เปิดใจ "แซม ยุรนันท์" เล่าย้อนพึ่งเข้าวงการ มีสาวเคาะห้องถวายตัวเป็นเมียลับ ควงลูกชาย เผยกฎบ้านสุดเฮี๊ยบ

LIEKR:

เปิดใจ "แซม ยุรนันท์" เล่าย้อนพึ่งเข้าวงการ มีสาวเคาะห้องถวายตัวเป็นเมียลับ ควงลูกชาย เผยกฎบ้านสุดเฮี๊ยบ

    เป็นอีกหนึ่งพระเอกที่ยังคงหล่อตลอดกาลอย่าง แซม ยุรนันท์ ออกมาเปิดใจย้อนชีวิตช่วงดังสุดขีดถังขั้นมีสาวมาเคาะประตูตามกรี๊ดถึงหน้าห้อง พร้อมเผยเรื่องราวความรักกับภรรยา มุก มาริษา ที่ต้องหลบๆซ่อนๆ นานกว่า 10 ปี พร้อมควงลูกชายสุดหล่อ “แมมโบ้ ยุธการ” เผยกฎระเบียบสุดเป๊ะภายในบ้านที่ลูกๆไม่กล้าหือ

    สำหรับลูกๆ บ้านนี้ ที่นอกจากจะหน้าตาดีเหมือนคุณพ่อคุณแม่ไม่พอ แต่ยังคงเรียนเก่ง มากความสามารถจริงๆ ซึ่งแมมโบ้ เพิ่งเรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสาทร แถมยังร้องเพลงเก่งมากๆด้วย ส่วนงานในวงการนั้น คุณพ่อบอกว่า มีคนมาติดต่อเยอะมาก แต่ทำยังไงลูกชายก็ยังไม่ใจอ่อนที่จะเข้าวงการ 

 

Sponsored Ad

 

เห็นว่าตอนหนุ่มๆ ฮอต หล่อมาก ดังมาก สาวๆต้องการตัว จนถึงขั้นมีสาวๆไปเคาะประตูหน้าห้อง ?

    แซม : สมัยนั้นก็มีบ้าง เวลาเราไปแสดงคอนเสิร์ตต่างจังหวัด อาจจะอยากเป็นเพื่อน หลายๆคนอาจจะเคยเจอแบบนี้นะ แต่อยู่ที่ว่าเราจะจัดการยังไงแค่นั้นเอง

 

Sponsored Ad

 

บ่อยมั้ย เกือบทุกจังหวัดที่เราไปมั้ย ?

    แซม : บ่อยนะ ถ้าไปกับคนดูแลเค้าก็จะเปิด 2 ห้องอยู่แล้ว ลงทะเบียนชื่อเราไปเป็นห้องอื่นซะ แล้วก็คุยกับโรงแรมให้รู้เรื่องว่ามันเป็นอย่างนี้นะ แต่บางโรงแรมพนักงานก็บอก บางทีพนักงานก็โทรเอง

 

Sponsored Ad

 

มีแบบบุกเข้ามาถึงขั้นอยากจะเป็นภรรยาลับๆของ แซม ยุรนันท์ บ้างมั้ย แบบถวายตัวให้เลย ?

    แซม : ก็มี แต่เรื่องอย่างนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ได้อยู่แล้ว และมันอยู่ที่การวางตัวของเราด้วย พี่วางตัวนิ่งๆ เป็นพี่มากกว่า ไม่ได้หว่านเสน่ห์พร้อมจะมีอะไร แต่มันก็จะมีบ้างที่ไปต่างจังหวัด แจกลายเซ็น จับมือ มันก็จะมีมือที่มองไม่เห็นมาจับที่ที่มันสำคัญ ที่ที่มองไม่เห็นแต่ช่างแม่นยำเหลือเกิน แรกๆก็เขินๆ อายๆ ไม่อยากบอกให้ใครรู้ว่าเรากำลังโดนลวนลาม แต่หลังๆไม่ได้แล้ว ตะโกนเลย ทุกคนจะได้ช่วยป้องกันหน่อย

 

Sponsored Ad

 

ไม่ใช่ไปงานแล้วเจอเคาะห้องอย่างเดียว ที่ไปเรียนก็มีขับรถไปดักหน้าโรงเรียนก็มี ?

