นักโภชนาการเผย สาววัย 28 ปีทาน "แก้วมังกร" 1 เดือน น้ำหนักลดลงไป 3 กก.

LIEKR:

อะไรก็ต้องทำให้พอดีๆทั้งนั้น

        เพื่อฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง หลายๆคนพยายามลดน้ำหนักกันอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้สวมใส่เสื้อผ้าได้น้อยชิ้นลง ดูผอมลงหน่อย สวยขึ้นหน่อย เซ็กซี่ขึ้นอีกนิด แต่ถ้าคุณขี้เกียจและไม่มีเวลาไปฟิตเนส บางทีคุณอาจจะลองกินแก้วมังกรแทน

Sponsored Ad

        ไม่นานมานี้นักโภชนาการเปิดเผยว่า “เพียงแค่กินในปริมาณที่ถูกต้อง+ถูกเวลา” ไม่เพียงสามารถทำให้ลำไส้ทำงานได้ดี ยังช่วยให้ลดน้ำหนักได้ถึง 3 กก.ในหนึ่งเดือน! สาวๆที่อยากผอมก็เลยสนใจกันอย่างมาก

Sponsored Ad

        จากการรายงานของ ETtoday ระบุว่า Zhao Yuanying ผู้อำนวยการศูนย์ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการเพื่อสุขภาพ Morning Light เล่าว่า ที่คลินิกลดน้ำหนักมีนักเรียนวัย 28 ปีคนหนึ่ง ที่กินแก้วมังกรเนื้อสีแดงไปเป็นครั้งแรก นึกไม่ถึงว่า 3 วันต่อมา “อุจจาระเป็นสีแดง” ตกใจ เพราะคิดว่าถ่ายเป็นเลือด

Sponsored Ad

        โดยนักเรียนคนนี้หนัก 55 กก. ปกติจะมีอาการท้องผูกอย่างรุนแรง 5 วันถึงจะถ่ายสักครั้ง เมื่อได้ยินคนพูดว่าแก้วมังกรช่วยให้ลำไส้ทำงานดีขึ้น ก็เลยลองกินดู ผ่านไป 3 วันก็ขับถ่ายออกมาอย่างสะดวก ก็เลยกินมากขึ้น หลังอาหารทุกมื้อจะกิน 1 ลูก ไม่ได้ควบคุมปริมาณการรับประทาน ปรากฏว่าน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง แม้ว่าอาการท้องผูกจะดีขึ้น แต่น้ำหนักไม่ลดลงสักกรัม

Sponsored Ad

        เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ Zhao Yuanying อธิบายว่า แก้วมังกรผลหนึ่งหนัก 250-300 กรัม มีปริมาณน้ำตาลสูง โดยเนื้อแก้วมังกรสีขาว 100 กรัมจะมีน้ำตาล 10.7 กรัม ส่วนสีแดงมีน้ำตาล 11 กรัม แนะนำให้รับประทานครั้งละครึ่งลูกก็พอ หรือกินแค่ ¼ ในตอนเช้าและตอนบ่าย เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง

Sponsored Ad

        ต่อมานักเรียนหญิงจริงปรับอัตราส่วนปริมาณในการกิน รับประทานแค่สัปดาห์ละครั้ง พร้อมกับการกิน “ฟักทอง มัน และผักอื่นๆ” เนื่องจากแก้วมังกรเป็นผลไม้เย็น จึงรับประทานพร้อมน้ำขิง สุดท้ายไม่เพียงแก้ปัญหาท้องผูกได้ ในหนึ่งเดือนน้ำหนักยังลดเหลือ 52 กก.

Sponsored Ad

        Zhao Yuanying อธิบายว่า เนื่องจากแก้วมังกรมีโพแทสเซียมสูง หากคุณมีปัญหาโรคไตเรื้อรัง หัวใจเต้นผิดปกติ หรือต้องล้างไต ห้ามรับประทานมากเกินไปเด็ดขาด บวกกับมีปริมาณน้ำตาลสูง จึงแนะนำให้กินแค่วันละ ¼ ผล - ครึ่งผล และเนื่องจากแก้วมังกรสีแดงมี Betacyanin เพราะฉะนั้นการปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นสีแดงจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

Sponsored Ad

        สุดท้ายคือการเปรียบเทียบแก้วมังกรสีขาวกับสีแดง จริงๆแล้วไม่ว่าสีอะไร ล้วนอุดมไปด้วยวิตามินซี แร่ธาตุ เพกติน และใยอาหารซึ่งสามารถช่วยให้ระบบทางเดินอาหารเคลื่อนไหวได้ดี จึงช่วยในการขับถ่าย แถมยังมีโพแทสเซียมในปริมาณสูงซึ่งช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมออกมามีผลในการขจัดอาการบวมน้ำ!

        ถ้าชอบรสชาติที่หวานและกรอบลองแก้วมังกรเนื้อสีขาวซึ่งมีใยอาหาร 1.7 กรัมต่อ 100 กรัมและยังอุดมไปด้วยกรดโฟลิกซึ่งช่วยให้อุจจาระคล่องและป้องกันภาวะสมองเสื่อม ~

        ส่วน "แก้วเนื้อมังกรแดง" มีกลิ่นหอมเล็กน้อย อุดมไปด้วย Anthocyanins, Betacyanin, วิตามินบี, ซี, เพคติน และอื่นๆ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ขับถ่ายได้คล่อง แต่ยังช่วยเรื่องความงามและต่อต้านริ้วรอย ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต! แถมแอนโธไซยานินยังช่วยบำรุงสุขภาพของเส้นเลือดเล็ก ๆ ในดวงตา นอกจากนี้แก้วมังกรเนื้อแดงยังมีสังกะสีและเหล็ก สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ดูแลผิวหลัง และช่วยเรื่องการเผาผลาญ

ที่มา : ETtoday

แปลและเรียบเรียงโดย LIEKR

Copyright © LIEKR.com

ห้ามทำซ้ำหรือคัดลอก เพื่อนำไปเผยแพร่ต่อในเว็บไซด์อื่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