สาวโพสต์ถึงเสี่ยที่เปย์ให้เป็นล้าน เผยได้ทุกสิ่งที่ต้องการ แต่ไม่มีความสุขเพราะเสี่ยอ้วน ทำใจรักไม่ลง

LIEKR:

สาวโพสต์ถึงเสี่ยที่เปย์ให้เป็นล้าน เผยได้ทุกสิ่งที่ต้องการ แต่ไม่มีความสุขเพราะเสี่ยอ้วน ทำใจรักไม่ลง

        เมื่อเร็ว ๆ นี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้รายงานว่า อแมนดา ดราโก อดีตสาวไซด์ไลน์มืออาชีพ วัย 28 ปี จากรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาไว้อาลัยถึง แบรด เสี่ยกระเป๋าหนักผู้ดูแลเธอมาโดยตลอด เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี ของการเสียชีวิตของเขา 

Sponsored Ad

        อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอแมนดาจะซาบซึ้งในน้ำใจ เงินทอง และหลาย ๆ สิ่งที่แบรดมอบให้เธอ แต่เธอก็ไม่ได้มีความสุขในความสัมพันธ์กับเขาเท่าใดนัก เพราะแบรดปฏิบัติตัวแย่ใส่เธอมาโดยตลอด และหลังจากที่เขาเสียชีวิตไปใหม่ ๆ เธอก็ยังรู้สึกว่าแบรดตามมาหลอกหลอนเธอ

Sponsored Ad

        อแมนดา มีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกัน โดยสมัยที่เธอทำงานในอุตสาหกรรมหนังผู้ใหญ่เมื่อหลายปีก่อน เธอใช้ชื่อในวงการว่า เมลินา เมสัน ส่วนชื่อที่ใช้ในวงการหญิงให้บริการทางเพศคือ ลิเดีย ดูปรา และในทุกวันนี้เธอก็ใช้ชื่อนี้เรียกตัวเองแทนชื่อจริง โดยปัจจุบัน ลิเดียเป็นบล็อกเกอร์ นักเขียน และนักธุรกิจ

Sponsored Ad

        สำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง ลิเดีย กับ แบรด นั้น ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นในปี 2555 ตอนนั้นแบรดได้ติดต่อไปยังเอเจนซี่ผู้ให้บริการสาวไซด์ไลน์เจ้าหนึ่ง แล้วเลือกหญิงสาวที่ถูกใจมา 1 คน ทางบริษัทไม่ได้ส่งคนที่เลือกไปให้ แต่ส่งลิเดียไปให้แบรดแทน ซึ่งไม่ทราบแน่ชัดว่าหญิงสาวรายดังกล่าวติดงานอื่น หรือด้วยเหตุผลอะไร แบรดไม่ค่อยแฮปปี้กับการให้บริการครั้งนี้นัก เขาไม่พอใจที่ไม่ได้สาวตามที่เลือก แต่ลิเดียให้บริการเขาเป็นอย่างดี เขาจึงประทับใจในตัวเธอ 

Sponsored Ad

        แบรดเอ่ยปากขอรับลิเดียมาเป็นเด็กสาวข้างกาย หรือผูกปิ่นโตกับเธอ ไม่ให้เธอไปรับแขกคนอื่น แค่ดูแลเขาเพียงคนเดียว ลิเดียกล่าวปฏิเสธไป เพราะตอนนั้นเธอมีแฟนแล้ว และอยากรับงานอย่างอิสระตามใจตัวเอง อย่างไรก็ตาม แบรดไม่ลดละความพยายามครั้งนี้ เขาคอยตื๊อ คอยถามลิเดียอยู่ตลอด อีกทั้งยังเพิ่มเงินค่าตอบแทนสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนในที่สุด ลิเดียก็ใจอ่อน ยอมตกลง 

Sponsored Ad

        "แบรดเสนอเงินก้อนใหญ่ให้กับฉัน แลกกับการได้พบฉันสัปดาห์ละครั้ง ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยคิดอยากเป็นเด็กเสี่ย เพราะว่าฉันต้องการความเป็นอิสระ ทั้งตัวเองและเรื่องการเงิน แต่เงินก้อนใหญ่มากองตรงหน้าแบบนี้ ใครจะปฏิเสธได้ลงล่ะ ถูกไหม และหลังจากนั้น ข้าวของต่าง ๆ เงินทองก็ไหลมาเทมา" ลิเดีย กล่าวถึงเหตุผลที่เธอตัดสินใจ "ผูกปิ่นโต" กับแบรด 

