"เจี๊ยบ เชิญยิ้ม" เคลียร์ดราม่า คลิปกักตุนหน้ากาก เล่าชีวิต 20 ปีไม่เจอแม่ ลั่นคิดถึงพ่อทุกลมหายใจ!

LIEKR:

"เจี๊ยบ เชิญยิ้ม" เคลียร์ดราม่า คลิปกักตุนหน้ากาก เล่าชีวิต 20 ปีไม่เจอแม่ ลั่นคิดถึงพ่อทุกลมหายใจ!

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเพิ่มเติมได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ    

   กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์อย่างมาก หลัง เจี๊ยบ เชิญยิ้ม ที่ถูกแซวว่าหน้าคล้ายพ่อค้าหน้ากากอนามัย ที่ถูกเอี่ยวเรื่องกักตุนกว่า 200 ล้านชิ้น ซึ่งทางตลกคนดังได้ทำคลิป ก๊อปปี้พ่อค้าหน้ากากอนามัยจนเหมือนเป๊ะทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม และแว่นตา กันแดด

    ล่าสุด เจี๊ยบ เชิญยิ้ม มาเปิดใจผ่านทางรายกายคุยแซ่บ Show ทางช่อง one31 ที่มี พีเค ปิยะวัฒน์ และ ใบเฟิร์น พัสกร เป็นพิธีกร

Sponsored Ad

เล่าให้ฟังสิ คลิปนั้นมีที่มายังไง?

    เจี๊ยบ : "จริงๆ ผมไม่รู้เรื่อง ไม่ค่อยเสพโซเชียลเท่าไหร่ แล้วอยู่ๆ ก็มีเพื่อนๆ ในวงการโทรศัพท์มา เขาบอกว่าเจี๊ยบมึงคิดยังไง ไปกักตุนเพื่ออะไร คนอื่นเขาต้องใช้ทั่วประเทศ แล้วคนที่โทร.มา คือพี่นีโน่ แล้วผมก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง แกก็บอกให้เข้าไปดูในโซชียลมีแต่รูปหน้ามึงทั้งนั้น (ยิ้ม)"

Sponsored Ad

พี่โน่เข้าใจผิดคนที่กักตุนหน้ากากอนามัยคือพี่เจี๊ยบ?

    เจี๊ยบ : ไม่ได้เข้าใจผิดหรอก เข้าโทร.มากวน พอเข้าไปดูมันคล้ายมากๆ ก็เลยทำอะไรแปลกๆ วันนั้นผมจะไปเมืองกาญพอดี แต่ทีนี้เราต้องแวะไปร้านก๋วยเตี๋ยวของเรา เราก็คิดจะจำยังไงดีให้คนมารู้จักก๋วยเตี๋ยวเราเยอะๆ แต่งชุดแบบนี้เลย พี่ลงทุนแวะไปที่บ้านไปเอาเสื้อเชิตมา แล้วแว่นอันนั้นก็ต้องไปหาซื้อในปั๊ม 200 บาท คุ้มเกินคุ้ม

กระแสตอบรับเป็นยังไง?

Sponsored Ad

    เจี๊ยบ : "เสียวๆ อยู่เหมือนกัน มันเยอะขนาดนี้ แต่แน่นอนที่เราทำออกไป เรายอมรับอยู่แล้วว่ามีคนทั้งชมและคนติเตียนมาสัก 10% เขาบอกว่าทำไมคุณเจี๊ยบต้องไปทำแบบนั้นด้วยไม่ดีเลย อุส่าติดตาม เสียใจมากที่คุณเจี๊ยบทำแบบนี้"

คนรู้จักร้านพี่เยอะขึ้นไหม?

Sponsored Ad

    เจี๊ยบ : เยอะมากครับ หลังจากวันนั้นก็คือหน้าร้านผมคนต้องต่อแถวกินกัน ซึ่งมันเป็นร้านไม่ใหญ่มาก เป็นร้านเล็กๆ ปกติเราเปิดมาเกือบเดือน ก็มีลูกค้าประจำเข้ามาเยอะเหมือนกัน แต่หลังจากวันนั้นมันเยอะขึ้น

คิดถึงอาสีหนุ่มไหม?

