เผยชีวิตล่าสุด "ยุ้ย รจนา" อายุ 45ปี หลังเคยตกอับ ต้องเร่ร่อนข้างทาง จนต้องไปพบหมอ

LIEKR:

ไม่มีใครตกอับ ถ้าใจเรายังสู้ค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ

    ยิ่งกว่าละครหลังข่าว เผยชีวิตล่าสุด ยุ้ย รจนา ที่ปัจจุบันอายุ 45 ปีแล้ว เผยชีวิตหลังเคยตกอับ ต้องเร่ร่อนข้างทาง จนมีภาพที่ปรากฏออกทางสื่อของ "สาวยุ้ย" นั้น ช่างแตกต่างจากภาพของเธอในอดีต ที่เคยเด่นดังระดับอินเตอร์ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นคนละคน 

    หลายคนรู้จักเธอกันอย่างแน่นอน รจนา เพชรกันหา หรือยุ้ย เป็นนางแบบชาวไทย ที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศระหว่างช่วง พ.ศ. 2537 - พ.ศ. 2545 เป็นนางแบบชาวไทยคนแรกของสังกัด Storm Model Management (อีกสองคนคือ ตะวันและเจสสิก้า จาก Asia's Next Top Model), เป็นนางแบบนิตยสารโวค ฉบับเอเชีย, เดินแบบแฟชั่นในฝรั่งเศส อิตาลี สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ และติดอันดับ 1 ใน 12 ซูเปอร์โมเดลโลกในช่วงเวลาดังกล่าว

 

Sponsored Ad

 

    "ยุ้ย" เป็นชาวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของนางจันทร์ดี ทองดี มีส่วนสูง 174 เซนติเมตร จบการศึกษาเพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วเข้ากรุงเทพมหานครเพื่อมาศึกษาการศึกษานอกโรงเรียนและอาศัยกับพี่ชาย 

 

Sponsored Ad

 

    วันหนึ่งได้ไปทานอาหารที่โต้รุ่งแถววัดธาตุทอง แล้วแมวมองไปสะดุดตาจึงให้หมายเลขโทรเธอ พร้อมชักชวนให้ถ่ายแบบ และได้เข้าประกวดซูเปอร์โมเดล ออฟ ไทยแลนด์ (Super Model of Thailand 1994) เมื่อ พ.ศ. 2537 ได้ตำแหน่งชนะเลิศ และได้เซ็นสัญญากับเอเจนซีนางแบบ เพื่อไปทำงานในต่างประเทศ เมื่ออายุ 18 ปี มีงานเดินแบบหลักๆ อยู่ที่ ปารีส มิลาน นิวยอร์ก และลอนดอน และถ่ายแบบโฆษณาสินค้าเป็นจำนวนมาก เคยเป็นตัวประกอบในภาพยนตร์ The Fifth Element (1997)  จนสามารถทำรายได้สูงสุดปีละ 50 ล้านบาท

 

Sponsored Ad

 

    เธอมาจากครอบครัวที่พ่อแม่หย้าร้างกัน จึงหลงเชื่อคนง่าย ชีวิตการงานเริ่มตกต่ำ หลังจากเพื่อนนางแบบชักจูงให้ชีวิตของเธอดิ่งลง จนทำให้เสียการงาน จนถูกยกเลิกสัญญา และต้องเดินทางกลับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2545 รวมใช้ชีวิตเป็นนางแบบในต่างประเทศ 8 ปี

 

Sponsored Ad

 

    หลังจากกลับประเทศไทย เธอไม่มีงานทำ ประกอบกับชีวิตที่ติดสุรา ต้องไปทำงานโรงงาน ต่อมาได้มีงานถ่ายแบบ เดินแบบ และเป็นอาจารย์สอนเดินแบบโดยมาพักกับพี่ชาย และอดีตเพื่อนบ้านย่านประเวศ

    วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2556 มีผู้พบเห็นเธอที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่เขตภาษีเจริญ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามแล้วพบว่า เธอมีอาการของโรคไบโพล่า มีติดบุหรี่และใช้ยาดมตลอดเวลา 

 

Sponsored Ad

 

    ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสมเด็จพระเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำส่งกลับโรงพยาบาลอีกครั้ง

