คู่รักย้ายมาอยู่ชนบท "สร้างบ้าน" กลางทุ่งนาป่าเขา ให้ลูกได้ศึกษาชีวิตอยู่แบบพอเพียงนั้นสุขล้นแค่ไหน

LIEKR:

คู่รักย้ายมาอยู่ชนบท "สร้างบ้าน" กลางทุ่งนาป่าเขา ให้ลูกได้ศึกษาชีวิตอยู่แบบพอเพียงนั้นสุขล้นแค่ไหน

    ในโลกแห่งปัจจุบันนี้มีพนักงานออฟฟิศจำนวนนับไม่ถ้วนในทุกพื้นที่ทั่วโลก พวกเขาตกอยู่ภายใต้แรงกดดันและความเหนื่อยล้าทุกวัน ก้มหน้าก้มตาดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ หักโหมในการทำงานเพื่อชีวิตอยู่รอดในสังคมยุคนี้

    วันนี้แอดมินจะพาไปชมเรื่องราวชีวิตของครอบครัวญี่ปุ่น ที่ตัดสินใจออกจากงานที่ทำประจำในเมือง เพื่อย้ายไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ซึ่งในตอนแรกพวกเขาก็เป็นเช่นเดียวกับทุกคนที่ดิ้นรนทำงานในเมืองใหญ่ 

Sponsored Ad

    แต่สุดท้ายพวกเขาก็เข้าใจชีวิตมากขึ้น จึงตัดสินใจที่จะละทิ้งชีวิตที่น่าเบื่อนี้ เพื่อย้ายไปอยู่ในชนบทสร้างบ้านกลางทุ่ง

Sponsored Ad

.

    พวกเขาอาศัยอยู่ที่จังหวัดเฮียวโงะ ประเทศญี่ปุ่น

    敏森裕子 (หมิงเซิงยวี่จื่อ)และสามีมีลูกชายหนึ่งคนและลูกสาวหนึ่งคน

    ปีนี้เป็นปีที่ 10 ที่พวกเขาได้ออกจากตัวเมืองและกลับไปอยู่อาศัยในชนบท

Sponsored Ad

    แม้ว่าครอบครัวจะไม่ได้ร่ำรวยมากมาย

    แต่การใช้ชีวิตในแบบชนบทของพวกเขาก็เป็นที่น่าอิจฉาของคนจำนวนไม่น้อย

.

Sponsored Ad

    ครอบครัวสี่คนอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ

    แต่มีการตกแต่งบ้านที่ดูอบอุ่นและสะอาดตา

Sponsored Ad

.

    ในสวนของพวกเขาปลูกพืชผักไว้มากมาย

    ยิ่งไปกว่านั้นคือบริเวณรอบบ้านยังมีทุ่งนาให้พวกเขาได้วิ่งเล่น และทำกิจกรรมด้วยกัน

Sponsored Ad

    บนโต๊ะอาหารของห้องรับแขกจะมีอาหารที่สดใหม่อุดมไปด้วยโภชนาการมากมายน่ารับประทานมาก

    หมิงเซิงยวี่จื่อได้ถ่ายภาพบันทึกความทรงจำในแต่วันที่อาศัยในชนบทไว้ แม้ว่าจะดูเหมือนตัดขาดจากโลกภายนอกมากมายหลายอย่าง แต่ทุกภาพเต็มไปด้วยความสุข

Sponsored Ad

และเมื่อเธอโพสต์ลงใน IG ก็ดึงดูดผู้ชม 120,000 คนบน IG

.

    ไม่ว่าจะฤดูไหนเด็กๆก็ได้สนุกกันมาก

    คู่รักคู่นี้มีความฝันอยากมีบ้าน 3 เหลี่ยมเล็กๆ พวกเขาคิดใตร่ตรองอยู่นาน ถึงจะตัดสินใจกลับมาอาศัยที่ชนบท พวกเขาได้สร้างบ้านในฝันอยู่ข้างบ้านของพ่อแม่ของพวกเขา

    พวกเขาอาศัยในบ้านหลังเล็กๆนี้มานาน 10 ปีได้แล้ว เป็นบ้านที่ทั้งคู่ร่วมมือร่วมใจคิดและสร้างมันขึ้นมาด้วยมือของตนเอง เรียบง่ายในแบบสไตล์ญี่ปุ่น แต่ภายในเต็มไปด้วยความทรงจำที่งดงามและแสนอบอุ่น

    บางครั้งลูกๆก็จะไปเล่นกับคุณปู่คุณย่า เพราะบ้านหลังนี้มีโซฟาที่ใหญ่มากแล้ว นอกนั้นเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดทั้งสองเป็นคนต่อเติมเอง

    ชุดโต๊ะทำงานในแบบโบราณที่ดูเรียบง่ายคลาสสิคมาก

    มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกที่ในบ้าน

    วัสดุสิ้นเปลืองที่นำกลับมาใช้ใหม่ ทำให้เป็นของใหม่

    ไม่เพียง แต่เพียงสิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีความทนทานเท่านั้น เพิ่มบรรยากาศชนบทอีกเล็กน้อย

.

    ชุดห้องรับแขกกับโต๊ะมินิที่ทำขึ้นเพื่อลูกๆ น่ารักมากเลย

.