Sponsored Ad

    เจี๊ยบ : "คิดถึงทุกลมหายใจเลย คิดถึงเหมือนพ่อยังอยู่ใกล้ๆ เรา ปกติแล้วเราไม่ค่อยได้คุยกัน เจอกันตอนอัดรายการมากกว่า ตอนเด็กๆ ได้เจอกันบ่อย เพราะนั่งรถ แต่พอโตมาก็ต่างคน ต่างไปแล้วไปอัดรายการ ก็เลยรู้สึกว่าเขาไม่ได้ไปไหน เขายังอยู่กับผม"

แต่ตอนที่พี่เจี๊ยบเกิด ตอนนั้นพ่อสีหนุ่มไม่รู้?

Sponsored Ad

    เจี๊ยบ : "ไม่รู้ครับ อาชีพของพ่อเป็นละครเร่ คือละครปิดวิก เหมือนหนังกลางแปลง ก็จะเร่ไปทั่วประเทศไทย การสื่อสารมันไม่มีก็คือเขาแต่งงานกับแม่ แต่อาชีพเขาก็คือละครเร่ไปเรื่อยๆ แต่แม่อยู่บ้าน แล้วการคุมกำเนิดก็ไม่มีก็เลยเกิดเป็นผมขึ้นมาโดยที่พ่อไม่รู้เลยว่าแม่ตั้งท้อง พ่อก็ไปของพ่อเรื่อยๆ จนมารู้อีกทีตอนผมคลอดได้ 3-4 ขวบแล้ว แล้วพอ 3 ขวบ แม่ก็ไปทำงานที่ต่างประเทศ มียายกับน้าเลี้ยงผม ถ้าบ้านถามว่าจนไหมก็โคตรจน จนมาก ไม่มีไฟฟ้าใช้ อาหารการกินไม่มีต้องหากินเอง ก็คือผัก หญ้าที่มันขึ้นตามรั้ว ไปหาปลาตามวิถีชาวบ้านจริงๆ"

Sponsored Ad

ตอนนั้นเราถามไหมว่าพ่อ แม่ไปไหน?

    เจี๊ยบ : ตอนนั้นความผูกพันพ่อ แม่ เราไม่รู้จัก เราโตมากับยาย เท่ากับยายคือแม่ของเรา แล้วมีน้าผู้ชายเท่ากับพ่อของเรา ถ้าผูกพันก็คือสองคนนี้เท่านั้น แต่พอโตขึ้นปั๊บพ่อก็กลับมาไปที่บ้านเก่าเป็นบ้านของย่า ซึ่งบ้านย่ากับบ้านพี่อยู่ใกล้ๆ กัน

เจอครั้งแรกเป็นยังไง?

    เจี๊ยบ : "ผมวิ่งหนี เพราะคำว่าพ่อคืออะไร ผมไม่คุ้นกับคำนี้ ตอนนั้นมันกลัวคนแปลกหน้ามากกว่า เราก็หนี ชาวบ้านก็ตามกลับมา แต่พอได้กอดเราสัมผัสได้เลยว่ากอดแรกของพ่อมันอบอุ่นมาก มันตื่นเต้น มันขนลุกทุกรูขุมขน มันดีมาก" 


ตอนเด็กๆ พ่อแม่ไม่อยู่โดนล้อเยอะไหม?

    เจี๊ยบ : "มันโดนเป็นภาษาเด็กๆ ไอ้ลูกใครว่ะ ไอลูกพ่อแม่ทิ้ง เราก็จะร้องไห้ไปหายาย ยายก็อธิบายให้ฟังว่าเขาไม่ได้ทิ้ง เขาไปทำงาน อย่าไปเสียใจนะ พี่จะเกลียดมากก็คือวันพ่อกับวันแม่ จะเป็นวันที่ผมไม่ค่อยไปโรงเรียน คือบางทีไปก็จริง ผมจะต้องเดินไปโรงเรียน 2-3 กิโล เดินไปแล้วผมก็จะเข้าป่าเลย พอไปเขาก็มีการไหว้พ่อ ไหว้แม่ เราก็ไม่รู้จะไปกราบใคร พอไปก็กลายเป็นปมด้อยของเรา"

ไม่ได้โตมากับพ่อ แม่ ถือว่าเป็นปมกับเราไหม?

    เจี๊ยบ : "เป็นมาก สำหรับการขาดความอบอุ่น พี่สัมผัสได้เลย กอดแรก ครั้งแรก เด็กๆ มันสัมผัสได้นี่หรอกอดของพ่อกับแม่ มันอบอุ่นมากที่สุด"

แล้วจากที่เราได้เจอพ่อ เว้นไว้นานไหมกว่าจะได้มาอยู่ด้วยกัน?