    ต่อมาในเดือนเมษายนปี พ.ศ. 2557 อาการของเธอดีขึ้น จึงได้ออกจากโรงพยาบาล และพร้อมที่จะกลับคืนสู่วงการแฟชั่นและบันเทิงอีกครั้ง พร้อมกับได้ออกหนังสืออัตชีวประวัติของตนเองออกมาด้วย ชื่อหนังสือ 'Real Life Yui Rojjana เจาะชีวิตจริง ยุ้ย รจนา นางแบบระดับโลก' โดยได้ยอมรับว่าเคยมีลูกสาว แต่ได้ถูกผู้เป็นสามีพาเอาไปตั้งแต่แรกคลอด ปัจจุบันลูกสาวน่าจะอายุประมาณ 18 ปี

 

Sponsored Ad

 

    หลังจากที่ชีวิตพลิกผันต่างๆนานามากมาย ปัจจุบันทำงานด้านโมเดลลิ่งโดยเปิดโมเดลลิ่งร่วมกับทีมงานในชื่อโค้ช โมเดลลิ่งเอเจนซี่ ทำหน้าที่เป็นครูสอนเดินแบบและเมนเทอร์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ในงานเป็นครูสอนเดินแบบ ลูกศิษย์เอกของยุ้ย ตัวอย่างเช่นมีมี่ เทา(Mimi Tao) นางแบบคนแรกของเมืองไทย(สาวประเภทสอง) ที่มีรูปลงในนิตยสาร British Vogue ประเทศอังกฤษ ฉบับเดือนกรกฎาคม 2559 และได้ร่วมงานกับแบรนด์ HezzuHezzuzuu ประเทศฟินแลนด์  

    อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง : “มีมี่ เทา” จากเณรห่มผ้าเหลือง สู่นางแบบข้ามเพศไทย โด่งดังในอเมริกา

Sponsored Ad

    มิ้นท์ ผู้เข้าประกวดรายการ เดอะเฟซไทยแลนด์ ซีซั่น 3 ทีมลูกเกด เมทินี ส่วนลูกศิษย์คนอื่นๆของยุ้ยก็มีงานเดินแบบ ถ่ายแบบและประกวดตามเวทีต่างๆอย่างต่อเนื่อง นอกเหนือจากนั้นยุ้ยยังคงมีงาน รับงานทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศอยู่ ด้านชีวิตส่วนตัว เวลาว่างชอบบวชชีพราหมณ์และปฏิบัติธรรมเพื่อเป็นการรักษาศีลพักผ่อนรักษาจิตใจให้สงบ

    ก่อนหน้านี้ เธอได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “อยากเจอลูกค่ะ แต่ตอนนี้อยากให้เขาเข้มแข็งกว่านี้ ไม่อยากเจอเขาตอนนี้ คือให้เขาได้ติดตามเราก็ดีแล้ว ให้เขาได้ข่าวเราว่าดีขึ้นๆ ลูกเราจะได้ภูมิใจ แต่ตอนนี้อยากให้ลูกแข็งแรงก่อนที่จะเจอเรา ถ้าเกิดเจอเราสภาพย่ำแย่ ยุ้ยสงสารลูกเพราะว่าไม่อยากให้เขาเจอเราแบบนั้น ถ้าลูกโตและเข้มแข็งพอที่จะเจอเรา เพราะสภาพเราก็ย่ำแย่”

    "เราคิดถึงลูกเหมือนเดิม รักลูก อยากจะให้เขาพร้อมเป็นเพื่อนกัน คุยกันได้ แต่ถ้าเขายังเด็กเล็กเขาอาจจะไม่เข้าใจเรา ที่เราจากมาเพราะเราเลี้ยงเขาไม่เป็น เราไม่เคยเลี้ยงใคร"

    "ลูกเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราพยายามทำตัวให้ดีขึ้น เพราะอยากให้ลูกเห็นสิ่งที่ดีๆ จากเรา ไม่อยากเห็นเขาตอนที่แย่ เขาแย่เราก็สงสารเขา เราก็กลัวเขาเป็นปมด้อย เขาต้องไปโรงเรียนอะไรอย่างนี้กลัวโดนล้อ"

    "ตอนนี้พยายามทำตัวให้ดีขึ้น เป็นครูสอนเดินแบบ เปิดโรงเรียนเทรนนิ่งที่ปทุมธานี สามโคก ตอนนี้ก็มีงานแฟชั่นโชว์ มีงานบ้างเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เข้ามาติดต่อให้เป็นพรีเซนเตอร์ และก็เป็นช่างภาพเบลเยียมคุยโปรเจกต์กันอยู่ อาจจะไปถ่ายแบบที่นู้น"


บทความที่คุณอาจสนใจ