    ลูกสาวเป็นคนชอบแต่งตัวตั้งแต่ยังเล็ก ในทุกเช้าเธอต้องยืนส่องกระจกอยู่นานกว่าจะได้ไปโรงเรียน

    เธอก็เช่นเดียวกับคุณแม่ชาวญี่ปุ่นคนอื่น ๆ ที่ต้องมีมุมเล็กมุมน้อยสำหรับเป็นที่เก็บของ

    เธอยังจัดระเบียบอย่างเรียบร้อย

    ห้องครัวก็เช่นกัน เธอจัดเก็บได้อย่างเรียบร้อยมาก

.

    อุปกรณ์เครื่องครัวต่างๆ เธอก็จะจัดวางไว้บนชั้นวางของอย่างเป็นระเบียงสวยงาม

.

.

    ส่วนเครื่องปรุงต่างๆก็เก็บใส่ขวดแก้ว แยกระเบียบไว้อย่างเรียบร้อย

    ส่วนผักสดก็แช่ในช่องใส่ผัก แต่ก็ห่อกระดาษไว้ด้วย

    ส่วนของแช่ช่องฟิตก็แบ่งแยกเรียบร้อยเลย

นี่คือห้องแต่งตัวห้องเสื้อผ้า และ ห้องนั่งเล่นของลูกๆ

    แม้ห้องจะเล็ก แต่ก็สามารถวางของได้ทั้งหมด

    ห้องใต้หลังคานั่งชมวิวสบายเลย

    เดินออกมานอกหน้าต่างก็จะพบวิวที่สบายตา ภูเขาและทุ่งนาที่สวยงามมาก

.

    ช่วงหน้าหนาวหิมะตกก็มีบรรยายกาศของหิมะที่เต็มไปด้วยสีขาวงดงามไปอีกแบบ

        ส่วนหน้าร้อนก็มีผลไม้หน้าร้อนให้ได้กิน

    เพราะผักและผลไม้ที่ก็ไม่ต้องกลัวหมด เพราะพวกเขามีสวนที่ร่วมด้วยช่วยกันปลูกขึ้นมาเองกับมือเลยนะ

    นี่ไงสุกแล้ว เด็ดกินได้ สดจากต้นเลย

    นี่คือผักที่เก็บมากจากส่วนของที่บ้าน

    บ้านที่มีน้ำ มีภูเขาให้ได้อาศัย ใกล้ชิดธรรมชาติที่สุด

    เธอสอนให้ลูกๆทำขนม อาหารของว่างเองตั้งแต่เล็ก ทำให้พวกเขารักการเข้าครัวเป็นอย่างมาก เป็นผู้ช่วยของแม่ตั้งแต่ยังเล็กๆเลย

.

.

    กิจกรรมที่คนในเมืองไม่เคยได้สัมผัส แต่พวกเขาได้ทำทุกปี

    หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็นำข้าวสารมาตำ เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆเลย

    เมื่อลมพัดมาก็ไปวิ่งเล่นปล่อยว่าวเล่นกัน เพราะที่นี้พื้นที่กว้างเยอะ

    หรือจะขับจักรยานเล่นก็ได้

    กิจกรรมที่หลายคนชื่นชอบมากก็คือ การลงไปจับปลาตามแม่น้ำ ลำธาร

    กินข้าวท่ามกลางทุ่งนา บรรยากาศที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

    บางช่วงก็ปลูกต้นทานตะวัน มาถ่ายรูปกันสวยงามมากจริงๆ

    สองพี่น้องเล่นกันจนเหนื่อย มากินอาหารที่แม่เตรียมไว้ดีกว่า

    น่ากินมาก เหนื่อยแค่ไหนก็ยอมแล้วทีนี่

.

.

.

.

    ถึงเวลาของว่างแล้ว แม่ทำเองกับมือเลยนะเนี่ย

.

.

.

.

.

.

    แม้ว่าจังหวะชีวิตในชนบทนั้นจะค่อนข้างช้า แต่โดยพื้นฐานแล้วครอบครัวก็ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง อยากได้เท่าไหร่ก็สร้างเท่านั้น

    แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ขี้เกียจ เพราะสามีจะนำผลิตภัณฑ์ไม้ของเขาไปวางขายบนอินเทอร์เน็ต หรือที่ตลาดนัดตามปกติที่จัดขึ้น เพื่อหารายได้มาเป็นค่าครองชีพ

.

    และหมิงเซิงยวี่จื่อมักมีนิสัยชอบเขียนไดอารี่ เธอจัดเรียงภาพถ่ายในชีวิตของเธอออกมามากมายและวางแผนที่จะจัดพิมพ์หนังสือ เพื่อแบ่งปันชีวิตในชนบทกับผู้อ่าน

    เธอคิดว่า แม้ว่าจะอาศัยในชนบทที่ไม่มีชีวิตรวดเร็วเหมือนเมืองใหญ่

    แต่ที่นี่ยังมีฟาร์มและงานบ้านที่ไม่มีที่สิ้นสุด

    ไม่ว่างเหมือนกันนะ มันยุ่งกันคนละแบบ

    แต่ชีวิตในชนบทนั้นสะดวกสบายและมีความสุขมากกว่าในเมืองใหญ่จริงๆ

    ดังนั้นชีวิตช่วงวัยเด็กของลูกๆจึงไม่ได้มีเพียงมือถือ เล่นเกมเท่านั้น แต่ยังมีลม ภูเขา ลำธาร ดอกไม้ที่สวยงาม เห็นแสงอาทิตย์ที่สวยงาม มีเสียงนกน้อยที่ร้องยามเช้า

    ชีวิตแบบนี้แหละที่ครอบครัวของหมิงเซิงยวี่จื่อต้องการ ...

ที่มา: lookingforward

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

บทความที่คุณอาจสนใจ