เริ่มต้น 500 บาท ก็ทำเกษตรได้! แนวทาง 7 อาชีพ "เกษตรทุนน้อย" สำหรับมือใหม่ แต่ไม่มีเงินลงทุน!

LIEKR:

ประหยัดงบสุดๆ ต้องลองทำดูบ้างแล้ว!

หมายเหตุ : สามารถรับชมคลิปเต็มได้ที่ด้านล่างบทความค่ะ

      ในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะเอื้ออำนวย อยากจะลงทุนทำอะไรก็ยากไปหมด เรามีไอเดียดีๆมานำเสนอสำหรับใครที่อยากจะลองเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกผัก แต่ไม่มีเงินลงทุน วันนี้เรามีข้อมูลดีๆสำหรับการปลูกผักง่ายๆ กับการลงทุนแค่ไม่กี่ร้อยบาท ก็สามารถปลูกผักได้ และยังสามารถนำไปต่อยอดทำกำไรในอนาคตได้อีกด้วย

Sponsored Ad

1.เพาะถั่วงอกในขวดพลาสติก (งบ 350 บาท)

        - ขวดพลาสติกเปล่า 0 บาท

Sponsored Ad

        - ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม 35 บาท (10 กิโลกรัม = 350 บาท)

        วิธีเพาะปลูก

        1.นำเมล็ดถั่วเขียวไปแช่ในน้ำอุ่น 1 คืน เพื่อให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น

Sponsored Ad

        2.จากนั้นนำขวดพลาสติกมาเจาะรูให้สามารถระบายน้ำได้ ไว้สำหรับเพาะเมล็ดถั่ว

        3.ถั่วเขียวที่แช่น้ำเรียบร้อบแล้ว นำมาใส่ในขวดที่เตรียมไว้ ใช้ผ้าห่อขวดไว้เพื่อเก็บความชื้น และอย่าให้แสงส่องผ่าน เพาะจะทำให้ใบงอกออกมา

        4.ทำการรดน้ำ 2 เวลา เช้า-เย็น ใช้เวลา 3 วัน ก็สามารถเก็บขายได้แล้ว

Sponsored Ad

*ถั่วเขียว 1 กิโลกรัม จะเพาะถั่วงอกได้ 7 กิโลกรัม ขายได้กิโลกรัมละ 10 บาท ดังนั้น 1 กิโลกรัม จะได้กำไร 35 บาท

2. เพาะเห็ดนางฟ้าภูฎานในบ่อปูนซีเมนต์ (งบ 470 บาท)

Sponsored Ad

        - ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าภูฎาน ก้อนละ 10 บาท (1 บ่อ สามารถเพาะได้ 35 ก้อน = 350 บาท)

        - บ่อปูนซีเมนต์ 120 บาท

        - แผ่นไม้เก่าๆ 1 แผ่น

        - ผ้าคลุม

Sponsored Ad

        วิธีเพาะปลูก

        1.นำบ่อปูนสำหรับเพาะปลูก ตะแคงในแนวตั้ง ใช้แผ่นไม้มาวางรองเพื่อเป็นฐาน

        2.เปิดก้อนเชื้อเห็ดและแกะเศษต่างๆที่หุ้มตรงจุกก้อนเชื้อเห็ดออก แล้วนำไปวางในบ่อปูนเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ

        3.วิธีรดน้ำ สามารถรดลงบนก้อนเชื้อเห็ดได้ โดยอย่าให้น้ำเข้าไปในช่องก้อนเชื้อ สามารถรดน้ำใส่ผ้าคลุมอีกที เพื่อเก็บรักษาความชื้นไว้

Sponsored Ad

        4.ทำการรดน้ำวันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น ใช้เวลา 3-7 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก

*ราคาขายเห็ดนางฟ้าภูฎาน กิโลกรัมละ 100-120 บาท

3.เพาะเห็ดฟางในตะกร้า (งบ 150-300)

        -หัวเชื้อเห็ดฟาง 50 บาท

        -ตะกร้า 5 ใบ ราคาใบละ 20 บาท = 100 บาท

        -ฟางข้าว ขี้เลื่อย

        -ถุงพลาสติกดำ 50 บาท

        -ชั้นวางของเก่าๆ

        วิธีเพาะปลูก

        1.แช่ฟางข้าวในน้ำ 1 คืน แล้วผึ่งให้แห้ง

        2.ใส่ฟางที่ผึ่งเรียบร้อยแล้ว กับขี้เลื่อย ลงไปที่ก้นตะกร้า จากนั้นโรยเชื้อเห็ดฟางตามลงไป

        3.ทำซ้ำแบบข้อ 2 จนเต้มตะกร้า แต่เน้นชั้นบนสุด โรยขี้เลื่อยกับหัวเขื้อให้เยอะๆ เพื่อที่เห็ดจะได้ออกดอกเต็มพื้นที่

        4.ทำการครอบด้วยถุงดำ แล้วรอประมาณ 4-5 วัน จะสังเกตุเห็นว่ามีละอองน้ำเกาะที่ถุงดำอยู่ แต่ถ้าหากไม่มี ก็สามารถรดน้ำเพิ่มได้

        5.รอเวลาประมาณ12 วัน เห็ดจะเริ่มออกดอก แล้วรออีก 5 วัน ให้เห็ดบานเต็มที่ก็เก็บดอกได้เลย เห็ด 1 ตะกร้า จะได้เห็ดประมาณ 2 กิโลกรัม

