"โจวเหวินฟะ" เปิดใจยกทรัพย์สิน 5.6 พันล้าน บริจาคการกุศล เผยขอครอบครัวพร้อมหน้าก็พอแล้ว

LIEKR:

เป็นผู้ชายที่น่านับถือจริงๆ ค่ะ!

    สื่อนอกเผย โจวเหวินฟะ ดาราที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในภาคเอเชีย โดยโด่งดังมาจากบทบาทภาพยนต์เรื่อง เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ และภาพยนตร์อื่นๆ อีกมากมาย 

    หลายคนคงสงสัยว่า เขาอยู่ในวงการบันเทิงมานานหลายสิบปี ต้องมีเงินมากมายมหาศาลแน่นอน จนสื่อท้องถิ่นทำการสำรวจโดยคราวๆ ดังนี้ว่า

 

Sponsored Ad

 

    สื่อบางที่สรุปได้ว่าเขามีรายได้มากกว่า : 1,300 ล้านบาท

    บ้างก็ว่า :  2,300 ล้านบาท

    สื่อนอกก็ออกมาคำนวณโดยคราวๆว่าน่าจะได้ : 3,400 ล้านบาท

    แต่ทุกสื่อคำนวณผิดหมด เพราะรายได้ที่แท้จริงของเขาคือ : 5,600 ล้านบาท

    เขาได้รับความนิยมมากในภาคเหนือและทางใต้ของแม่น้ำแยงซี ประเทศจีน กอบโกยรายได้จำนวนมหาศาล และชื่อเขายังถูกบันทึกลงในตำราเรียนเหมือนกับ เยว่ เฟย์ ,ซุนยัตเซ็น กลายเป็นศิลปินคนแรกที่รวมอยู่ในตำราของโรงเรียนมัธยมร่วมสมัย! 

 

Sponsored Ad

 

    และสื่อท้องถิ่นยังบอกอีกว่า เขาไม่เคยไปซื้อของบนห้างสรรพสินค้าเลย แต่กลับไปซื้อเสื้อผ้าตามตลาดนัดทั่วไป หรือร้านริมถนน ซื้อเสื้อยืดราคาถูกๆ ไม่ถึง 500 บาท และนี่ไม่ใช่ความลับในฮ่องกง เพราะก่อนหน้านี้มีคนแอบถ่ายได้ว่าเขาไปซื้อรองเท้าแตะที่ร้านขายรองเท้าทั่วไปในราคา 15 หยวน (ราว 65 บาท) แถมยังขอต่อรองราคาขายกับเจ้าของร้านอีก นี่แหละคือการใช้เงินของเขา

 

Sponsored Ad

 

    อะไรคือกลยุทธ์ในการใช้เงินของเขา? และเขาเอาเงินมากมายที่มีไปใช้ที่ไหน?

    เมื่อ 10 ปีก่อนเพื่อนในวงการบันเทิงหลายคนก็สงสัยเหมือนกัน มีเพื่อนบางคนอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยปากถามเขาไปว่า “พี่ฟะ พี่ทำงานมีรายได้มากมายมหาศาลขนาดนี้ เอาไปให้ใครใช้หรอ? พี่ก็ไม่มีลูกนะ”

    เขาหัวเราะและตอบไปว่า “เงินเหล่านี้ไม่ใช่ของผม ผมแค่ช่วยพวกเขาดูแลชั่วคราวเท่านั้น” เอ๊ะ! หมายความว่าไง ช่วยดูแลชั่วคราว?

 

Sponsored Ad

 

    กระทั่งมีข่าวเกี่ยวกับการบริจาคของเขา จึงทำให้คนทั้งประเทศได้คำตอบที่สงสัยมานาน เพราะโจวเหวินฟะได้ตัดสินใจบริจาครายได้กว่า 99% ให้กับการกุศล

    ที่แท้แล้วเงินจำนวน 5,600 ล้านบาทนี้เขาเอามาทำความดีนั่นเอง เงินทองนั้นเป็นสิ่งที่ดี ช่วยให้เราสามารถมองคนคนหนึ่งให้ทะลุปรุโปรงได้ มองออกว่าใครฉลาด และมองว่าเขาจัดการกับการเงินอย่างไร

 

Sponsored Ad

 

    มีคนบอกว่าโจวเหวินฟะมองเรื่องเงินทองเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญที่สุด เขาปลงกับเรื่องนี้แล้ว เขามองทุกอย่างบนโลกนี้ทะลุปรุโปรงแล้ว มันคือสิ่งที่ไม่เป็นธรรมชาติ บางคนหาเงินไม่ได้ก็บอกว่าเหม็นเงิน แต่เขามองเรื่องเงินได้อย่างฉลาดหลักแหลมมาก