Sponsored Ad

        การที่ผู้ชายร่ำรวยให้การเลี้ยงดูสาว ๆ เอาไว้เป็นคนข้างกาย มันไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงทั่วโลก ทั้งในโลกตะวันตกและตะวันออก ในกรณีของลิเดียนั้น เธอเป็นคู่ควงให้กับแบรดเรื่อยมา จนกระทั่งวันที่เขาจากโลกนี้ไป จบความสัมพันธ์ 5 ปีกว่า ไปอย่างน่าเศร้า แบรดอายุแค่ 47 ปี เท่านั้น แต่เขามีโรคเบาหวานรุมเร้า และมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาหัวใจวายจนเสียชีวิต 

Sponsored Ad

        แน่นอนว่าลิเดียก็เสียใจที่แบรดจากไป แต่เธอก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์มากมาย โดยลิเดียเปิดใจเล่าว่า ตอนที่เธอเป็นเด็กของแบรด เธอยังคงคบหาดูใจกับแฟนหนุ่มอยู่ ซึ่งเขาก็รู้ว่าเธอทำอะไรและก็เข้าอกเข้าใจเธอ แบรดไม่รู้เรื่องนี้ และคิดว่าแฟนหนุ่มของลิเดียเป็นเพื่อนเกย์ของเธอ เมื่อถึงวันครบรอบวันเสียชีวิตของแบรด ลิเดียก็มานั่งนึกถึงความทรงจำดี ๆ ที่เขามีให้ แต่มันก็ช่างน้อยนิด เมื่อเทียบกับอะไรแย่ ๆ ที่เธอได้รับกลับมา 

        "ฉันนั่งทบทวนถึงความทรงจำดี ๆ ระหว่างฉันกับแบรด เขามอบหลายสิ่งหลายอย่างให้กับฉัน เขาซื้อรองเท้าลูบูแตงสุดหรูให้ฉัน ซื้อกระเป๋าแอร์เมส เบอร์กิน ให้ แล้วยังซื้อม้าแข่งให้ฉันอีกด้วย เขาให้ความสำคัญกับการดูแลฉันมาก และฉันก็ซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันยาวนานมาก ๆ มันต่อเนื่องยาวหลายปี แต่เอาจริง ๆ นะ มันไม่สนุกเลยสักนิด ฉันไม่เคยชอบเขาเลย ฉันเกลียดเขามาก เขาเป็นผู้ชายที่เฮงซวยสุด ๆ และทำให้ชีวิตของฉันขมขื่นมาก ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ ฉันขอไม่ให้ตัวเองต้องพบเจอกับเขา"

        "ฉันเป็นทุกข์อย่างมากเพราะผู้ชายคนนี้ เขาเอากามโรคมาให้ฉัน ทำให้ฉันกลายเป็นคนติดยา ควบคุมชีวิตฉัน และทำร้ายจิตใจฉันอย่างมาก แบรดเป็นคนอ้วน หนักประมาณ 136 กิโลกรัม และเป็นคนเนื้อตัวสกปรกมาก กลิ่นตัวเหม็นสุด ๆ เขาทำให้ฉันพบเจอกับช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต ฉันเคยรู้สึกรักและมั่นใจในตัวเอง แต่แบรดทำลายมัน เขายังทำให้สุขภาพของฉันย่ำแย่ และฉันก็ต้องเป็นโรคผิวหนังเพราะเขา" ลิเดีย กล่าวย้อนถึงความทรงจำสุดขมขื่นระหว่างเธอกับแบรด 

        ลิเดีย เล่าอีกว่า แม้ว่าเธอจะได้เงินจากแบรด แต่เธอก็มีงานทำ เธอทำบล็อก เขียนหนังสือ และยังทำแอปฯ เพื่อหาเงินใช้เอง ซึ่งเป็นสิ่งที่แบรดไม่รู้ สำหรับเรื่องบนเตียงนั้น ลิเดีย กล่าวว่า ทุกครั้งที่เธอทอดกายมีเซ็กส์กับแบรด เธอจะต้องปล่อยให้สติและจิตใจล่องลอยออกไป พยายามไม่คิดถึงความรู้สึกทางกายที่เธอประสบพบเจอ และด้วยความที่แบรดเป็นคนติดยา เขาจึงมักจะหายาเสพติดมาเสพอยู่บ่อยครั้ง 