    แซม : ก็ตอนสมัยเรียนมัธยมก็จะมีบ้าง โรงเรียนมีหลายประตูก็ให้เพื่อนดูว่าประตูไหนสะดวก หรือประตูไหนจะกลับกับใครก็จะบอกว่าประตูไหน คนไหน สมัยก่อนมันไม่มีมือถือติดต่ออะไร ก็จากโรงเรียนถ้าจะมาเจอได้ก็ต้องมาดักเจอที่โรงเรียน เราไม่ได้นัดเค้ามาเจอเอง

 

Sponsored Ad

 

คุยถึงเรื่องคนปัจจุบันหน่อย เป็นผู้หญิงที่เมินพี่แซมด้วย ?

    แซม : มันไปพลาดตรงเมินเนี่ยแหละ แล้วจะมาเมินทำไม สมมุติเดินผ่านคนอื่นเค้าก็เดินธรรมดา นี่อะไร ฉันไม่เห็นเธอหรอก

 

Sponsored Ad

 

ครั้งแรกที่เค้าเจอเราเค้าเมินใส่เราเลย เค้าให้เหตุผลมั้ยว่าทำไมเมินใส่เรา ?

    แซม : ก็ถามเค้าว่าทำไมวันนั้นเมินใส่ เค้าก็บอกว่าป่าว เค้าบอกว่าเห็นคนนั้นก็มาปลื้ม คนนี้ก็มาปลื้ม ตอนนั้นเราก็เล่นหนัง เล่นละครแล้ว เป็นนายแบบแล้ว วัยรุ่นสมัยนั้นส่วนใหญ่ก็จะรู้จัก แต่นี่ทำเป็นไม่เห็นจนคอจะหักอยู่แล้ว มันมากไปมั้ย

แล้วพี่เดินหน้าคุยกับเค้าหรือจีบเค้ายังไง ?

Sponsored Ad

    แซม : ยังไม่ทันจะจีบหรอก ก็อยากรู้ว่าทำไม เพื่อนก็ชงกันใหญ่ เพราะเพื่อนในวัยเด็กก็เป็นเหมือนญาติกันหมด ก็โอเคหลังจากนั้นเจอกันก็ อ๋อ ! เค้าไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก เค้าก็เป็นผู้หญิงที่แบบทำไมจะต้องไปตื่นเต้นกับผู้ชายซักคนนึง แต่มันก็ไม่ต้องขนาดนั้นมั้ง ไม่ได้เชิ่ดอะไร ละครเก้าอี้ขาวในห้องแดงยังดูเลย

สมัยก่อนนักแสดงไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องแฟนก็เลยต้องแอบคบกันใช่มั้ย ?

    แซม : จะบอกว่าแอบมั้ยก็ไม่ได้เอิกเกริก ก็ไม่ถึงกับว่าต้องซ่อนตัว แต่เราก็ไม่ได้พาไปในที่ที่ฮือฮาซะมากมาย สมัยก่อนไม่มีโลกโซเชียลอะไร ถ้าข่าวก็เอาไปลงหนังสือพิมพ์เลย

แต่พี่แซมเป็นพระเอก กลัวมั้ยว่าถ้าเราเปิดตัวว่ามีแฟนแล้วความนิยมเราจะลด ?

