เปิดตำนาน "ครอบครัวกำมะลอ" แอบอ้างเป็นราชวงศ์ ได้ใช้ชีวิตสุขสบายในราชวัง 40 ปีโดยไม่มีใครจับได้

LIEKR:

กว่า 40 ปีที่ไม่มีจับได้ว่าเธอโกหก !!

    เรื่องราวของ ‘ครอบครัวกำมะลอ’ ที่อ้างตัวเองว่าเป็น ‘ราชวงศ์’ มาอาศัยอยู่ในบ้านหรูกลางเมืองหลวงหลายสิบปี เพิ่งจะถูกเปิดโปงเมื่อไม่นานมานี้…

Sponsored Ad

    เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 1970 ปีก่อนที่เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย มีหญิงหม้ายคนหนึ่งนามว่า Begum Wilayat และลูกอีกสองคนที่อ้างตัวว่าเป็นราชินี จากราชวงศ์ Nawab แห่งแคว้น Oudh ของประเทศเปอร์เซีย

    ครอบครัวโดยสารรถไฟมาลงที่เมืองนิวเดลี เมืองหลวงของประเทศอินเดีย พร้อมกับประกาศว่าตนเป็นเชื้อพระวงศ์ของแผ่นดินที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือ

Sponsored Ad

 

ครอบครัวของ Wilayat ที่สถานีรถไฟในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

Sponsored Ad

    และราชวงศ์ของพวกเขาได้ สู ญ สิ้ น แผ่นดินที่อาศัยอยู่จากความ แ ห้ ง แ ล้ ง เมื่อปี 1856 เลยทำให้ต้อง อ พ ย พ ลงใต้มา

Sponsored Ad

    ครอบครัวปฏิเสธที่จะออกไปจากสถานีรถไฟ และเรียกร้องกับทางรัฐบาลอินเดียมอบที่ดินและบ้านหลังใหญ่ให้อยู่อาศัย โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่กลับถูกทอดทิ้งให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างอดๆ อยากๆ

Sponsored Ad

    ทางด้านรัฐบาลของอินเดียในยุคนั้นเกรงว่าหากไม่ทำตามข้อเรียกร้อง อาจจะทำให้กลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศขึ้นมาได้

    ก็เลยยื่นข้อเสนอให้ครอบครัวนี้ไปอาศัยอยู่ในคฤหาสน์รับรองในเมือง Lucknow แต่ทว่าผู้เป็นแม่ก็ปฏิเสธเพราะมองว่าคฤหาสน์นั้นเล็กเกินไป ไม่เหมาะสมกับฐานันดรของเธอ

    ครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ที่สถานีรถไฟ เป็นเวลากว่า 10 ปี โดยการใช้ห้องของสถานีรถไฟจัดแต่งด้วยผ้าห่มหนาๆ หลายผืน และข้าวของเครื่องใช้โบราณที่ขนมาด้วย

Sponsored Ad

 

ภาพของ Wilayat ที่อาศัยอยู่ที่สถานีรถไฟ

Sponsored Ad

ภาพจาก The New York Times

    จนกระทั่งในปี 1984 นายกรัฐมนตรี Indira Gandhi ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ครอบครัวได้เข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในเขตพระราชฐาน Malcha Mahal ที่อยู่ใจกลางเมืองนิวเดลี หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่ปรากฎตัวออกมาให้ใครเห็นอีกเลย….

    ต่อมาในปี 1997 ลูกสาวและลูกชายของหญิงหม้าย ที่อ้างตัวว่าเป็นราชินี ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อของประเทศอังกฤษว่าแม่ของพวกเขาได้ เ สี ย ชี วิ ต ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วจาก โ ร ค พิ ษ สุ ร า เ รื้ อ รั ง

    ก่อนที่ในปี 2016 และ 2017 ที่ผ่านมา จะมีรายงานจากสื่อว่าลูกทั้งสองคนก็ได้ เ สี ย ชี วิ ต ไปแล้ว ด้วย โ ร ค ไ ข้ เ ลื อ ด อ อ ก

 

ภาพของเจ้าชาย (ลูกชายของ Wilayat) ในเขตราชฐานที่อยู่ใจกลางกรุงนิวเดลี ถ่ายในช่วงบั้นปลายของชีวิต

 

    เรื่องราวดูเหมือนจะจบลงแค่นี้ แต่ว่าไม่ใช่แบบนั้นครับ เพราะล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีนักข่าวหญิงชื่อว่า Ellen Barry จาก New York Times

    เธอใช้เวลากว่า 4 ปี เดินทางไปเก็บข้อมูลในปากีสถาน อินเดีย และอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ก่อนจะออกมาเปิดโปงว่า ‘เรื่องราวที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่ถูกกุขึ้นมา’

    “ฉันสงสัยมาตลอด เกี่ยวกับเรื่องราวของครอบครัวที่อ้างว่าตัวเองเคยเป็นผู้ดี แต่ทำไมเบื้องหลังของพวกเขาถึงหายไป พวกเขาเป็นใครกันแน่?” Ellen เขียนข้อความนี้ลงในบทความ

    Ellen ได้ทำการสืบสาวข้อมูลถึงต้นตระกูลของ Wilayat และลูกๆ แต่ก็พบข้อมูลที่น่าสนใจ

    เพราะจริงๆ แล้วเธอไม่ได้เป็นราชินีแห่งเปอร์เซียอย่างที่กล่าวอ้างเอาไว้ แต่เป็นแม่หม้ายที่มีสามีเป็น ‘อดีตข้าราชการ’ ในเมือง Lucknow (ถึงว่าล่ะทำไมตอนบอกให้ไปอยู่ที่นั่นถึงไม่ไป แต่ยอมทนอยู่ที่สถานีรถไฟได้นานถึง 10 ปี)

    นอกจากนี้ยังพบข้อมูลอีกว่า หลังจากที่สามีของเธอ เ สี ย ชี วิ ต ไปได้ไม่นาน Wilayat ต้องเข้ารักษาอาการเกี่ยวกับ จิ ต เ ว ช ที่โรงพยาบาลในเมือง Lahore ก่อนที่จะมาสถาปนาตัวเองเป็นราชินีจากเปอร์เซีย

 

สภาพพระราชฐานในกรุงนิวเดลี ที่ถูก ทิ้ ง ร้ า ง  หลังจากที่สมาชิกในครอบครัวของ Wilayat ได้ เ สี ย ชี วิ ต ไปหมดแล้ว

    ซึ่งลูกอีก 2 คนของเธอก็เห็นดีเห็นงามด้วย แต่ว่าจากการตรวจสอบของ Ellen พบว่า Wilayat ไม่ได้มีลูกแค่ 2 คน!?

    แต่มีลูกชายอีกคนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับความคิดของเธอและจากไปใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษ ทำงานส่งเงินมาให้ครอบครัวใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ก่อนที่จะ เ สี ย ชี วิ ต ลงไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาในเมือง Bradford เตียงข้างภรรยาของเขา

.

.

.

.

ข้อมูลและภาพจาก nytimes / BBC / แคทดั๊มป์

บทความที่คุณอาจสนใจ