เปิดชีวิต "เจ๊โอว" จากเด็กชุมชนแออัด อ่านเขียนไม่ได้ ใช้ฝีมือหาเงินเดือนหลักล้าน

LIEKR:

ขายได้เดือนละล้าน แต่เจ๊กลับบอกว่าตัวเองยังไม่รวย ยังไม่ใช่เศรษฐี ถ่อมตัวมาก ๆ เลยค่ะ

        ร้านเจ๊โอวมีชื่อเต็มว่า "เจ๊โอว ข้าวต้มเป็ด" เปิดมานมนาน 3 ชั่วอายุคน กว่าครึ่งศตวรรษ เริ่มจากรุ่นก๋งกับอาม่าขายแต่ข้าวต้มเป็ด กระเพาะหมู และเป็ดพะโล้ พอมาถึงรุ่นแม่ซึ่งก็คือเจ๊โอว จึงริเริ่มเพิ่มเมนูทีละอย่าง 2 อย่าง เช่น ผัดผักบุ้ง เกี่ยมไฉ่ หมูกรอบ ในที่สุดเลยกลายเป็นร้านข้าวต้มพุ้ยเต็มรูปแบบมีเมนูสารพัดชนิด ชื่อร้านจึงมีคำว่าข้าวต้มเป็ดต่อท้ายด้วยประการฉะนี้แล

        ก่อนจะมาเป็นร้านฮอตฮิตสุดดังที่ขายดีเทน้ำเทท่าอย่างทุกวันนี้ บอกเลยว่าชีวิต "เจ๊โอว" ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลยสักนิด "คุณหมวย แซ่ฉั่ว" หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ "เจ๊โอว" โดยปัจจุบันนี้อายุ 65 ปี เกิดและเติบโตมาในชุมชนตลาดสามย่าน 

 

Sponsored Ad

 

        "เจ๊โอว"ไม่ได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กทั่วไป เธอต้องช่วยทางบ้านค้าขายเพราะฐานะยากจน ไม่ว่าจะเป็นผักสด ผลไม้ ขายอาหาร และขนม นั่นเลยเป็นที่มาว่าทำไมเจ๊โอวถึงอ่านหนังสือไม่ออก และเขียนหนังสือไม่ได้

        "ตอนเด็ก ๆ ลำบากมาก โตมาในสลัม บ้านไม่มีฝาผนัง ไม่ได้เรียนหนังสือ ตั้งแต่เด็กต้องช่วยแม่ทำขนมขายอยู่แถวสามย่าน แต่งงานอายุ 18 ปี ชีวิตหลังแต่งงานไม่ราบรื่น สามีติดเที่ยว กระทั่งครอบครัวต้องพบกับวิกฤต นั่นคือ เป็นหนี้ล้มละลาย ทั้งบ้านเหลือเงินเพียง 200 บาท” เจ๊โอว เล่าย้อนความหลัง

 

Sponsored Ad

 

        หลังผ่านมรสุมลูกใหญ่มาได้ ปี พ.ศ. 2557 เจ๊โอวตั้งต้นชีวิตใหม่ เธอย้ายร้านมาอยู่จุฬาซอย 16 เปิดร้านข้าวต้มพร้อมกับเพิ่มเมนูอีกสารพัด ที่ห้ามพลาด คือ หมูกรอบ ปูไข่ดอง หอยลายผัดพริกเผา คอหมูทอด ปลาตาเดียวทอด ผัดผักกระเฉด เอ็นหมูผัดน้ำพริกเผา ยำปลาเทราต์นอร์เวย์ และเมนูเด็ดที่สร้างกระแสลูกค้าโซเชียลมีเดียแห่มากิน คือ มาม่าโอ้โห สั่งได้หลัง 5 ทุ่มเท่านั้น

 

Sponsored Ad

 

        “ช่วงแรกที่ย้ายร้านก็ยังไม่คึกคัก โชคดีที่มีลูกค้าประจำตามมา และอาศัยเพิ่มเมนูขึ้นเรื่อย ๆ ลูกค้าบอกปากต่อปาก กระทั่งลูกชายคนที่ 3 ทำ “มาม่าโอ้โห” เมนูบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่เครื่องสารพัด ไม่น่าเชื่อเมนูธรรมดา ๆ จะสามารถสร้างเรตติ้งร้านให้ดังกระฉูด”

        แม้จะเปิดร้านมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่เจ๊โอว บอกว่า ต้องคอยปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอยู่เสมอ ยกตัวอย่างเมนู มาม่าโอ้โห เกิดจากลูกชายทำกินกับเพื่อน ๆ ตอนดูบอล กระทั่งลองทำขาย หนักเครื่อง ใส่หมูสับ หมูกรอบ กรรเชียงปู กุ้ง ปลาหมึกชิ้นโตเนื้อฉ่ำ แต่ละคืนเสิร์ฟไม่ต่ำกว่า 100 หม้อ ใสร้างชื่อเสียงกระฉ่อน  ลูกค้าต่างชาติข้ามน้ำข้ามทะเลมากิน

 

Sponsored Ad

 

