงทุนไปก็สูญเสียไป ตนก็กลับไปทำนาอยู่บ้าน แล้วก็เป็นช่วงที่งานเริ่มซาด้วย มันหดหายหมดทุกอย่างด้วย ตนเลยไปทำนาอยู่บ้าน ผิวตนก็ดำ เพราะตนตากแดด

 

Sponsored Ad

 

        และเมื่อถูกถามว่าแล้วแบบนี้มีคนทักไหมว่าดังก็ดังแล้วทำไมมาทำนา งานนี้เจ้าตัวก็ได้เผยว่า มีทักเยอะมาก แต่ทำยังไงได้ เพราะอยู่กรุงเทพค่าใช้จ่ายก็เยอะ เงินทองก็ไม่ค่อยมีแล้วช่วงนั้น เงินเก็บตนก็เอาไปลงทุน ก็เหมือนละลายน้ำไป ส่วนเงินเก็บก็มีบ้าง แต่มันก็ไม่ได้มีขนาดนั้น ขนาดที่ว่าอยากจะเปิดร้าน อยากจะซื้อรถแพง ๆ แบบนั้นไม่ได้แล้ว แต่ถ้าอยู่กินแบบสบาย ๆ เราก็พอได้อยู่

        และเมื่อ เอกราช ถูกถามว่านึกเสียใจไหมกับสิ่งที่ทำลงไป เจ้าตัวก็ได้เผยว่า "ผมก็นึกย้อนว่าไม่เป็นไร เราเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง เราหาด้วยหน้าแข้งของเรา หมดไปก็ไม่เป็นไร เรากลับไปอยู่บ้าน ชีวิตของเราก็ยังมีวาสนา ผมก็กลับขึ้นมาอยู่กรุงเทพอีกครั้งกับบริษัทโฟร์เอสไทยแลนด์ได้ 5 ปี ก็ทำอัลบั้มเจียลออ ออกมาร้อยกว่าเพลง ทุกวันนี้ผมอยู่ได้เพราะอัลบั้ม เจียละออ เป็นภาษาเขมร แปลว่าเป็นเพลงที่มีคุณภาพของอาจารย์ 

Sponsored Ad

        อย่างเพลง น้ำท่วม และต่าง ๆ ผมก็นำมาขับร้อง โฟร์เอสเขาก็ขายได้ ผมก็มีงานรำวงคอมโบ ทำให้เรากลับมาเดินสายทำงานอีกครั้ง แต่ไม่ได้หวือหวาแบบเมื่อก่อน เพราะว่าทุกวันนี้ ศิลปินเยอะแยะมากมายเหมือนดอกเห็ดเลย เป็นลูกทุ่งอินดี้ ลูกทุ่งอีสาน แต่ก็มีคนถามว่าของเราจะหายไปไหม จริง ๆ ไม่หายครับ เพราะรุ่นอายุ 50 - 60 ยังฟังเราอยู่" เอกราช สุวรรณภูมิ กล่าว

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<

ที่มา : รายการ ต้มยำอมรินทร์

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