    แซม : มันกลัว 2 ส่วน ส่วนนึงก็กลัวว่าตัวเองยังเป็นที่นิยมอยู่มั้ย สองก็คือเรากลัวว่าเราไม่รู้จริงๆว่าในอนาคตจะต่อเนื่องแต่งงานอยู่กินจนถึงทุกวันนี้มั้ย ทั้งๆที่เราพยายามที่สุดก็เถอะ พี่เลือกคบใครเป็นแฟนพี่ตั้งใจที่จะคบไปยาวๆ ไม่ได้อยากจะคบแล้วก็เลิก แต่เราไม่รู้ในอนาคตจะมีโอกาสที่จะไปด้วยกันไม่ได้มั้ย สมัยก่อนคือถ้ามันเลิกกันแล้วคนเสียหายคือผู้หญิง เราเป็นผู้ชายก็มีแฟนอีกคนนึง สังคมรับได้ แต่ผู้หญิงเนี่ยิ่งเรามีชื่อเสียงด้วย พอเค้าไปมีแฟนใหม่จะถูกแบบนี่ไงแฟนเก่าแซม เค้าควรมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่แค่มาคบกับเราแล้วหลังจากนั้นเค้าจะแย่ทั้งๆที่เราพยายามแล้วก็เหอะ ก็ได้แต่พูดกับหนังสือพิมพ์ใหญ่ๆทุกเล่ม ถามว่ารู้มั้ย รู้นะครับว่ามีแฟน ในกองถ่ายแต่ละกองเค้าก็รู้ว่าพี่แซมมีแฟน แต่ก็บอกว่าอย่าเพิ่งเอาพูดเยอะไปกว่านั้น หนังสือพิมพ์ต่างๆเค้าก็โอเค ถ้าวันนึงเราจะแต่งงานเราสาบานว่าเราจะบอกทุกคน พอวันนึงพี่จะแต่งงานพี่ก็บอก ก็เข้ารับพระราชทานน้ำสังข์ ถ่ายทอดสดออกช่อง 7 ด้วย นี่งานแต่งหรือคอนเสิร์ต ตอนนั้นก็ทำใจแล้วว่าถ้าไม่เป็นที่นิยมก็ไม่เป็นที่นิยม ความรักก็สุกงอมแล้ว พี่ 32 แฟนพี่ก็ 30 31 แล้ว เค้าก็ต้องการความมั่นคง เราก็อยากมีลูกแล้ว วันนั้นก็คิดว่าอะไรก็ช่างมันเถอะ เราคิดว่าเราพร้อมเราทำดีที่สุด แต่กลายเป็นว่าพอเราทำดีที่สุด เราบอกทุกคนในวันนั้น ให้เกียรติกับทุกคน มันเป็นผลดีนะ พอแฟนๆเค้ารักเรา ความรักนั้นก็ไปถึงแฟนด้วย

ก่อนจะเปิดตัวอลังการใช้เวลากี่ปีที่คบกัน ?

    แซม : 11 ปี

มีเหตุการณ์นึงที่เกือบจะไม่ได้แต่งงาน เกือบจะเลิกกันด้วย ?

    แซม : พี่ขู่ ไม่ได้จะเลิกหรอก คือเค้าจะไปเรียนต่อเมืองนอก พี่น้องสามคนเคนคนเล็ก คนอื่นเค้าไปเรียนต่อเมืองนอกกันหมด พี่มุกเค้าก็ได้เวลาแล้วแหละ กำลังเริ่มเป็นแฟนกัน เค้าจะต้องไปเรียนต่ออังกฤษ เราก็ยังไงล่ะ เจอกันก็ยากอยู่แล้ว แล้วเธอจะไปเรียนต่ออังกฤษแล้วฉันล่ะ แล้วจะมั่นใจได้ยังไง แล้วเราจะมั่นคงมั้ย ตอบไม่ได้จริงๆนะ เพราะเราก็เนื้อหอมนะตอนนั้น ตอนนั้นคบกันได้ประมาณ 2 ปี แล้วมันไม่ได้มี skype คุยกันได้เหมือนสมัยนี้ มันห่างกันเลย เอาสบายใจดีกว่า ถ้าจะต้องไปจริงๆขึ้นมาเราก็เลิกกันเถอะ แต่ในใจนี่เต้นตึกๆเลยนะ

แต่ถ้าเค้าไปจริงๆ จะทำยังไง เลิก ?

    แซม : เอาจริงๆก็ไม่ได้เลิกหรอก ก็ขู่ไง สุดท้ายเค้าก็ไม่ได้ไป ตอนนี้เค้าก็มาสอนลูกสาว ลูกเสร็จแล้วไปต่อเลยนะ อย่าให้ขาดตอนนะ อย่าไปบ้าผู้ชายเหมือนแม่นะ (หัวเราะ) พูดเล่นนะ

คุณพ่อเป็นพ่อบ้านใจกล้าจนคุณแม่กลัวจริงมั้ย ?