        สำหรับทีเด็ดของเมนูมาม่าโอ้โหอยู่ที่เครื่อง และน้ำซุป เสิร์ฟมาในหม้อสุกี้ มีหลายหน้าทั้งหมูสับธรรมดา หน้าทะเล และหน้ารวม อัดแน่นมาก ราคาตั้งแต่  120-800 บาท เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ความสดใหม่ของวัตถุดิบ และกรรมวิธีการทำ

 

Sponsored Ad

 

        “ขั้นตอนแรก รองก้นหม้อด้วย ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด น้ำพริกเผาเข้มข้น เติมน้ำซุป จากนั้นตั้งหม้อบนเตาไฟ ต้มให้เดือดพล่าน ปรุงรสด้วย มะนาว พริกขี้หนู น้ำปลา ใส่เส้นมาม่า ตามด้วยไข่ขาวต้มจนสุก ก่อนยกลงจากเตาใส่นมสดเล็กน้อย เติมเนื้อสัตว์ อาทิ หมูสับ กรรเชียงปู กุ้ง ปลาหมึก หมูกรอบ ไข่แดง มะนาวฝานแผ่นบางๆ ผักชีใบเลื่อย และที่ขาดไม่ได้ น้ำมันพริกเผาใส่แล้วเส้นไม่ติดกัน”

        หลาย ๆ เมนูที่ทำขาย เจ๊โอว บอกว่า ล้วนมาจากคนในบ้านชอบกิน หากลองทำแล้วอร่อย ราคาพอขายได้ก็ตั้งเมนูใหม่ขึ้นมา  ไม่ว่าจะเป็นต้มมาม่า ยำปลาเทราต์ กุ้ง 3 รส ยำพล่ากุ้ง กุ้งอบวุ้นเส้น เป็ดทอดโรยเกลือ ผัดผักกระเฉด และอีกหลายเมนู

 

Sponsored Ad

 

        สำหรับลูกค้าที่ยอมเข้ามาต่อคิวนับร้อยคิว เจ๊โอว บอกว่า มีทั่วทุกสารทิศ แต่ปัจจุบันต่างชาติเยอะขนาดฝนตกยังมารอ ส่วนคนไทยมักใช้บริการสั่งอาหารดีลิเวอรี่ออนไลน์ ซึ่งคิวแรกเริ่มตั้งแต่ 17.30-23.00 น. ครัวปิด 01.00 น.

Sponsored Ad

        ปัจจุบัน ร้านเจ๊โอวเป็นเพียงห้องอาหารชั้นเดียว กั้นด้วยกระจกติดแอร์ เก้าอี้นั่งสเเตนเลส รองรับลูกค้าได้เต็มที่ 80-100 ที่นั่ง มีที่จอดรถจำนวนจำกัด แต่กลับได้รับรางวัลการันตีความอร่อยมากมาย 

        “ทางร้านขายดีอยู่แล้ว ไม่เคยเอารางวัลมาขึ้นค่าอาหารเลย เอาเวลาไปปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบให้สดใหม่ เพราะเดี๋ยวนี้ลูกค้าฉลาด ขายของซี้ซั้วไม่ได้ ฉะนั้นของสดที่ร้านจะซื้อวันต่อวัน กุ้ง ปลาหมึก ปลา ซื้อตลาดสะพานเหลือง ปูไข่ ปลาแซลมอน ซื้อตลาดสามย่าน ของแห้งซื้อที่เยาวราช เดี๋ยวนี้ร้านอาหารเยอะ ถ้าคนกินไม่ถูกใจก็เปลี่ยนร้าน”

        แม้จะคิวทองเป็นร้อย แต่หญิงแกร่งคนนี้ย้ำว่า ยังไม่เป็นเศรษฐี ปัจจุบัน เจ๊โอวประสบความสำเร็จในอาชีพค้าขาย โดยลูก ๆ ทั้ง 6 คน ต่างแบ่งหน้าที่กันชัดเจน  ส่วนหัวเรือใหญ่ควบคุมทุกอย่างในร้าน และเก็บเงิน คือ เจ๊โอว

        เมื่อถามเจ๊โอว ว่า ทุกวันนี้ร้านดังพอใจแล้วหรือยัง เจ๊ ตอบทันทีว่า มันคงถึงเวลาที่ร้านจะดัง เรามีความตั้งใจ และความพยายาม ลูก ๆ ญาติ ๆ ช่วยกัน ขอบคุณลูกค้าที่เมตตา นับว่าเป็นบุญของทางร้าน

        สำหรับแผนธุรกิจในอนาคต เจ๊โอวบอกว่า ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับลูก ๆ เพราะตัวเองอายุเยอะแล้ว มั่นใจว่าลูก ๆ จะทำได้ดี แต่ทั้งนี้ทุกเมนูไม่ได้จดลิขสิทธิ์ใครจะทำเลียนแบบก็ได้ ไม่คิดขยายสาขา เพราะกำลังคนที่มีอยู่ตอนนี้แทบจะไม่พอ ถ้าขยายสาขา กังวลจะคุมคุณภาพไม่ได้ ทุกวันนี้ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าที่มีอยู่ไม่ต้องรอคิวนานก็พอใจแล้ว

.

ที่มา : ให้ความรู้

บทความที่คุณอาจสนใจ