เถ้าแก่แปลกใจ ลูกจ้างพากันออกไปทำงานร้านอื่น ก่อนได้ลูกชายช่วยแก้ปัญหาด้วย ไอติมถังเดียว

LIEKR:

จากคนงานที่อยากจะลาออก กลายเป็นไม่มีใครอยากออก ขอทำงานต่อ ทั้งหมดนี้เพราะ "ไอติมถังเดียว"

        นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ ที่จะให้ข้อคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คน เมื่อเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่งโพสต์เล่าเรื่องราวของ ร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง มียอดขายต่อเดือนเป็นล้าน แต่ประสบปัญหาลูกจ้างพนักงานมักอยู่ไม่นาน ขอลาออกอยู่เป็นประจำ

        จนกระทั่งมาได้ลูกชายที่เรียนจบจากต่างประเทศ มาช่วยแก้ปัญหาด้วย ไอติมถังเดียว เท่านั้น โดยเพจดังกล่าวระบุเรื่องราวไว้ดังนี้...

 

Sponsored Ad

 

        "ที่กรุงเทพ มีร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนึง ขายดีมากยอดขายเดือนเป็นล้าน!

ภาพประกอบบทความ

 

Sponsored Ad

 

        เขาประสบปัญหาหนึ่ง ที่พยายามแก้มาตลอดคือ ปัญหาพนักงานลาออก ส่วนหนึ่ง ไม่สู้งานไม่ชอบเนื้องาน และส่วนหนึ่งที่เจอบ่อยๆ คือ ลาออกเพราะที่อื่นให้มากกว่า

        ร้านที่ผมพูดถึงนี้ ให้ค่าแรงวันละ 400 บาท เลี้ยงข้าวด้วยสองมื้อ พอมีร้านอื่น ที่อื่น ให้ 420 คนงานก็ตัดสินใจ ลาออกไปทำที่ที่ให้เงินมากกว่า

        เป็นแบบนี้มาหลายปี จนลูกชายเรียนจบจากนอก กลับมาช่วยงาน จึงเห็นปัญหา และแก้ไขได้อย่างชาญฉลาด

        เขาเรียกพนักงาน 10 คน มาประชุม เรื่องค่าแรงและโปรเจ็คใหม่

 

Sponsored Ad

 

        โดยเขาจะลงทุนในครั้งแรกให้สามพันบาท เพื่อซื้อไอติมกะทิมาขาย 

        โดยไอติมกะทิหนึ่งถังใหญ่ ขายหมดจะได้กำไรสองพันบาท เขาจะลงให้ก่อน ออกทุนให้ก่อน

        โดยมีข้อตกลงว่า! กำไรจากการขายไอติม ทุกบาททุกสตางค์ จะเอามาหารเท่ากันหมด คือหารสิบ ในครัวก็ได้ส่วนแบ่งด้วย ล้างชามก็ได้ด้วย ทุกคนได้หมด

        วันแรกลงถังเดียว ขายหมดในวันเดียว

 

Sponsored Ad

 

        ในเดือนแรกขายได้เดือนละสามสิบถัง กำไรหกหมื่น หารสิบ เท่ากับว่า ทุกคนในร้านได้เงินเพิ่มเดือนละหกพัน หรือวันละสองร้อยฟรีๆ

        ถ้าเอาค่าแรง 400+200 ที่ได้จากกำไรไอติม เท่ากับว่า พวกเขามีรายได้วันละ 600บาท!

        เข้าเดือนที่สอง สาม สี่ ยอดขายดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเอาท็อปปิ้งมาขายด้วย มีลูกจาก มีลอดช่อง มีข้าวโพด และอีกมากมาย กลายเป็นว่าขายได้วันละสองถัง

 

Sponsored Ad

 

        จากคนงานที่อยากจะออก กลายเป็นไม่มีใครอยากออก

        จากที่บ่นเหนื่อย อยากหยุด ไม่มีใครอยากหยุด

        จากปกติ ปีใหม่ สงกรานต์ พวกเขาจะขอลากลับบ้านทีสิบวัน

        กลายเป็น ขอร้องให้เถ้าแก่เปิดร้าน!

        ก่อนหน้านี้ พนักงานเสิร์ฟชอบทำหน้าหงิกใส่ลูกค้า กลายเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสดูแลดูค้าอย่างดี เพื่อจะเชียร์ขายไอติม!

        ก่อนนี้เขาคิดว่าเขาเป็น...แค่ลูกจ้าง เดี๋ยวนี้เขาคิดว่าเขาคือส่วนหนึ่งของร้าน

        ก่อนนี้เขานั่งมองเถ้าแก่นับเงินเป็นปึกใส่กระเป๋า ส่วนเขานับเหรียญให้ลูกไปโรงเรียน

        เดี๋ยวนี้เขารักร้าน รักเถ้าแก่ รักลูกค้า

 

Sponsored Ad

 

        ทุกคนกระตือรือร้น ขยันทำงานเองโดยไม่ต้องสั่ง! ไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องกดดัน

        พอการบริการดี...ลูกค้าก็เยอะขึ้นเป็นสองเท่า

        จากยอดขายก๋วยเตี๋ยววันละสามหมื่น เป็นห้าถึงหกหมื่นต่อวัน ทั้งหมดนี้เพราะไอติมถังเดียว ที่แก้ปัญหาคนงานลาออกและทำให้ร้านขายดีกว่าเดิม

        เขาทำธุรกิจแบบ...ใจเขาใจเรา

Sponsored Ad

        ให้คนในองค์กรมีส่วนร่วมกับทุกอย่าง มีรายได้ร่วมกัน เปลี่ยนใจลูกจ้างเป็นทีมงาน

        ผมเรียนรู้เรื่องนี้และเอามาทำกับธุรกิจตัวเองนานแล้ว

        คนเรา จะเอาอย่างเดียว จะกินคนเดียว รวยคนเดียว ลูกน้องจนลำบากใครจะอยู่ ทุกคนต่างอยากมีอนาคต

        และขอให้ทราบว่า คนเราอยู่ที่ไหนแล้ว มองไม่เห็นอนาคต ก็ไม่มีใครอยากอยู่

        แม้กระทั่งเรื่องชีวิตคู่ อยู่กับคนที่ไม่มีอนาคต อยู่แล้วมองไม่เห็นอนาคต เมื่อมีโอกาส รักมากแค่ไหนก็ไป

        งานใหญ่ไม่มีวันสำเร็จได้ ด้วยใครเพียงคนเดียว

        เพราะฉะนั้น จงเห็นใจ เข้าใจ ใส่ใจ คนที่มาช่วยเราสร้างอนาคต สร้างองค์กร

        ไม่มีพวกเขาทำงานให้ คุณทำเองคนเดียวได้หรือ?

        เคยเห็นมั้ย บางบริษัทประกาศผลกำไร ปีนึงหลายร้อยล้าน แต่ลูกน้อง พนักงานในบริษัท จนจะกินแกลบอยู่แล้ว!

        ออกเรือไปจับปลาด้วยกัน จับไม่ได้ก็อดเหมือนกัน เวลาได้ก็ต้องแบ่งกันกิน ใจเขาใจเรา

ที่มา : สิริทัศน์ สมเสงี่ยม, Tik Inspiration

บทความที่คุณอาจสนใจ