เปิดประวัติ 8 "มหาเศรษฐี" จากคนยากจน สู่เจ้าของแบรนด์ดังระดับโลก ไม่มีแม้เงินไปหาหมอ-ซื้อข้าวกิน!!

LIEKR:

บนโลกนี้ไม่มีแค่คุณที่เกิดลำบาก ...บางคนไม่มีต้นทุนชีวิตที่ดี แต่กลับถีบตัวเองขึ้นมาได้จนกลายเป็นเศรษฐีระดับโลกได้

          เปิดชีวิตของมหาเศรษฐีที่รวยระดับโลก บอกไปใครจะเชื่อบ้างว่า เขาเหล่านี้ล้วนเคยจนและใช้ชีวิตอย่างลำบากมาก่อน ...

Sponsored Ad

          เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ประโยคนี้พิสูจน์อะไรต่อมิอะไรในโลกกลม ๆ ใบนี้มาแล้วหลายอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตของมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จ จนสร้างแบรนด์และผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ใครเลยจะรู้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของมหาเศรษฐีเหล่านี้ ก็เคยผ่านชีวิตที่เรียกว่าจนหรือแทบไม่มีอะไรมาก่อนเหมือนกัน และจากมหาเศรษฐี 14 ท่านที่ business insider ได้เผยออกมาให้ได้รู้ เราก็ขออนุญาตหยิบยกเอาคนรวยที่เราคุ้นหน้าคุ้นตา หรือคุ้นชื่อผลิตภัณฑ์ของเขามา 8 ท่าน ดังต่อไปนี้

Sponsored Ad

1. ยาน คุม CEO WhatsApp

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Jan Koum

Sponsored Ad

          ก่อนจะมายืนอยู่ในตำแหน่ง CEO ของ WhatsApp โปรแกรมสนทนาชื่อดังบนสมาร์ทโฟนด้วยวัยเพียง 37 ปีได้ ยาน คุม ในตอนที่อยู่ในวัย 16 ปี ก็เคยประสบกับปัญหาสภาวะขาดสภาพคล่อง โดยครอบครัวของเขามีปัญหาเรื่องการเงินหนักมาก จนเขาต้องพึ่งคูปองอาหารประทังชีวิตไปวัน ๆ

2. แจ๊ค หม่า CEO Alibaba

Sponsored Ad

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Alibaba.com

        เรียกได้ว่าผู้ชายคนนี้เกิดมาพร้อมกับความจนเลยทีเดียว โดยตั้งแต่เกิดและโตมาในประเทศจีน แจ๊ค หม่า ก็ต้องใช้ชีวิตแบบปากกัดตีนถีบมาเรื่อย ๆ แถมยังเป็นคนเรียนไม่เก่ง เอ็นทรานซ์ไม่ติดถึง 2 ครั้ง สมัครงานพาร์ทไทม์ที่ KFC ก็โดนปฏิเสธ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ฝ่าฟันจนขึ้นแท่น CEO บริษัทอีคอมเมิร์ส นามว่า Alibaba และได้รับความสำเร็จจากสิ่งที่ตัวเองสร้างมาอย่างท่วมท้น

Sponsored Ad

3. อิงวาร์ คัมพราด CEO IKEA

ภาพจาก JobStreet.com 

Sponsored Ad

          ตั้งแต่อายุ 7 ขวบแล้วที่ อิงวาร์ คัมพราด มีความคิดที่อยากค้าขาย โดยเขาได้ขายไม้ขีดไฟให้กับเพื่อนบ้าน และค่อย ๆ เขยิบมาขายดินสอ การ์ดอวยพร จนกระทั่งตอนอายุ 21 ปี ผู้ชายคนนี้ก็พัฒนามาก่อตั้งบริษัทขายเฟอร์นิเจอร์ที่ชื่อว่า IKEA และขยายสาขามาเกือบทั่วโลก

4. โฮวาร์ด ชูลทส์ CEO Starbucks


Sponsored Ad

ภาพจาก Starbucks Newsroom

          เจ้าของร้านกาแฟแบรนด์ดังทั่วโลกอย่าง Starbucks ยังคงไม่ลืมชีวิตในวัยเด็กที่ต้องดิ้นรนเพราะความจนมาโดยตลอด และแม้ในวันนี้ โฮวาร์ด ชูลทส์ จะใส่สูทผูกเนคไทราคาแพงสักแค่ไหน เขาก็ยังจำได้ดีว่าตัวเขาผ่านอะไรมาบ้าง และก็อดภูมิใจไม่ได้ที่มีความกล้ามากพอจะก้าวผ่านรั้วที่ใครก็มองว่าสูงเกินเอื้อมมาได้อย่างสวยงาม

5. โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรชื่อดังในอเมริกา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Oprah Winfrey

          กว่าจะมาเป็น โอปราห์ วินฟรีย์ พิธีกรผิวสีคนแรกของอเมริกาได้อย่างทุกวันนี้ พื้นฐานเดิมเธอก็มาจากครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก แต่ด้วยความพยายามและความสามารถของตัวเอง เธอก็สอบชิงทุนมาเรียนที่ Tennessee State University ได้สำเร็จ และมีโอกาสได้เป็นพิธีกรเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกในสหรัฐฯ ด้วยวัยเพียง 19 ปี

6. ราล์ฟห์ ลอร์เรน CEO Polo

ภาพจาก FashionStock.com / Shutterstock

          เจ้าพ่อแห่งแบรนด์ Polo คนนี้เคยเป็นอดีตทหารมาก่อนนะคะ แถมก่อนจะไปรับใช้ชาติเขายังทำงานในตำแหน่งเสมียนของบริษัทแห่งหนึ่งมาหลายเดือนอีกต่างหาก แต่ราล์ฟห์ ลอร์เรน ก็ยังไม่ทิ้งความฝันในการเป็นดีไซเนอร์ เขายังคงดีไซน์เนคไทขายอยู่เรื่อย ๆ จนในที่สุดในปี ค.ศ. 1968 เขาก็ก่อตั้งบริษัท Polo ด้วยรายได้จากการขายเนคไทกว่า 500,000 ดอลลาร์ (17,750,000 บาท) ได้สำเร็จ

7. ลารี่ เอลลิสัน CEO Oracle 

ภาพจาก JUSTIN SULLIVAN / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / AFP

          ด้วยความที่โตมาในครอบครัวคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ชีวิตในวัยเด็กของเขาจึงไม่ราบรื่นนัก และเมื่อน้าที่คอยเลี้ยงดูเขามาได้เสียชีวิตไป เอลลิสันก็ต้องออกจากบ้านมาทำงานรับจ้างทั่วไปเป็นระยะเวลากว่า 8 ปีเต็ม ๆ แต่ด้วยน้ำพักน้ำแรงและความขยันของเขา ก็ผลักดันให้เขาก่อตั้งบริษัท Oracle database และนำพาให้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองกลายมาเป็นฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

8. โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีมฟุตบอลเชลซี

ภาพจาก magicinfoto / Shutterstock

          ผู้ชายคนนี้กำพร้าพ่อตั้งแต่อายุ 4 ขวบ และในตอนอายุ 18 ปี แม่ก็มาเสียชีวิตทิ้งเขาไปอีกคน ซึ่งหลังจากกลายเป็นเด็กหนุ่มผู้กำพร้า โรมัน อับราโมวิช ก็ใช้ชีวิตแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ จนกระทั่งจับผลัดจับผลูมาทำงานกับบริษัทซื้อ-ขายน้ำมันทางตะวันตกของซีเรีย จุดนี้ทำให้เขาไต่เต้าด้วยความสามารถของตัวเองจนได้เป็นเจ้าของบริษัทน้ำมันแห่งนี้ได้ และมาให้เรารู้จักเขาในตำแหน่งเจ้าของทีมฟุตบอลเชลซีเป็นลำดับต่อมา

          จากประสบการณ์ของเขาเหล่านี้ ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาได้เลยว่า การเป็นมหาเศรษฐีก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่เคยเข้าใจ และบางทีเส้นทางความร่ำรวยก็ไม่ได้สวยงามเหมือนมีกลีบกุหลาบโรย แต่เป็นเส้นทางที่ขรุขระไปด้วยอุปสรรคขวากหนาม และมีเพียงแต่นักสู้ผู้ไม่ย่อท้อต่อชะตาของชีวิตเท่านั้นที่จะแตะเส้นชัยได้

ข้อมูลและภาพ จาก kapook

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