    แมมโบ้ : ต้องบอกว่าไม่มั่นใจเลยระหว่างแม่กลัวพ่อหรือพ่อกลัวแม่

แล้วในมุมแมมโบ้ล่ะ แม่กลัวพ่อมั้ย ?

    แมมโบ้ : เอาจริงๆตอบแบบสาระๆเลย ต่างคนต่างให้เกียรติกัน ไม่มีใครกลัวใคร

คุณแม่บ่นคุณพ่อมั้ย ?

    แมมโบ้ : คุณแม่เค้าจะไม่ได้บ่นตรงๆ ด้วยความเกรงใจกัน ก็จะบ่นชิ่งกันมากกว่า จะบ่นลูกในสิ่งที่พ่อก็ทำเช่นกัน เช่นกินข้าวแล้วยังไม่ได้เก็บจาน

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเลยใช่มั้ย ?

    แมมโบ้ : ตั้งแต่จำความได้ไม่มีครับ ส่วนมากจะเป็นขำๆมากกว่า ไม่มีการตีกัน

มีทะเลาะกันบ้างมั้ยพี่แซม ?

    แซม : ไม่รู้จะทะเลาะกันทำไม ถ้าเราหมายมั่นปั้นมือว่าเราจะอยู่กับคนนี้ไปตลอดชีวิต ดูแลกันไป ถามว่าทะเลาะแล้วได้อะไร สิ่งที่เค้าเลือกให้มันดีแล้ว ต่อให้บางเรื่องไม่ได้ชอบ ไม่ได้เห็นตามนี้ ตอนเป็นวัยรุ่นก่อนแต่งงานเคยมั้ยล่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรเลย ต้องการเอาชนะกันก็เท่านั้นเอง เหมือนกับปาระเบิดใส่กัน สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร ถ้าเค้าต้องการแค่นี้แล้วทำให้เค้ามีความสุขได้ก็ให้ไปไม่เห็นเป็นไรเลย  เป็นการลงทุนที่ต่ำมากเลย

แล้วเวลาคุณแม่มีเหตุผลที่ไม่ตรงกับคุณพ่อ คุณแม่ยอมแบบนี้มั้ย ?

    แซม :  ต้องบอกว่าเค้าเป็นคนตามใจ พี่มุกเค้าทำให้พี่ทุกอย่างอยู่แล้ว ตั้งแต่ตื่นเช้ามาทำให้ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก่อนหนักกว่านี้เอารถไปเติมน้ำมัน ไปล้างให้ด้วย เค้าดูแลด้วยความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความที่เค้ารักเราอยู่แล้ว เราจะไปลุกขึ้นทำอะไรที่เป็นปัญหาทำไม

คุณแม่ทำให้คุณพ่อทุกอย่างจริงมั้ย แม้กระทั่งตัดเล็บเท้าก็ทำให้ ?

    แมมโบ้ : เค้าก็อาจจะไปทำกันสองคน

    แซม : ตัดต่อหน้านี่แหละ ทำหมดเลย ของลูกก็ทำ

    แมมโบ้ : ตอนนี้เริ่มมีดูแลดีกว่าพ่อแล้ว

ดูแลใครดีกว่าพ่อ ?

    แมมโบ้ : ดูแลลูกคนสุดท้อง

    แซม : หมาไง คือถ้าหมากัดลูก ดุลูก หมาไม่ผิด อาหารหมาดีกว่าเรานะ

    แมมโบ้ : หมากินน้ำแร่นะ

แต่พี่มุกก็สอนลูกตลอดเวลาว่าไม่ว่าอะไรก็ตามคุณพ่อคือเทวดาของบ้าน  อันนี้จริงมั้ย ?

    แมมโบ้ : อันนี้จริง

    แซม : คุณแม่ดูแลอยู่แล้ว ถ้าคุณแม่ไม่อยู่ ลูกดูแลแทน เค้าก็ดูแลเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว

แม่ก็ดูแลดี๊ดีขนาดนี้แต่ทำไมมีอยู่ช่วงนึงแมมโบ้ถึงอยากออกไปอยู่นอกบ้าน ?