 

Sponsored Ad

 

    คนที่เห็นค่าของเงินอย่างแท้จริง จะรู้ว่าเงินควรจัดการอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับคนมากที่สุด 

    เขารู้จักการวางทุกอย่างลง ใช้ชีวิตในแบบที่จะทำให้ตนเองมีความสุข ไม่ว่าเขาจะมีหน้ามีตา มีชื่อเสียงโด่งดัง มีหน้าที่การงานที่ดี แต่เขาก็เลือกที่จะเป็นคนที่อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุขได้อย่างสงบสุข

    โจวเหวินฟะบอกว่า "วิธีการกำจัดความเครียดของเขาคือ ไปออกกำลังกาย ปีนเขาเพื่อให้ได้ออกเหงื่อ แค่นี้ก็สามารถปลดปล่อยความเครียดได้แล้ว นี่คือสิ่งสำคัญที่สุด"

Sponsored Ad

    

    หลังแต่งงานได้ 2 ปี ภ ร ร ย า ของเขา Jasmine Tan ก็เกิดตั้งครรภ์ เป็นลูกสาว พวกเขาทั้งคู่ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก พากันซื้ออุปกรณ์สำหรับเด็กทารกมากมาย แต่ทว่าความตื่นเต้นยังไม่ทันหมด ก็มีเรื่องรายเกิดขึ้นกับเด็กในท้อง อาทิตย์ต่อมาเมื่อไปตรวจครรภ์หมอก็บอกว่า เด็กในครรภ์ได้เ สี ย ชี วิ ตแล้ว

    เหตุการณ์นี้ทำให้ภ ร ร ย า ของพี่โจวเสียใจเป็นอย่างมาก ช่วงนั้นเธอมีชีวิตเหมือนมนุษย์ไร้วิญญาณ เธอผิดหวังและสิ้นหวังเป็นอย่างมาก ได้แต่โทษตนเองมาตลอด 7 ปี จึงจะเดินออกมาจากความทุกข์ในครั้งนั้นได้

    เขาบอกว่าในตอนนั้นมองเห็นภรรยาทุกข์ใจขนาดนี้รู้สึกเห็นใจเธอเป็นอย่างมาก จึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่มีลูกอีกเลยในชาตินี้ เพราะไม่อยากให้ภ ร ร ย า ต้องพบกับความเจ็บปวดอีกครั้งและไม่อยากให้ ภ ร ร ย า ต้องมาทนทุกข์เพราะการตั้งครรภ์อีก

    เขายอมทิ้งประเพณีที่คนจีนนับถืออย่างมากนั้นคือการมีบุตรหลานสืบทอดสกุลเพื่อภ ร ร ย า ที่เขารักมากมาย

    เมื่อมีคนถามว่าไม่รู้สึกเสียใจหรือที่ไม่มีทายาทสืบสกุล เขาตอบอย่างหนักแน่นว่า “ไม่รู้สึกเสียใจที่ตัดสินใจแบบนั้นลงไป การเข้าอกเข้าใจกันนั้นสำคัญมากที่สุด แค่นี้โลกทั้งใบก็งดงามและสมบรูณ์แบบได้”


    เขาบอกว่าคนเราเมื่ออายุเลยวัย 30 ปีไปแล้วสิ่งสำคัญที่สุดก็คือการเรียนรู้ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไร ที่จริงพูดไปพูดมาการดำรงชีวิตที่แท้จริงนั้นคือพื้นฐานของการมีชีวิตอยู่ ต้องดูว่าคุณมองชีวิตของตนเองไว้อย่างไร นั้นก็คือการตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตในวิถีทางเช่นใด “เงินทองและชื่อเสียง” เป็นเพียงเครื่องอำนวยความสะดวกในชีวิต คุณสามารถเย็นชา เห็นแก่ตัวได้ แต่สำหรับคนที่มีความสุขในชีวิตจะไม่มีวันทำแบบนั้น

    ครึ่งแรกของชีวิตดูว่าคุณสามารถหยิบมาได้มากน้อยเพียงใด ส่วนครึ่งหลังของชีวิตก็ต้องดูว่าคุณวางมันลงได้มากน้อยเพียงใด มือหนึ่งจับ อีกมือวางลง นี่แหละคือวิถีชีวิตแห่งความฉลาดที่จะทำให้คนเราเติบโต

ที่มา : LIEKR

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