        มีอยู่วันหนึ่ง ลิเดียไปหาแบรดที่บ้านตามปกติ และนั่งคุยกับเขาบนโซฟา แบรดมีอาการมึนเมาเพราะเสพยา ส่วนเธอมีสติดี แบรดเอ่ยปากขอมีเซ็กส์กับเธอ แต่เธอปฏิเสธไปทันควัน ตอกกลับไปว่าเธอไม่สามารถยอมขึ้นเตียงกับเขาในสภาพนี้เด็ดขาด เพราะเขาไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันแล้ว แบรดโกรธมาก เขาพุ่งไปทำร้ายลิเดีย เธอวิ่งหนีออกไปนอกบ้าน และแบรดก็ไล่ตามมาติด ๆ โชคดีมากที่ลิเดียกระโดดขึ้นรถได้ แล้วรีบให้คนขับรถพาหนีออกไปได้ทัน 

        หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ลิเดียยุติความสัมพันธ์ทุกอย่างกับแบรดทันที เธอไม่ติดต่อกลับไปหาเขาอีก และไม่ยอมไปเจอเขาอีกเด็ดขาด แม้แบรดจะปรับปรุงตัวเองแล้ว แต่ลิเดียก็ตั้งมั่นในความคิดของตัวเองว่าจะไม่มีวันกลับไปหาเสี่ยสกปรกคนนี้อีก แต่เมื่อเวลาผ่านไป 5 เดือน แบรดโอนเงินเข้าบัญชีลิเดีย จำนวน 16,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 521,700 บาท เป็นค่าขอคืนดี 

        เมื่อเงินมาถึง ลิเดียจึงกลับไปหาเขาอีกครั้ง และคบกันเหมือนเดิมอยู่หลายเดือน จนถึงกระทั่งเดือนธันวาคม 2560 แม่บ้านของแบรดโทร. มาบอกเธอว่าเขาหัวใจวาย ลิเดียไม่เชื่อและไม่ยอมไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล ในเวลาต่อมา แม่ของแบรดโทร. มาหาลิเดีย เพราะกระเป๋าสตางค์ของแบรดอยู่ที่เธอ ครอบครัวจำเป็นต้องใช้เอกสารในนั้น ลิเดียจึงยอมเอากลับไปคืน เธอจึงได้รับรู้ว่าเขาเสียชีวิตแล้ว 

        ลิเดีย เผยว่า ตอนแรกที่เธอรู้ว่าแบรดเสียชีวิต เธอตกใจมาก แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเขาเสียไปแล้วจริง ๆ อยู่ดี ๆ ผู้ชายเฮงซวยที่ทำลายชีวิตเธอก็จากไปเสียเฉย ๆ ตอนแรกเธอรู้สึกช็อก เสียใจ และรู้สึกอาลัยแบรด แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้จ่ายเงินค่างวดให้เธอ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 65,200 บาท เธอก็รู้สึกโกรธมาก ๆ 

        แต่ลิเดียก็ทำใจได้ในที่สุด รู้สึกยินดีมาก เป็นอิสระแล้ว และไม่ต้องมาเป็นนางบำเรอให้กับแบรดอีกต่อไป นอกจากนี้แล้ว ลิเดียยังประทับใจมากที่แบรดเขียนพินัยกรรม ทิ้งมรดกไว้ให้เธอกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.25 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทนายของเขาได้ตัดชื่อเธอออกไป ตั้งแต่วันที่เธอไม่ยอมหลับนอนกับเขา แล้ววิ่งหนีออกจากบ้าน 

        ลิเดียยอมรับว่ารู้สึกโกรธมากที่ไม่ได้เงิน และรู้สึกหลอนมาก ๆ เพราะรู้สึกว่าแบรดเป็นผีมาหลอกเธอ ทั้งทำเสียงเคาะประตูในบ้านตอนกลางคืน เสียงโยนเงินใส่ลิ้นชัก จนทำให้เธอขวัญผวา ลิเดียยอมรับว่ารู้สึกผิดที่ไม่เคารพคนที่เสียไปแล้ว แต่ถ้าถามว่าเธอรู้สึกอย่างไร เธอก็ขอบอกว่าดีใจที่เขาเสียไปเสียที 

        "สำหรับแบรดนะคะ ฉันยังคงไม่ให้อภัยคุณในสิ่งที่คุณทำกับฉัน แต่ในเมื่อคุณก็เสียจากไปแล้ว และฉันก็จะต้องตามคุณไปสักวันหนึ่ง ดังนั้นขอให้คุณไปสู่สุคตินะคะ ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ อย่ามาหลอกมาหลอนกันอีกเลย"

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก kapook

บทความแนะนำ More +

บทความที่คุณอาจสนใจ