*ช่วงวันที่ 4 ถึงวันที่ 9 ห้ามเปิดถุงเด็ดขาด เพราะจะทำให้เห็ดไม่ออกดอก

4.เพาะสาระแหน่ในตะกร้า (งบ 420 บาท)

        – ตะกร้าพลาสติก 20 บาท

        – ถาดรองสำหรับกักเก็บน้ำ 20 บาท

        – หินเพอร์ไลท์ + ถาดหลุม 160 บาท ( หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ )

        – ปุ๋ยน้ำ 200 บาท

        – สาระแหน่กำละ 10 บาท 2 กำ = 20 บาท (หาซื้อได้ตามตลาด)

        วิธีเพาะปลูก

        1.เลือกยอดอ่อนสาระแหน่ ที่ดูสมบูรณ์ที่สุด ใบไม่หลุดร่วง เพราะมีผลต่อการเพาะปลูก

        2.เด็ดใบส่วนล่างออก ให้เหลือแต่ใบเลี้ยงไว้ที่ปลายยอด 2-3 ใบ

        3.นำยอดอ่อนที่เตรียมไว้ปักลงในถาดหินเพอร์ไลท์อย่างเบามือ

        4. นำถาดหินเพอร์ไลท์ไปใส่ลงในตะกร้า แล้วนำตะกร้าวางไว้ในถาดรองอีกที พยายามรักษาระดับน้ำให้อยู่ระดับฐานของตะกร้าตลอดเวลา

        5. ใช้เวลา 1 เดือนจะเริ่มแตกใบออกยอดเป็นต้นสาระแหน่ และสามารถนำยอดอ่อนใหม่มาขยายเพาะซ้ำได้เรื่อยๆ

5.เพาะใบโหระพา-กะเพรา (งบ 150 – 300)

        -ตะกร้า ใบละ 20 บาท

        -เมล็ดใบโหระพา-กะเพรา ชุดละ 100 บาท (ประมาณ 500 เมล็ด)

        -ดินสำหรับเพาะปลูก

        วิธีเพาะปลูก

        1. เตรียมดินละเอียดเทลงตะกร้า

        2. หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง แล้วใช้ฟางหรือปุ๋ยคอกกลบทับบางๆ

        3. รดน้ำตามทันที ควรใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็กๆ

        4. จากนั้นอีกประมาณ 7 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า

        5. รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ค่อยถอนแยกจัดระยะต้นให้ทีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร

        6. และก็รอให้ต้นกล้าโตเต็มที่ก็สามารถเก็บได้

6.เพาะผักบุ้งจีน (งบ 200 – 300 บาท )

        -กระถางที่จะใช้ปลูก

        – กาบมะพร้าวสับ 50 บาท

        -เมล็ดผักบุ้ง 1 กิโลกรัม 140 บาท

        -ดินและฟางสำหรับคลุมหน้าดิน

        วิธีเพาะปลูก

        1. นำเมล็ดผักบุ้งแช่น้ำไว้ 1 คืน จากนั้นก็ห่อด้วยผ้าต่ออีก 2 คืน ให้ผ้าชื้นตลอดเวลาเพื่อเป็นการเร่งให้งอกเร็วขึ้น

        2. จากนั้นรอให้รากขาวๆ ของผักบุ้งงอกออกมา

        3.เมื่อเมล็ดผักบุ้งงอกรากแล้ว ก็นำลงไปปลูกในดินหลุมละเมล็ด โดยเอานิ้วกดลงไปในดินที่เตรียมไว้แล้ว

        4. ปิดปากหลุมแล้วรดน้ำ นำฟางมามาคลุมหน้าดิน กันหน้าดินแบบแห้ง

        5. รอต้นผักบุ้งงอกออกมา ก็สามารถเก็บได้แล้ว

        *วิธีตัดผักบุ้งจีน ให้ตัดเหลือตาติดที่ใบประมาณ 2 ตาจากพื้นดิน เพราะเขาจะแตกกิ่งใหม่มาให้เราเก็บกินอีก 2-3 ครั้ง ให้ตัดแบบนี้ทุกครั้ง

7.เพาะผักกวางตุ้ง (งบ 100 – 300 บาท)

        -กระถางสำหรับเพาะปลูก

        -เมล็ดผักกวางตุ้ง 85 บาท (บรรจุ 500 กรัม)

        -ดินเพาะปลูก

        วิธีเพาะปลูก

        1. นำเมล็ดผักกวางตุ้งไปแช่ในน้ำอุ่น ประมาณ 20 นาที

        2. จากนั้นนำดินใส่ในกระถางที่เราเตรียมไว้

        3. หยอดเมล็ดผัก ลงในกระถางเพราะกล้า

        4.แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง โดยใช้ระบบพ่นฝอยหรือใช้สายยางติดหัวฝักบัวในการรดน้ำ

        5. เมื่อกล้าผักมีใบจริงขึ้นมา 2 – 3 ใบ ก็สามารถแยกไปปลูกในกระถางอื่นได้

        6. การปลูกผักกวางตุ้งในกระถางนั้น ต้นควรมีระยะห่างประมาณ 6 เซนติเมตร

        7.ใช้ระยะเวลาประมาณแค่ 30-35 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว

        หากใครไม่ต้องการที่จะปลูกในปริมาณมากๆเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตไว้ขาย สามารถปลูกไว้กินเองสำหรับที่บ้านได้ ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อของได้อีกเยอะเลยทีเดียวค่ะ

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>>>> กดตรงนี้ คลิ๊ก !!!! <<<<<

ข้อมูลและภาพจาก postnonameBRIGHT TV

บทความที่คุณอาจสนใจ