    เจี๊ยบ : "ไม่ได้อยู่กับพ่อเลย พี่เรียนที่ต่างจังหวัดตลอด แต่พ่อก็เป็นคนส่งเสียให้เรียน เทอมนึงพี่ก็ส่งเป็นธนาณัติ บ้านผมไม่มีไฟฟ้า ผมใช้ตะเกียง พี่จะกลัวความมืดมาก พี่จะกลัวผีมาก บ้านพี่ใกล้วัด พี่จะคิดอย่างหนึ่ง ถ้าเกิดโลกนี้ไม่มีกลางคืนมันจะน่าอยู่มาก"

แล้วอายุเท่าไหร่ถึงมาอยู่กับพ่อ?

    เจี๊ยบ : "พ่อรับมาอยู่นี่พี่โตแล้วนะ พี่เรียนจบแล้ว ปวช.แล้ว"

แม่ก็ไม่เคยเจอ?

    เจี๊ยบ : "คุณแม่นี่พี่ 2-3 ขวบคุณแม่ก็ไปทำงานกาญจนบุรี แล้วเขาก็ไปพบรักกับแฟนเขาต่างชาติก็เลยไปอยู่ที่อิตาลี ตั้งแต่นั้นก็ไม่มีการติดต่อระหว่างพี่กับแม่ พี่ก็เลยโตมากับยายแล้วน้า"

จนถึงวันนี้ก็ไม่ได้คุย?

    เจี๊ยบ : คุยครับ เรื่องแม่มันอัศจรรย์มาก พี่มาติดต่อแม่ได้ ตอนพี่เข้าวงการแล้ว ตอนนั้นเป็นศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม แล้วทีนี้มีรายการหนึ่งไปฉายที่อิตาลีแม่มีโอกาสได้ดูคณะสีหนุ่ม เขาจำได้ทันที ตั้งแต่นั้นเขาก็หาวิธีติดต่อมาที่เมืองไทย ตอนนั้นสมาคมตลกเขาเพิ่งมีลุงเป็ดเป็นนายกสมาคม เขาก็โทร.มาประมาณตี 2 เจี๊ยบเลิกคาเฟ่ พี่ก็กดรับ หลังจากนั้นพี่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย พี่ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้สะอึดสะอื้น พี่รู้ทันทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแม่ของพี่ พี่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอแม่เลย คิดว่าชาตินี้ก็คงจะไม่ได้เจอแล้ว เพราะว่าสมัยก่อนตอนที่เราเด็กๆ การสื่อสารมันไม่เหมือนตอนนี้

แล้ววันนั้นคุยอะไรกับแม่?

    เจี๊ยบ : "ผู้หญิงคนนึงร้องไห้ประมาณ 10 นาที ผมก็ฮัลโหลครับแม่ เจี๊ยบเองครับ เจี๊ยบเหรอลูก เจี๊ยบโทร.มาหาแม่ทำไม แม่นั่นแหละโทร.มาหาผม ก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง แม่ขอโทษ แม่ไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้น แม่คิดถึงนะ เจี๊ยบเป็นยังไงบ้าง เขาจะคุยวนอยู่อย่างนี้ แม่ใจเย็นครับ เจี๊ยบสบายดี ตั้งแต่คุยกันวันนั้นก็มีโอกาสคุยกันบ่อยๆ แล้วทีนี้น้องเริ่มโตแล้ว เขาก็เลยหาเงินก้อนหนึ่งเพื่อจะพาแม่มาหาพี่ที่เมืองไทย ผมก็บอกพ่อว่าติดต่อแม่ได้แล้ว แม่จะมาหาวันนี้ๆ พ่อก็บอกว่าจริงเหรอ พ่อนั่นแหละไปรับ แล้วตอนนั้นคนเดินตั้งเยอะแยะ แต่ผมรู้ทันทีคนไหนเป็นแม่ผม แล้วเขาก็เดินมากอดผม แล้วเราได้รู้จากน้องว่าตอนแม่อยู่ที่นู้นเขาร้องไห้ทุกวัน เห็นเด็กผู้ชายแม่จะต้องร้องไห้ทุกครั้ง เพราะเขาบอกว่าเขาทิ้งใครไม่รู้ที่สำคัญมากๆ ไปอยู่ที่อิตาลี ตอนนี้แม่ดีขึ้นมากๆ" 

.

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<

ข้อมูลและภาพจาก คุยแซ่บ Show

บทความที่คุณอาจสนใจ