    แมมโบ้ : จริงๆก็ไม่มีอะไร ตอนนั้นเราเรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 4 แล้วเราก็ทำกิจกรรมหาลัย แล้วเราเดินทางก็ค่อนข้างเหนื่อย เราก็อยากทำให้มันดี แล้วก็มีเวลาพักผ่อนที่ดี เราก็ขอเค้าไปอยู่หอซักเทอมนึงแล้วกัน

คุณแม่ว่ายังไง ?

    แซม : คุณแม่อ่ะสบาย ให้มาขอพ่อแล้วกัน คือพ่อเนี่ยสอนอยู่แล้วโดยเฉพาะลูกชาย เป็นลูกชายต้องกลับบ้าน เราเป็นลูกชายด้วยแล้วเป็นคนโตด้วยคือยังไงซะต้องกลับบ้าน  พ่ออยู่มาขนาดนี้แล้ว พ่อจะทำงานดึกดื่นแค่ไหนก็แล้วแต่พ่อไม่เคยนอนที่อื่นเลย ต้องกลับบ้านตลอด อีกหน่อยพ่อไม่อยู่แล้ว ลูกก็ต้องดูแลแม่ ดูแลน้อง หรือมีครอบครัวลูกก็ต้องดูแลครอบครัว เพราะฉะนั้นบ้านเราอยู่ตรงนี้อย่ามาอ้างว่ามันไกล อย่ามาอ้างว่ากลับไม่ได้ คือเราต้องกลับบ้าน ถูกฝังหัวมาแบบนี้แต่ไหนแต่ไร วันนี้เค้าต้องไปอยู่ที่อื่น เค้าต้องเตรียมเรื่องพูดกับพ่อมากว่าเค้าจะไปอยู่หอได้ด้วยเหตุผลเพราะอะไร แม่บอกว่าตามใจเลย ถ้าลูกขอพ่อได้ก็จบ

สรุปได้ออกไปอยู่หอมั้ย แล้วบอกพ่อว่าอะไร ?

    แมมโบ้ : ได้ไป ตอนนั้นเราบอกว่าพ่อเราทำกิจกรรมที่มหาลัยเยอะถ้าทำต้องทำให้ออกมาให้ดี ผมก็เลยบอกพ่อในสิ่งที่พ่อสอนเรา

    แซม : วิธีที่เค้าบอกว่าพี่ก็คือ เค้าเป็นประธานนักศึกษาด้วย แล้วลูกจะเป็นประธานนักศึกษาแบบไหน ลูกนั่งประชุมอยู่งานยังไม่เสร็จ แม่บอกต้องกลับบ้านแล้ว เพราะแม่เค้าจะมีเวลากลับบ้านว่าห้ามเกินกี่โมง บางทีเสร็จ ไม่เสร็จก็ต้องกลับ ฝนตก ฟ้าร้องก็ต้องกลับ เพราะตามเวลาที่แม่บอกเกินมา 5 นาทีก็ไม่ได้ เค้าบอกว่าลูกต้องเลิกประชุมกลับก่อนทั้งๆที่ลูกเป็นหัวเหน้า ลูกก็ต้องมาถึงหลังเพื่อนๆ ทั้งๆที่เพื่อนๆก็มาถึงแล้ว ถ้าเป็นพ่อ พ่อจะดูแลเพื่อนๆเป็นหมื่นที่เค้าเลือกเรายังไง พ่อก็ปฎิเสธลูกไม่ได้ว่าพ่อจะให้ลูกเป็นประธานแบบไหน ถ้าไม่เป็นก็ไม่เป็นแต่แรก แต่เมื่อเป็นแล้วลุกควรเป็นประธานแบบไหน แม่เค้าก็ไปดูความเรียบร้อยต่างๆเพราะกลัวลูกลำบาก

ชมคลิป

คลิปเปิดไม่ออก >>> กดตรงนี้ คลิ๊ก <<<

ที่มา : รายการคุยแซ่บShow

บทความที่คุณอาจสนใจ